
'สมคิด'ห่วงส่งออก ปัจจัยเสี่ยงฉุดไม่ฟื้น
กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค. มีมูลค่า 1.91 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.3% แต่หากหักมูลค่าส่งออกทองคำ 613 ล้านเหรียญสหรัฐออกไป จะทำให้การส่งออกเดือน มี.ค. ลดลง 1% ส่วนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันมีมูลค่าส่งออก 1,467 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 22.7%
กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค. มีมูลค่า 1.91 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.3% แต่หากหักมูลค่าส่งออกทองคำ 613 ล้านเหรียญสหรัฐออกไป จะทำให้การส่งออกเดือน มี.ค. ลดลง 1% ส่วนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันมีมูลค่าส่งออก 1,467 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 22.7%
สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าภาพรวมไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2559 มีมูลค่า 5.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.90% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากหักสินค้าในกลุ่มน้ำมันและทองคำออกไป การส่งออกไตรมาสแรกลดลง 0.4% ส่วนการนำเข้าไตรมาสแรกมีมูลค่า 4.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 11.99% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 8,189 ล้านเหรียญสหรัฐ
“การส่งออกเริ่มเปลี่ยนจากแดนลบมาเป็นแดนบวก ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ที่บวก 10.27% แต่เดือน ก.พ.มีสินค้าที่ไม่ปกติ คือ อาวุธยุทโธปกรณ์ ทำให้การส่งออกโตมาก ส่วนเดือน มี.ค. ยังเป็นบวกได้ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย แต่ก็ต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะการส่งออกมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เยอะกว่ารายได้จากการลงทุนทางอื่น” นายสุวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มการส่งออกน่าจะดีขึ้น เพราะยอดการนำเข้าสินค้าทุนในเดือน มี.ค. 2559 กลับมาเป็นบวก 5.92% ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ติดลบน้อยลง คือ 11.47% เทียบเดือน ก.พ. ที่ติดลบถึง 20% ซึ่งจะทำให้การส่งออกในอนาคตเพิ่มขึ้น รวมทั้งการส่งออกของไทยมีแนวโน้มดีกว่าเพื่อนบ้าน สะท้อนความสามารถแข่งขันของไทย
สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า การส่งออกในเดือน มี.ค.ที่เพิ่มขึ้น มาจากสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.4% เช่น กลุ่มยานยนต์เพิ่ม 2.9% โดยเฉพาะรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 80.8% แต่รถแวนลด 95.9% และรถปิกอัพลด 40.1% เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เพิ่มขึ้น 28.1% อัญมณีและเครื่องประดับเพิ่ม 43.8% โดยเฉพาะทองคำเพิ่ม 262.5%
สินค้าที่ส่งออกลดลงยังคงเป็นสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ที่มีสัดส่วน 7.6% ของการส่งออก ลดลง 22.7% ตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว เครื่องรับโทรทัศน์ลด 28.4% จากการย้ายฐานการผลิต เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบลด 6.2% สินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรลดลง 1.5% เช่น ยางพาราลดลง 21.1% มันสำปะหลังลด 12.6% ทูน่ากระป๋องลด 7.7%
“ถ้ารักษาระดับการส่งออกไทยไว้ได้ โดยมีมูลค่าการส่งออกได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อว่าการส่งออกของทั้งปีนี้จะขยายตัวทะลุเป้า 5% ได้” สมเกียรติ กล่าว
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกที่กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยออกมาคือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่ต้องไม่ประมาท ต้องดูจีดีพีทั้งไตรมาสว่าจะออกมาอย่างไร พร้อมทั้งจับตาปัจจัยหลักๆ คือเศรษฐกิจจีนที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งหากจีนดีขึ้นได้การส่งออกและเศรษฐกิจไทยก็จะดีไปด้วย แต่ถ้ายังไม่ดีก็จะยังได้รับผลกระทบ
สุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์(อีไอซี) กล่าวว่า ได้คงประมาณการเศรษฐกิจปีนี้โต 2.5% แต่ปรับลดคาดการณ์การส่งออกลดลง จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 0% เป็นติดลบ 2.1% การลงทุนภาคเอกชนลดลงจาก 1.4% เหลือ 1.2% และการบริโภคภาคเอกชนลดลงจาก 2.1% เหลือ 1.9%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภาครัฐที่สนับสนุนกำลังซื้อของครัวเรือนและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นตัวสนับสนุนหลักให้จีดีพีเติบโต รวมถึงการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น
“อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่โตต่ำกว่า 2.5% จากแนวโน้มการส่งออกที่อาจจะต่ำลง แม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้ แต่ส่งออกไทยอาจไม่ฟื้นตาม เพราะสินค้าไทยตกยุคไปมากพอสมควร เช่น ก๊อบปี้ดิสก์ หัวอ่านซีดี ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ กล้องถ่ายรูปดิจิทัล เครื่องแฟกซ์ โดยสินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนในจีดีพีถึง 5%” สุทธาภา กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงการลงทุนภาคเอกชนที่อาจขยายตัวตามการลงทุนรัฐได้น้อยกว่าคาด เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะมีการเร่งลงทุน ผ่อนคลายนโยบายการเงิน ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แต่ทั้งสองปัจจัยยังไม่สามารถกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนให้สูงขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเพราะการลงทุนภาครัฐยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นการลงทุนขนาดเล็ก ทำให้การส่งผ่านสู่เศรษฐกิจทำได้น้อย รวมทั้งมีปัจจัยเสี่ยงจากรายได้ครัวเรือนที่ซบเซา เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัว อาจกระทบต่อการลงทุนในไทย เป็นต้น
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แม้ว่าการส่งออกเดือน มี.ค. จะเพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากหักการส่งออกทองคำออกแล้ว การส่งออกของไทยในไตรมาสแรกปีนี้ยังหดตัว 2.7% สะท้อนว่าสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการส่งออกยังคงไม่กระจายครอบคลุมออกไปยังสินค้าส่งออกตัวสำคัญอื่นๆ ของไทย
อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคาดการณ์ส่งออกปีนี้ไว้ที่ 0% ตามเดิม เนื่องจากประเมินว่า การฟื้นตัวของสินค้าส่งออกสำคัญของไทยยังอยู่ในกรอบจำกัดในหลายเดือนข้างหน้า จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว







