posttoday
แบงก์ชาติลุยดอกเบี้ยติดลบ หลังพิงฝา ไม่ทำไม่ได้

แบงก์ชาติลุยดอกเบี้ยติดลบ หลังพิงฝา ไม่ทำไม่ได้

26 เมษายน 2559

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเคยคาดการณ์เป็นเสียงเดียวกันก่อนหน้านี้ว่า บรรดาธนาคารกลางหลายแห่งที่งัดมาตรการดอกเบี้ยติดลบมาใช้ โดยเฉพาะธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจต้องพักยกยาวไม่สามารถดำเนินมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมได้อีกในเร็วๆ นี้

กรณีของอีซีบีนั้น เป็นเพราะเทหน้าตักครั้งใหญ่ไปหมดแล้ว กับการดำเนินมาตรการกระตุ้นรอบใหม่ที่ใหญ่เกินกว่าคาดไปเมื่อต้นเดือน มี.ค. โดยขยายดอกเบี้ยติดลบเพิ่มเป็น -0.4% ลดดอกเบี้ยในทุกกลไกสำคัญ พร้อมขยายการซื้อคืนสินทรัพย์เป็น 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน (ราว 3.06 ล้านล้านบาท) ที่ขยายวงไปถึงหุ้นกู้ภาคเอกชนด้วย

ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นนั้น เป็นเพราะผลจากการเริ่มใช้มาตรการดอกเบี้ยติดลบเป็นครั้งแรก -0.1% เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ในเชิงบวกมากอย่างที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังไม่สามารถทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงได้ ในทางตรงกันข้าม เงินเยนได้แข็งค่าขึ้นไปทะลุ 10% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐมาแล้วในปีนี้ ขณะที่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ชินกับการฝากเงินก็ต้องวิ่งหาตู้เซฟเก็บเงินแทนกันจ้าละหวั่น ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องประกาศขอเวลาศึกษาประเมินผลกันอย่างจริงจัง ก่อนจะลุยผ่อนปรนรอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณว่าแบงก์ชาติเหล่านี้อาจจำเป็นต้องลุยใช้นโยบายติดลบอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง แม้ว่าผลจากมาตรการรอบที่ผ่านมาอาจไม่เวิร์กอย่างที่คาดหวังไว้ก็ตาม

ทางการญี่ปุ่นนั้นส่งสัญญาณทั้งขู่ทั้งปรามมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ว่าจะเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน หากเห็นว่าเงินเยนอยู่ในระดับที่แข็งค่ามากเกินไปจนกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ทว่ากลับไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้

ที่สุดแล้ว จึงมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าญี่ปุ่นอาจจำใจต้องงัดยาแรงอย่างการผ่อนปรนของบีโอเจออกมาใช้อีกครั้ง ซึ่งข่าวในครั้งนี้ทำให้ตลาดตอบรับสัญญาณกันอย่างถ้วนหน้า ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงทันทีแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตาว่า บีโอเจอาจสร้างเซอร์ไพรส์ใหม่ด้วยการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบเพิ่ม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ เพราะญี่ปุ่นกำลังอยู่ในภาวะหลังพิงฝาที่ไม่ทำไม่ได้

ภาวะเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องนั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกแล้วจากตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค. ที่ลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน และถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตอนใต้ อีกทั้งยังมีความวิตกจากการขึ้นภาษีการขายในปีหน้าเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นเข้าไปอีก

แม้จะกังวลกับผลพวงต่อเนื่องจากมาตรการดอกเบี้ยติดลบ ที่ผลักภาระให้กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ จนมีผลต่อเนื่องไปยังผู้บริโภครายย่อยในกลุ่มผู้ฝากเงิน และกระทบต่อการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีความรัดกุมมากขึ้นตาม ทว่าจากปัจจัยลบดังกล่าวข้างต้นแล้วทำให้บีโอเจไม่สามารถนิ่งดูดายได้อีก

