
ลดโอทีหนี้ส่อพุ่ง
แบงก์ห่วงเอกชนหดชั่วโมงทำงานเสี่ยงชักดาบ ธกส.ยันอุ้มอยู่
แบงก์ห่วงเอกชนหดชั่วโมงทำงานเสี่ยงชักดาบ ธกส.ยันอุ้มอยู่
แบงก์ห่วงรายได้แรงงานไทยลดวูบ เสี่ยงเบี้ยวหนี้ครัวเรือนพุ่ง ธ.ก.ส.ยันยังไม่เห็นสัญญาณเกษตรกรชักดาบ
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) เปิดเผยว่า จากการประเมินภาวะเศรษฐกิจ พบว่าแม้อัตราการว่างงานของไทยจะต่ำสุดในโลก คือ 0.9% ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่รายได้จากการจ้างงานที่ลดลงจากชั่วโมงการทำงานที่น้อยลง สิ่งที่น่าห่วงตามมาอาจทำให้มีปัญหาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น และการบริโภคภาคเอกชนลดลง
ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานมีชั่วโมงทำงานล่วงเวลา (โอที) ลดลงในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิต ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 12% ยานยนต์และชิ้นส่วน ลดลง 1% ค้าส่งและค้าปลีก ลดลง 5% ขนส่งและก่อสร้าง ลดลง 2% และที่น่าแปลกคือ ในขณะที่การท่องเที่ยวไทยค่อนข้างดี แต่แรงงานในภาคโรงแรมและภัตตาคารโอทีกลับลดลงถึง 3% โดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
“สถานการณ์เช่นนี้บวกกับภาระหนี้ครัวเรือนที่ค่อนข้างสูง และสินทรัพย์ครัวเรือนที่มีสภาพคล่องต่ำ โดยสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายๆ มีเพียง 10% ของสินทรัพย์รวม ทำให้มีความเปราะบางและเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ได้ง่าย เพราะเดิมก็มีปัญหาภัยแล้ง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ ทำให้รายได้ภาคเกษตรลดอยู่แล้ว หรืออาจมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่อาจจะมากระทบเศรษฐกิจไทยอีก จึงอาจเกิดเป็นภาวะความเสี่ยงรายได้ครัวเรือนชะงัก (Income Shock) ส่งผลให้การผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น” น.ส.สุทธาภา กล่าว
นอกจากนี้ พบว่ากลุ่มแรงงานที่รายได้โอทีลดลงมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ซึ่งอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต เป็นกลุ่มที่เสี่ยงจะเกิด Income Shock ได้มากที่สุด ส่วนครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน ที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงกว่า 60% ของรายได้ เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นมากที่สุด
อย่างไรก็ดี กลุ่มนี้ไม่ใช่ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ จึงไม่ห่วงปัญหาหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยกว่า 1.5 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารรัฐและสหกรณ์ เริ่มน่าห่วงว่าจะผิดนัดชำระหนี้เพิ่มด้วย
“ปีนี้แนวโน้มสินเชื่อในระบบแบงก์คงขยายตัวได้ไม่มาก แม้ดอกเบี้ยจะลดลง เพราะไม่ใช่สินเชื่อจะโตได้หมดทุกภาคส่วน แต่ในบางภาคที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน และธนาคารไม่ห่วงว่าจะเกิดหนี้เสีย สินเชื่ออาจโตได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี รายได้ครัวเรือนที่ลดลงก็ทำให้สินเชื่อในภาคครัวเรือนขยายตัวได้ยาก” น.ส.สุทธาภา กล่าว
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้า ธ.ก.ส. เนื่องจากเจ้าหน้าที่สาขาได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนของลูกหนี้ก่อน และมีการออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งรุนแรง รวมทั้งขยายเวลาชำระหนี้ออกไปได้นานถึง 24 เดือน และลดดอกเบี้ย 3% ให้ลูกค้าในพื้นที่วิกฤตภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด
ขณะเดียวกันการสำรวจความเดือดร้อนของลูกหนี้ก่อน ยังทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของ ธ.ก.ส. ลดลงเหลือ 4 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมายเมื่อสิ้นปีบัญชี 2558 (ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2559)







