posttoday
กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายของไทย

กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายของไทย

27 เมษายน 2559

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้

ถ้าจะพิจารณาผลสำเร็จของการท่องเที่ยวไทยตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา สมควรที่จะยกย่องหน่วยงานภาครัฐ ท.ท.ท. กรมท่องเที่ยว และภาคเอกชน ที่ร่วมมือกันบูรณาการการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยร่วมกันได้อย่างดียิ่ง ถึงแม้ว่าสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ของประเทศที่แท้จริง จะยังมีข้อสงสัยในการเก็บข้อมูลอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมถือว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประสบความสำเร็จดีมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณจากหลายประเทศในเอเชียที่เข้ามาเที่ยวบ้านเราจำนวนมากที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดมาและหากไม่มีเหตุการณ์ที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้นในประเทศของเราในอนาคตจากนี้สืบไป ผมมีความเชื่อมั่นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างนี้ตลอดไปอีกนาน

ในสถานการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นขาขึ้นอย่างนี้นั้น สิ่งที่ภาครัฐควรคำนึงถึงให้มากนอกเหนือไปจากการพัฒนาสินค้าและบริการหรือการประชาสัมพันธ์ในการท่องเที่ยวแล้ว คือยุทธศาสตร์ในการขยายฐานและรักษากลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงในปัจจุบันครับ การทำการตลาดประเภท Good Value for Money หรือการกระตุ้น Promotion ราคาถูกหลากหลาย หรือการจัด Mega Sales ลดราคาสินค้า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ ควรที่จะค่อยๆ ปิดฉากลงไปบ้างได้แล้วครับ

ตามความคิดของผม เราควรจะพิจารณาเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศเราให้เป็นดินแดนท่องเที่ยวคุณภาพ มีความปลอดภัย เดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศในทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ได้ง่ายในทุกเส้นทางคมนาคม ควรมีสนามบินตามมาตรฐานสากลรองรับความต้องการของนักเดินทาง และที่สำคัญมีศักยภาพความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่เรียกกันว่า Special Interest ได้ทุกกลุ่ม เป็นต้น

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีค่าใช้จ่ายสูงต่อคนต่อครั้งในปัจจุบันคือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มาจากเกือบทุกมุมโลก ทั้งการตรวจสุขภาพร่างกาย การรักษาพยาบาลโรคต่างๆ การทำศัลยกรรมความงาม การรักษาเพื่อการชะลอวัย รวมไปถึงการทำกิฟท์เพื่อมีบุตร ส่วนสปาในประเทศนั้นในปัจจุบันเป็นสินค้ารองไปแล้วครับ เพราะส่วนใหญ่สปาไทยจะทำรายได้ดีมากในต่างประเทศมากกว่าครับ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพควรที่จะได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานของภาครัฐให้มีอัตราเติบโตมากกว่านี้ครับ เพราะทุกวันนี้การดำเนินการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลภาคเอกชน ส่วนภาครัฐนั้นเมื่อกล่าวถึงนัก
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้ว มักจะมุ่งไปในแนวทางพัฒนามาตรฐานการบริการสปาเพื่อสุขภาพเท่านั้น

ผมอยากเรียนว่า ความสามารถของคุณหมอและพยาบาลบ้านเรานั้น ได้รับคำชมเชยมากนะครับทั้งในด้านความสามารถ เครื่องมือทางการแพทย์ ความจริงใจอัธยาศัยไมตรีจิตและที่สำคัญที่สุดอัตราค่ารักษาพยาบาลในทัศนะของพวกเขามีราคาไม่สูงมากเหมือนในประเทศอื่นหรือในประเทศของเขาเอง นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มาจากภูมิภาคตะวันออกกลางส่วนใหญ่ไม่ได้มาคนเดียวแต่ทว่ามาทั้งครอบครัว ห้องพักโรงแรมที่พวกเขาเหล่านี้ต้องการมากที่สุด คือห้องพักชุดประเภทสองห้องนอนเป็นอย่างน้อยครับ มีจำนวนวันพักค่อนข้างนาน ดังนั้นจึงนำมาซึ่งรายได้สูงที่จะเข้าระบบหมุนเวียนในเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีครับ

