
ระวังผิดถ้าเพี้ยน
แนวโน้มเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาเริ่มผงกหัว ตรงกันข้ามกับมุมมองของภาคเอกชน นับเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบว่า แท้จริงแล้วฝ่ายใดข้อมูลไม่ถูกต้องกันแน่ เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยผ่านไป เพราะอาจทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ด้วยการอัดฉีดงบประมาณลงรากหญ้า เข้าสู่ตำบล หมู่บ้าน ด้วยงบประมาณหลายแสนล้านบาท หวังให้การบริโภคในประเทศมาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสริมการใช้จ่ายภาครัฐที่โครงการลงทุนทยอยออกในครึ่งปีหลังนี้ อาจแก้ปัญหาปากท้องหลงทิศหลงทางได้
แนวโน้มเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาเริ่มผงกหัว ตรงกันข้ามกับมุมมองของภาคเอกชน นับเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบว่า แท้จริงแล้วฝ่ายใดข้อมูลไม่ถูกต้องกันแน่ เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยผ่านไป เพราะอาจทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ด้วยการอัดฉีดงบประมาณลงรากหญ้า เข้าสู่ตำบล หมู่บ้าน ด้วยงบประมาณหลายแสนล้านบาท หวังให้การบริโภคในประเทศมาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสริมการใช้จ่ายภาครัฐที่โครงการลงทุนทยอยออกในครึ่งปีหลังนี้ อาจแก้ปัญหาปากท้องหลงทิศหลงทางได้
ทั้งนี้ เพราะตามที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่า การส่งออกเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น 1.30% หรือ 19,124 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ส่วนการนำเข้าติดลบ 6.94% หรือนำเข้า 16,158 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เดือน มี.ค.ไทยเกินดุลการค้า 2,965 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุที่ส่งออกเดือน มี.ค.เป็นบวก มาจากส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโต 43.8% ในจำนวนนี้เป็นส่งออกทองคำเพิ่มถึงกว่า 2.6 เท่าตัว ส่วนใหญ่ส่งออกเพื่อเก็งกำไร และส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบโต 2.9% จากส่งออกรถยนต์นั่งโตถึง 80.8% ไปออสเตรเลีย อาเซียน กับตะวันออกกลาง
ส่งผลให้ภาพรวมส่งออกไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ขยายตัวขึ้น 0.9% หรือ 53,829 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่นำเข้าติดลบ 12% หรือนำเข้า 45,640 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ไตรมาสแรกไทยเกินดุลการค้า 8,189 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่การลงทุนก็เพิ่มขึ้น ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2559 จำนวนโครงการเพิ่ม 98% หรือมีการยื่นขอ 311 โครงการ ในแง่มูลเพิ่มถึงกว่า 2.3 เท่าตัว หรือมีมูลค่า 8.99 หมื่นล้านบาท
รวมทั้งรายได้จากภาคบริการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า ท่องเที่ยวไตรมาสแรก ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย เพิ่มขึ้น 15.45% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเป็นนักท่องเที่ยว 9.03 ล้านคน สร้างรายได้ 4.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติไตรมาส 2 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพิ่ม 13% หรือ 7.87 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 3.75 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%
ภาพรวมที่ดีทั้งการส่งออกที่เริ่มฟื้น การยื่นขอส่งเสริมการลงทุน และภาคบริการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นดังกล่าว หากเป็นเช่นนั้นจริง ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยคงน่าจะมีสัญญาณดีขึ้นแน่ เพราะการท่องเที่ยวเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นที่ดี รายได้ถึงชาวบ้านแน่ การส่งออกหากเพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่เป็นการขนอาวุธเข้าออก หรือเกิดจากการเก็งกำไรทองที่ต้องส่งออกไป เมื่อการส่งออกเพิ่ม การจ้างงาน จ้างทำงานล่วงเวลาหรือโอที ก็ต้องมากขึ้น กำลังซื้อก็ต้องมากขึ้น ยังไม่นับรวมการลงทุนภาคเอกชนที่ยื่นขอบีโอไอไว้เพิ่มขึ้นมากมาย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น ต้องแข่งกันขึ้นค่าจ้าง เพื่อดึงคนไปทำงาน คนมีความเชื่อมั่นในอนาคตในการมีงานทำ มีรายได้ ก็จะกล้าใช้จ่าย เกิดการบริโภค โรงงานต้องผลิตสินค้าออกมาเพิ่ม ต้องขยายการลงทุน เศรษฐกิจต้องหมุนฉลุย
อย่างไรก็ตาม ภาพที่เกิดขึ้นของภาคเอกชน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าภาคส่งออกยังน่าเป็นห่วง แม้เดือน มี.ค.จะฟื้นตัวบ้าง แต่ถ้าปัญหาอุตสาหกรรมประมง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ยังติดปัญหาไอยูยู การส่งออกไทยคงแย่ลงไปอีก ส่วนภาคธุรกิจที่ผ่านมาธนาคารต้องลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยพยุงธุรกิจไว้ เป็นการต่อลมหายใจ ช่วยลดต้นทุนให้กับเอสเอ็มอีและรายย่อย เช่นเดียวกับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่าการส่งออกของไทยยังมีโอกาสหดตัวลงต่อเนื่อง อาจลดคาดการณ์เดิมจากทั้งปีนี้ 0% ลงไปเป็นติดลบ 2%
เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าว เป็นการกล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศไทยประเทศเดียวกัน ผลที่ออกมาต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดแน่ ดังนั้นรัฐจึงควรค้นให้เจอต้นตอปัญหาก่อน จะได้แก้ให้ถูกทาง







