posttoday
สร้างชาติด้วยนวัตกรรม

สร้างชาติด้วยนวัตกรรม

27 เมษายน 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

เป็นเวลานานเกือบยี่สิบปีเห็นจะได้ ที่ดิฉันได้มีโอกาสเห็นแท็บเล็ตเครื่องแรก ในขณะที่เดินทางไปทำข่าวเปิดตัวเทคโนโลยีเครื่องเล่นดีวีดีครั้งแรกในโลกกับบริษัท โตชิบา ที่พาไปดูเทคโนโลยีนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์นี้มาเปิดตลาดในประเทศไทย

ดิฉันจำชื่อศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของโตชิบาที่ถูกต้องไม่ได้ แต่การโชว์เทคโนโลยีครั้งนั้นน่าตื่นตาตื่นใจ ที่เขาอธิบายให้ฟังว่าเครื่องเล่นดีวีดีเหนือกว่าเครื่องเล่นวิดีโอเทปอย่างไร  เขาพูดถึงการพัฒนาเทคโนโลยีว่าจะเปลี่ยนแปลงต่อไปข้างหน้าอย่างไรบ้าง แล้วได้โชว์เทคโนโลยีใหม่จอสี่เหลี่ยมเท่ากับสมุดเล่มหนึ่ง มีความหนาพอประมาณ เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่องออกมาสื่อทุกคนที่ไปในคณะนี้ร้องว้าว มันเหมือนเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง สามารถเลือกเนื้อหาที่จะอ่านได้ เจ้าหน้าที่ของโตชิบาอธิบายว่าในอนาคตเราจะได้อ่านหนังสือพิมพ์ในเจ้าเครื่องนี้ แต่เทคโนโลยีที่โชว์นี้เขาขอให้คณะเราที่ไปเยือนเก็บเป็นความลับ ห้ามถ่ายภาพและห้ามนำไปเผยแพร่ต่อเพราะนี่เป็นความลับทางธุรกิจ เพียงแต่โชว์ให้ดูเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นเท่านั้น

เวลาผ่านไปนานหลายปีจนดิฉันลืมไปแล้ว วันหนึ่งก็มีการเปิดตัวไอแพด ดิฉันก็ร้องว้าว ไอ้นี่มันเครื่องคอมพิวเตอร์มือถือที่ดิฉันเคยเห็นที่ญี่ปุ่นเมื่อนานมาแล้ว แต่รู้แบบทันสมัยสวยงามและบางกว่ากันมาก ดิฉันไม่ทราบว่าใครเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีแท็บเล็ตเป็นคนแรกเพราะไม่ได้สนใจเทคโนโลยีมากกว่านำมาใช้งานได้อย่างไร จะเป็นอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฯลฯ ก็สุดแท้แต่

สิ่งที่เห็นทำให้คิดได้ว่าการค้นคว้าและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศนักคิดนักวิจัยเขาคงคิดได้เหมือนกัน แต่ใครจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นเชิงพาณิชย์ได้ก่อน คนนั้นก็สามารถทำเงินได้ก่อนและรวยก่อน

สำหรับประเทศไทย เราไม่ได้เป็นประเทศส่งออกเทคโนโลยี เราเป็นผู้รับเสียมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนไทยไร้ความสามารถ เพียงแต่ยังไม่มีการส่งเสริมให้เกิดการค้นคว้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เรียกได้ว่านักวิจัยของเรายังมีน้อย แถมผู้บริหารระดับประเทศและระดับองค์กรก็ให้ความสำคัญน้อยอีกด้วย ประเทศไทยยังห่างไกลกับการใช้นวัตกรรมสร้างชาติ

ช่วงหนึ่งมีการพูดถึงเรื่อง “ครีเอทีฟ อีโคโนมี” หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็มีการตีปี๊บกันยกใหญ่จะต้องส่งเสริมการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น สวยงามขึ้น พัฒนาสินค้าไทยให้มีมูลค่าเพิ่มหนีการเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าค่าแรงถูก ที่นับวันจะสู้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนามไม่ได้ ผู้ผลิตสินค้าที่ไม่ต้องใช้ฝีมือแรงงานมาก ก็ย้ายโรงงานจากประเทศไทยไปตั้งในกัมพูชา เวียดนาม เช่น โรงงานผลิตรองเท้ากีฬา ผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปต่างๆ