นักท่องเที่ยวแบบประชุม รับรางวัล หรือเที่ยวชมนิทรรศการ เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายที่มีความเหมาะสมกับสถานที่ตั้งประเทศไทยตามภูมิศาสตร์และความพร้อมในด้านสันทนาการ ที่รวมความบันเทิง แหล่งอารยธรรม วัฒนธรรมประเพณี สถานที่พัก สถานที่ประชุมสัมมนาหรือแสดงสินค้านิทรรศการ รวมไปถึงสถานที่ช็อปปิ้งที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ในอดีตนั้นประเทศในทวีปเอเชียที่โดดเด่นและมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไปใช้บริการค่อนข้างมากคือ ฮ่องกงกับสิงคโปร์

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีความเข้าใจ มีคณะทำงานที่มีความสามารถเข้มแข็งในระดับดีมากคงเหลือแต่ความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจหลักของประเทศ เช่น บริษัทขายตรงสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทในภาคการเกษตร บริษัทรับจัดนิทรรศการแสดงสินค้า และบริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทย เป็นต้น

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้น มีการพูดถึงกลุ่มท่องเที่ยวผู้สูงอายุต่างชาติมากขึ้น แต่ทว่าในทางนโยบายและกลยุทธ์ยังขาดความชัดเจนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการยกระดับเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้สามารถพักผ่อน เดินทางท่องเที่ยว หรือเข้ามาพำนักในประเทศไทยได้อย่างสะดวกไม่ต้องกังวลในเรื่องวีซ่า สถานพยาบาล ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งบุคลากรภาคบริการที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลและสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ระหว่างพำนักเพื่อเดินทางท่องเที่ยวในบ้านเราก็ยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ องค์ประกอบในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวสูงอายุที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตนั้น ยังคงวนเวียนอยู่ในแบบนามธรรมมากกว่ารูปธรรมครับ หรือพูดง่ายๆ คือภาคปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้เริ่มทำงานมากนักคงมีแต่วาทกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่

นักท่องเที่ยวเชิงศาสนาโดยเฉพาะผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนา อิสลาม หรือศาสนาอื่นๆ ที่มีการเดินทางเพื่อแสวงบุญที่มีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมการอำนวยความสะดวก ทั้งในด้านโรงแรมที่พัก การคมนาคม อาหารการกินที่ตรงตามประสงค์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เช่น อาหารฮาลาล อาหารมังสวิรัติ อาหารสุขภาพ เป็นต้น นักท่องเที่ยวแสวงบุญเหล่านี้เป็นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปในสถานที่ในเมืองและชนบททั้งในและนอกฤดูท่องเที่ยว เพื่อเที่ยวชมประวัติศาสตร์ความเป็นมาของศาสนาที่เคารพนับถือในประเทศไทย บ้านเมืองเรานั้นประชาชนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนา ดังนั้นจึง
มีวัด มีมัสยิด มีโบสถ์ศาสนาคริสต์ มากพอครับที่จะรองรับการเข้ามาแสวงบุญ ทำสมาธิ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติผู้สนใจได้ครับ หากภาครัฐจะช่วยดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในวงกว้างมากขึ้น

กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬานั้นก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีจำนวนมากขึ้นแต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐยังขาดความตื่นตัวและงบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในประเทศไทยไปในตลาดต่างประเทศมากพอ สิ่งที่เราเห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬายอดนิยมในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล วอลเลย์บอล การแข่งรถ กอล์ฟ หรือเทนนิส ผู้เข้าชมและกองเชียร์คือพี่น้องชาวไทยเกือบทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาเหล่านี้ก็ได้ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศถี่ขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ภาครัฐควรตระหนักให้มากขึ้น คือการลงทุนและเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาในระดับโลกมากขึ้น รวมไปถึงจัดเตรียมงบประมาณสำหรับใช้สอยในภารกิจนี้ อาทิ เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับทวีป จัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาในระดับโลก หรือการแข่งขันรถแข่งเอฟวัน เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่น่าสนใจอีกหลายกลุ่ม เช่น นักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาตร์ นักท่องเที่ยวเรือสำราญ นักท่องเที่ยวเชิงเกษตร นักท่องเที่ยวผจญภัย หรือนักท่องเที่ยวกลุ่มรักษ์โลก (Green Tourism) ที่ภาครัฐควรจะเริ่มพิจารณาให้การสนับสนุน ดำเนินการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและความพร้อมทั้งในด้านผู้ประกอบการและประชาชนเพื่อการพัฒนากลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายของไทยให้มีคุณภาพมากกว่าปริมาณเฉกเช่น ในปัจจุบันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท