
ทนาย"ธัมมชโย"ยื่นศาลค้านดีเอสไอออกหมายจับ
ทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาล คัดค้าน การขอหมายจับของดีเอสไอชี้ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ยืนยัน "ธัมมชโย" ป่วยจริง
ทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาล คัดค้าน การขอหมายจับของดีเอสไอชี้ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ยืนยัน "ธัมมชโย" ป่วยจริง
วันที่ 26 เม.ย. นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความพระธัมมชโยเดินทางมายังศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก โดยระบุว่า ได้นำเอกสารใบรับรองแพทย์และแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาอาการป่วยของพระธัมมชโยจำนวน 3 คน และตนเองที่เป็นผู้ขอเลื่อนการนัดการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอมาให้ศาลไต่สวน เพื่อคัดค้านการออกหมายจับ เพราะว่าพระธัมมชโยมีอาการป่วยจริงจากการปฎิบัติศาสนกิจเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้ไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอนัดเมื่อวานนี้(25ม.ย.) ได้ และตนเองได้ทำหนังสือชี้แจงใบรับแพทย์ในการขอเลื่อนแล้วแต่ดีเอสไอกลับไม่ให้เลื่อนและจะขอศาลออกหมายจับพระธัมมชโย ในวันนี้
ทนายความ กล่าวว่า ทั้งนี้การที่ขอเลื่อนนั้นยืนยันว่าไม่ได้เป็นการประวิงเวลาแต่อย่างใด เพราะพระธัมมชโยก็จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอแจ้งอยู่แล้ว แต่เพียงขอเวลาในการพักรักษาอาการป่วยเป็นเวลา 15 วัน เชื่อว่าพนักงานสอบสวนน่าจะมีแรงกดดันอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะการขอเลื่อนนัดนั้นพนักงานสอบสวนควรใช้ดุลยพินิจให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายพระธัมมชโยด้วยเพราะเราก็มีเหตุผลที่จำเป็น ส่วนหากมีการออกหมายจับจริงก็จะต้องรอดูท่าทีของดีเอสไอว่าจะดำเนินการประสานหรือจะดำเนินการในรูปแบบใดต้องทำการพูดคุยอีกครั้ง
ด้านพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยว่าขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อนำมายื่นต่อศาล โดยจะเร่งทำให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้อยู่ที่ดุลพินิจของศาล หากพิจารณาออกหมายจับก็จะนำหมายกลับไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้งเพื่อหารือกับชุดคณะทำงาน เพื่อศึกษาขอกฎหมายสงฆ์ ก่อนนำไปยื่นให้พระธัมมชโช ที่วัดธรรมกายต่อไป
คดีนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียก พระธัมมชโย เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ มารับทราบข้อกล่าวหา กับพนักงานสอบสวน แต่เมื่อวานนี้ทนายความ กลับมายื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยอ้างเหตุประกอบศาสนกิจ และมีอาการป่วย โดยใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน ระบุว่า มีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุนรุนแรงเฉียบพลัน มีปัญหาในการทรงตัว และมีอาการปวดหลัง ปวดขาซ้ายเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง ประกอบกับมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังและรุนแรงจากโรคเบาหวาน ภูมิแพ้ เส้นเลือดอุดตันที่โคนขาซ้าย มีแผลติดเชื้อที่เท้าเรื้อรัง คณะแพทย์ผู้รักษาจึงมีความเห็นว่าสมควรพักและงดภารกิจ เป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ ด้วยเหตุเจ็บป่วยดังกล่าว จึงไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เห็นว่า พฤติการณ์เข้าลักษณะหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี จึงมีเหตุตามกฎหมายที่จะเสนอให้มีการออกหมายจับ