มีการทำโปรแกรมส่งเสริมครีเอทีฟ อีโคโนมี กันพอเป็นกระแส ปัจจุบันก็ยังมีการดำเนินการอยู่ ไม่ได้หายไปซะทีเดียว แต่ก็ไม่ได้โปรโมทหรือสร้างการรับรู้ต่อสังคมในวงกว้างถึงความสำคัญของมัน การพัฒนาสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความอดทน รวมทั้งจะต้องมีเงินด้วย

การที่รัฐบาลนี้ประกาศจะเป็น “ดิจิทัล อีโคโนมี” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยระบบดิจิทัล มันก็ไม่ได้ไปขัดแย้งกับครีเอทีฟ อีโคโนมี สองสิ่งนี้ส่งเสริมกัน โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้คิดค้นรูปแบบสินค้า อีกฝ่ายหนึ่งใช้เทคโนโลยีเปิดตลาด ทำให้คนเห็นสินค้ามากขึ้น ทำให้การค้าขายกว้างไกลมากขึ้น ฉะนั้นการส่งเสริมให้ทั้งสองสิ่งเดินหน้าไปด้วยกัน จะช่วยให้เศรษฐกิจประเทศพัฒนาไปได้ดียิ่งขึ้น

ดิฉันเชื่อว่า ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เศรษฐกิจ เป็นผู้ที่เข้าใจในเรื่องนี้ดีมากๆ หลายโครงการท่านก็เป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งดิฉันอยากเห็นการพัฒนาที่มากกว่านี้ ประเทศไทยมีนักวิจัยมากกว่านี้ ทุกครั้งที่ได้ดูหรือได้เห็น การโชว์สิ่งประดิษฐ์หุ่นยนต์ ของนักเรียน นิสิต นักศึกษาของสถาบันการศึกษานำมาโชว์ ก็รู้สึกว่าเด็กไทยก็มีความสามารถไม่น้อย แต่ทำไมเราไม่สามารถส่งเสริมให้มันกว้างขวางและดียิ่งๆ ขึ้นไปกว่านี้

เมื่อไม่นานมานี้มีคนจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) มาที่กองบรรณาธิการ ดิฉันได้ยินชื่อสถาบันแปลกหูเลยต้องขอซักถามว่าทำอะไร ถึงจะเป็นนักข่าวแต่ดิฉันก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องนะคะ เรื่องไหนไม่ทราบก็ต้องสอบถาม เขาบอกว่าสามารถนำแสงซินโครตรอนไปพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างไรบ้าง และบอกว่า ขณะนี้ได้มีการทดลองเปลี่ยนสีไข่มุกน้ำจืดจากสีขาว เมื่อยิงแสงเข้าไปสีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีทอง ซึ่งนำไปทำเครื่องประดับก็สวยไปอีกแบบหนึ่ง ในต่างประเทศนำแสงนี้ไปพัฒนาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มาก แต่ของไทยกำลังเริ่มต้น

คงไม่ใช่ดิฉันคนเดียวที่ไม่รู้จักแสงซินโครตรอน คงมีคนไทยอีกมากมายที่ไม่รู้จักหากไม่ได้อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ แต่ดิฉันก็คิดว่าทำอย่างไรเราจะให้คนไทยรู้จักสิ่งต่างๆ ในประเทศ ที่มีการพัฒนาแล้ว แต่คนไม่รู้ให้ได้รู้กันในวงกว้าง

เมื่อปีที่แล้ว ดิฉันได้เคยสนทนากับ ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ ท่านผู้นี้เป็นนักวิทยาศาสตร์นักค้นคว้าและนักบริหารสถาบันวิจัย ซึ่งมีประสบการณ์ไปทำงานวิจัยกับแล็บชั้นนำของโลกมาแล้ว แต่ปัจจุบันกลับมาทำงานให้กับศูนย์วิจัยนวัตกรรมของทียูเอฟ ดร.ธัญญวัฒน์ บอกว่า น่าเสียดายที่เอกชนไทยเมื่อไหร่ที่ต้องประหยัดหรือลดค่าใช้จ่ายจะเลือกตัดงบการวิจัยและพัฒนา (R&D) ก่อน ทั้งที่หน่วยงานนี้เป็นอนาคตของธุรกิจ และก็ยังได้บอกว่าน่าเสียดายที่เด็กไทยรุ่นใหม่ ไม่ค่อยมีใครอยากจะเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ มีแต่อยากเป็นนักร้อง นักแสดง ฉะนั้นเราจะสร้างชาติจากนวัตกรรม คงจะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มากกว่านี้

เรื่องนี้ดิฉันเห็นด้วย และขอสนับสนุนรัฐบาลให้ผลักดันครีเอทีฟ อีโคโนมี และดิจิทัล อีโคโนมีคู่กันไป เพื่อเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท