
‘บิ๊กตู่’บินตรวจราชการเชียงใหม่
นายกฯ และ คณะ เดินทางถึงเชียงใหม่ ติดตามงานโครงการหลวง ปัญหาหมอกควันไฟป่า ภัยแล้ง
นายกฯ และ คณะ เดินทางถึงเชียงใหม่ ติดตามงานโครงการหลวง ปัญหาหมอกควันไฟป่า ภัยแล้ง
เวลา 07.35 น. วันที่ 27 เม.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกเดินทางจากฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมาเวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานกองบิน41 จ.เชียงใหม่โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการให้การต้อนรับ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) ครั้งที่ 1/2559 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิจารณาแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง
โดยนายกรัฐมนตรี จะรับทราบผลการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในระหว่างปีงบประมาณ 2555-2559 มีหน่วยงานร่วมสนับสนุนและบูรณาการทำงานร่วมกับโครงการหลวง และโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง จำนวน 23 หน่วยงาน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 2,817 ล้านบาท คิดเป็น 54.95% ของแผนแม่บท สำหรับผลการดำเนินงานของโครงการหลวงในปีงบประมาณ 2558 ได้มีขึ้นทะเบียนพันธุ์ไม้ผลจากกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ เสาวรสพันธุ์เหลืองหวาน และ สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 88 จำนวนเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงปลูกพืชเขตหนาวและกึ่งหนาว 206 ชนิด เกษตรกร 14,883 ครัวเรือน พื้นที่ปลูก 28,567 ไร่ ผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกร สินค้าแปรรูป และอื่นๆ ซึ่งจำหน่ายภายใต้ตรา "โครงการหลวง" ในปีงบประมาณ 2558 มีมูลค่า 1,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.44%
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พิจารณากรอบยุทธศาสตร์ แผนงาน และงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมบูรณาการและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (2560-2564) และแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (2560-2564) ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตให้ชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีความมั่นคงทางด้านอาหารและสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป และมอบให้สำนักงบประมาณรับพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานโครงการหลวงให้มีความเหมาะสม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะขับเคลื่อนแนวทางเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำไปสู่หลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปใช้ในการเดินหน้าตามแนวทางประชารัฐให้นำไปสู่การปฎิบัติให้ได้ โดยเฉพาะการปฎิบัติในพื้นที่ที่จะต้องร่วมมือกันระหว่างรัฐ ภาคประชาสังคม และในปีนี้ประเทศไทยเป็นประธานกลุ่ม G77 จะนำแนวทางพัฒนาภาคการเกษตรตามแนวทางพระราชดำริไปเผยแพร่ให้กับประเทศต่างๆ เพื่อนำไปสู่การปฎิบัติเพื่อให้ทุกประเทศมีความเข้มแข็งด้วย พร้อมยืนยันรัฐบาลจะทำให้ประชาชน เข้มแข็ง อยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะภาคการเกษตร
สำหรับในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานสักขีพยานในการมอบโล่รางวัลการแก้ไขปัญหาหมอกควันสำหรับอำเภอที่ลดจำนวนการจุความร้อนได้มากที่สุด ได้แก่ อ.แม่แจ่ม และการมอบเครื่องจักรกลการกรให้เกษตกร อ.หางดง พร้อมมอบเงินโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพการเกษตร ตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้งกว่า 22.5 ล้านบาท มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรือที่อยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม และป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง การมอบหนังสือโครงการแสดงโครงการป่าชุมชน ให้แก่ 14 หมู่บ้านของตำบลช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม และมอบบ่อน้ำบาดาลตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ภัยแล้ง 11 แห่ง รวมถึงมอบโครงการอ่างเก็บน้ำและระบบส่งน้ำห้วยแก้ว
ขณะที่ผลการดำเนินการแก้ปัญหา มีการสร้างรายได้ให้เกษตรผ่านการจ้างแรงงานชลประทาน หรือการจ้างงานเร่งด่วน และการพัฒนาทักษะฝีมือที่สามารถจ้างแรงงาน ในช่วงเดือนต.ค.58 ถึง เม.ย.59 จำนวน 2,032 คน ใน 109 โครงการ วงเงิน 52.5 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ และติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาหมอกควัน รวมถึงติดตามผลกระทบที่มีต่อประชาชนและเศรษฐกิจ การดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์ตามมารการรับมือปัญหาหมอกควันไฟป่าที่นำเสนอแม่แจ่มโมเดล ที่ดำเนินการรับมือปัญหาหมอกควันในทุกมิติ
ส่วนปัญหาพื้นที่ป่าในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีจะรับทราบนโยบายพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เน้นการสร้างความเข้าใจ เพิ่มพื้นที่ป่าพร้อมฟื้นฟูป่าที่ถูกยึดคืน อีกทั้งยังจะติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งของจังหวัดเชียงใหม่ และการดำเนินการมาตราการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลด้วย







