
ดันอันดับทำธุรกิจดีขึ้น หนุนลงทุนปลุกเศรษฐกิจ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยอยู่ในสภาพที่มีปัญหาหนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกอาการย่ำแย่ ทำให้การส่งออกของไทยอาการสาหัสกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลายหน่วยงานทางเศรษฐกิจคาดว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะติดลบ 2-4% ส่งผลให้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 2.5-2.7% เท่านั้น
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยอยู่ในสภาพที่มีปัญหาหนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกอาการย่ำแย่ ทำให้การส่งออกของไทยอาการสาหัสกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลายหน่วยงานทางเศรษฐกิจคาดว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะติดลบ 2-4% ส่งผลให้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 2.5-2.7% เท่านั้น
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในของไทยก็ยังมีปัญหา การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ผลเพราะประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า การลงทุนภาครัฐเร่งเครื่องเต็มที่แล้ว และการลงทุนภาคเอกชนที่รัฐบาลพยายามอย่างหนักยังมีปัญหาไม่ขยับ ส่วนหนึ่งเพราะความยากในการทำธุรกิจที่มีขั้นตอนกฎระเบียบมากมาย ใช้เวลาดำเนินการนาน
ในปี 2558 การลงทุนภาคเอกชนยังติดลบ ในปี 2559 คาดว่าการลงทุนภาคเอกชนแม้จะขยายตัวได้แต่ไม่มาก ทั้งที่มีการขอส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หลายแสนล้านบาท แต่มีการลงทุนจริงไม่กี่ล้านเท่านั้น สาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ซึ่งไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่ไม่ดีนัก ทำให้นักลงทุนไม่สนใจเข้ามาลงทุน ส่วนที่สนใจลงทุนก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะลงทุนได้จริง
เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้มาตรการกระตุ้นและส่งเสริมการลงทุนที่รัฐบาลนี้ออกไปเป็นจำนวนมากไม่ค่อยได้ผล เพราะนักลงทุนเห็นว่ามาตรการส่งเสริมเยอะ แต่การลงทุนจริงทำได้ล่าช้า ไม่สะดวก กลายเป็นต้นทุนสูงในการทำธุรกิจเช่นกัน จึงหันไปลงทุนในประเทศที่มีความง่ายในการลงทุนมากกว่าไทย
จากการรายงานของธนาคารโลก ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจปี 2559 พบว่าประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 49 แย่ลงกว่าปี 2558 ที่ลำดับ 46 ยิ่งเทียบกับเพื่อนบ้านยังพบว่าไทยยังห่างอีกหลายประเทศมาก เช่น สิงคโปร์เป็นที่ 1 ของโลกติดต่อกัน 10 ปี เกาหลีใต้ที่ 4 เขตปกครองพิเศษฮ่องกงที่ 5 และมาเลเซียที่ 18
เมื่อดูอันดับดังกล่าวจะเห็นว่าความยากง่ายการทำธุรกิจ พบว่า ไทยยังห่างกับประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างสิงคโปร์ และมาเลเซียอย่างมาก ทำให้ที่ผ่านมาแม้ว่าไทยจะมีมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการตั้งสำนักงานต่างประเทศในไทยแข่งกับประเทศสิงคโปร์ หรือออกมาตรการภาษีเพื่อดูดการลงทุนแข่งกับประเทศมาเลเซีย ยังไม่เป็นผลเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนหนึ่งมาจากขั้นตอนความยากง่ายในการทำธุรกิจที่ยังห่างชั้นกันมาก
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวก ในการประกอบธุรกิจ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปลดล็อกปัญหากฎระเบียบต่างๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้การสำรวจของธนาคารโลกรอบใหม่ ทำให้ไทยได้รับการจัดอันดับความยากง่ายของธุรกิจดีขึ้น
สมคิดเชื่อมั่นว่าความพยายามในการยกระดับการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของไทยจะดีขึ้น โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เอาข้อมูลและข้อสรุปทั้งหมดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณา เพื่อใช้หารือกับทางธนาคารโลกและให้มีการนำข้อมูลลงเว็บไซต์เพื่อเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาติดตามรายละเอียดได้
ด้าน อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า รัฐบาลทำงานมา 6 เดือน เพื่อให้การทำธุรกิจมีความสะดวกที่สุด โดยหลายระบบก็มีความเชื่อมโยงกับระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) ที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งจะแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกิจในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะภาคเอกชนจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
จากการประเมินการทำงานของรัฐบาล มีความเป็นไปได้สูงที่อันดับความยากง่ายในปี 2560 ประเทศไทยจะได้รับการจัดอันดับดีขึ้น แต่คงไม่สามารถดีได้แบบก้าวกระโดดไล่ตามคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ที่อันดับดีกว่าเรามาก สำหรับสิงคโปร์คงไม่ต้องพูดถึง เพราะครองอันดับหนึ่งของโลกมาเป็นเวลานาน 10 ปี ส่วนมาเลเซียที่อยู่อันดับ 18 รอบใหม่นี้อาจจะได้ปรับอันดับดีขึ้น เพื่อหนีคู่แข่งเพื่อนบ้านที่พยายามปรับตัวไล่ตามมา
ธนาคารโลกรายงานความยากง่ายในการประกอบธุรกิจปี 2559 ระบุว่า ในกลุ่มประเทศที่ได้ทำการปฏิรูปกฎระเบียบ พบว่า เวียดนามอยู่อันดับ 5 เขตปกครองพิเศษฮ่องกง อันดับ 4 และอินโดนีเซียอันดับ 3 เป็นผู้นำการปฏิรูปในภูมิภาคนี้ อาทิ อินโดนีเซียได้มีการนำระบบการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาใช้และอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีผ่านระบบออนไลน์ ในเวียดนาม ผู้กู้สามารถตรวจสอบข้อมูลสินเชื่อของตัวเองได้ และได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อขยายฐานข้อมูลของผู้กู้ให้ครอบคลุมมากขึ้น ปัจจุบันธุรกิจขนาดเล็กในเวียดนามที่มีประวัติทางการเงินดีมีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินสามารถประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ประเทศเมียนมาได้มีการปรับปรุงเรื่องการจัดตั้งธุรกิจครั้งใหญ่ระดับโลก โดยการลดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของบริษัทในประเทศ และปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานจัดตั้งธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดนี้ได้ช่วยให้วิสาหกิจขนาดเล็กประหยัดเวลาและทรัพยากรอันมีค่า ขณะที่ประเทศบรูไนก็ได้มีการปฏิรูปขั้นตอนการจัดตั้งนิติบุคคลด้วยเช่นกัน ทำให้การใช้เวลาในการจัดตั้งธุรกิจลดลงเหลือเพียง 14 วัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 104 วันเมื่อปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการปรับปรุงการดำเนินงานระบบออนไลน์ การทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนและกระบวนการหลังการจดทะเบียนง่ายขึ้น
จากการรายงานของธนาคารโลก จะเห็นว่ามีการปรับตัวเรื่องความยากง่ายการทำธุรกิจเร็วกว่าไทยในหลายเรื่อง ส่งผลให้ไทยเจอแรงกดดันอย่างมาก นอกจากต้องวิ่งไล่ตามคู่แข่งที่อันดับดีกว่าอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว ยังต้องวิ่งหนีคู่แข่งที่พยายามวิ่งแซงนำไทย และมีการปรับตัวที่ดีกว่าไทยอย่างเห็นได้ชัดตามรายงานของธนาคารโลก
ในรายงานของธนาคารโลกยังระบุ ในส่วนของประเทศไทย เป็นประเทศที่น่าสนใจในการประกอบธุรกิจสำหรับนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติ ในอนาคตประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจ เช่น การปรับปรุงตัวชี้วัดด้านการบริหารจัดการที่ดินอย่างมีคุณภาพ โดยการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในระบบฐานข้อมูลที่ดินเพื่อความสะดวกในการสืบค้น การปฏิรูปนี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางที่มีความก้าวหน้าในการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมบรรยากาศในการลงทุนอย่างจริงจังตลอดหลายปีที่ผ่านมา
จากรายงานของธนาคารโลกฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ไทยอยู่นิ่งเรื่องการยกเครื่องความยากง่ายการทำธุรกิจขนานใหญ่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นลำดับของไทยจะตดลงไปเรื่อยๆ ทำให้นักลงทุนหนีไปจากไทย การลงทุนภาคเอกชนกระตุ้นไม่ขึ้น ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวไม่ได้ตามเป้าหมายอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้