เพราะนอกจากเรื่องของเงินเยนแข็งค่าแล้ว สถานการณ์เงินฝืดยังเริ่มคืบคลานเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย สะท้อนได้จากธุรกิจค้าปลีกอย่าง ฟาสต์ รีเทล ที่เริ่มหั่นราคาเสื้อผ้าสำเร็จรูปแบรนด์ ยูนิโคล่ เพื่อสู้กับยอดขายที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดการณ์ว่าญี่ปุ่นอาจต้องปรับกลยุทธ์ในการผ่อนปรนรอบใหม่ เนื่องจากการใช้มาตรการดอกเบี้ยติดลบ หรือการคิดดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินที่ฝากเงินไว้กับบีโอเจเพิ่มขึ้นนั้น จะยิ่งกระทบต่อเสถียรภาพในระบบการเงินญี่ปุ่น

บลูมเบิร์กและรอยเตอร์สได้รายงานอ้างแหล่งข่าวก่อนหน้านี้ว่า บีโอเจอาจผ่อนคลายแรงกดดันให้สถาบันการเงินเหล่านี้ด้วยการใช้ดอกเบี้ยติดลบกับเงินกู้ที่ปล่อยให้สถาบันการเงิน เพื่อปูทางไปสู่การใช้นโยบายดอกเบี้ยเงินฝากติดลบเพิ่มเติมตามมา

แนวทางดังกล่าวนี้เองที่นับเป็นปัจจัยสำคัญกดค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลงมาได้ นักวิเคราะห์ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ญี่ปุ่นไม่สามารถแบกรับภาวะเงินเยนแข็งค่าอย่างหนักเช่นนี้ได้ เนื่องจากการส่งออกไปจีนยังคงซบเซาหนักตลอดช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา อีกทั้งการบริโภคในประเทศก็ยังอ่อนแรง ดังนั้น ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อดึงค่าเงินให้อ่อนค่าลงตามมา โดยจากผลการศึกษาของญี่ปุ่นก่อนหน้านี้พบว่า บีโอเจยังมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะใช้ดอกเบี้ยเงินฝากติดลบได้ถึง -2% เลยทีเดียว

แม้แต่ฝั่งยุโรปที่ส่งสัญญาณพักยกชั่วครู่ไปแล้วนั้น ทางกรรมการการเงินของอีซีบีก็ยังคงออกมาแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องว่า การใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบนั้นเป็นการเดินมาถูกทางแล้ว แม้ในเชิงเสียจะส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้ฝากเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เขตเศรษฐกิจเบอร์ 1 ในยุโรปอย่าง เยอรมนี คัดค้านก็ตาม

อีวาลด์ โนวอทนี กรรมการอีซีบี เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในออสเตรียก่อนหน้านี้ว่า นโยบายดอกเบี้ยติดลบเป็นหนทางสำคัญในการสู้กับภาวะเงินฝืด ซึ่งถือเป็นปัญหารุนแรงและเฉพาะหน้าสำหรับยุโรป หลังจากที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อติดลบไปในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

แม้แต่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในเยอรมนีที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดใน 28 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ก็ไม่ได้อยู่ในภาวะที่สดใสนัก โดยดัชนีเชื่อมั่นเดือน เม.ย. ปรับลดลงมาเล็กน้อยที่ 106.6 จุด จาก 106.7 จุดในเดือนก่อนหน้า สวนทางกับการคาดการณ์ของรอยเตอร์สที่ 107 จุด เนื่องจากความเชื่อมั่นในภาคค้าปลีกและค้าส่งที่ลดลง สะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่คึกคักเท่าที่ควร

ท้ายที่สุดแล้ว แม้การใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบอาจไม่ใช่สเตียรอยด์ที่เห็นผลทันตา หรืออาจส่งผลข้างเคียงไปบ้าง ทว่าแบงก์ชาติหลายแห่งอาจไม่เหลือทางเลือกในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากนักในภาวะหลังพิงฝาเช่นนี้ก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน