
ตำรวจส่งคดีเจนภพควบเบนซ์ชนนิสิตป.โทดับ2ศพให้อัยการ
พระนครศรีอยุธยา-พงศพัศตรวจสำนวนคดีเจนภพควบเบนซ์ชนนิสิตป.โทดับ2ศพ ตั้ง8ข้อหาส่งสำนวนให้อัยการแล้ว
พระนครศรีอยุธยา-พงศพัศตรวจสำนวนคดีเจนภพควบเบนซ์ชนนิสิตป.โทดับ2ศพ ตั้ง8ข้อหาส่งสำนวนให้อัยการแล้ว
เมื่อวันที่26เม.ย.เวลา 09.00น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสำนวนคดีนายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหา ขับรถเบนซ์พุ่งชนรถยนต์ ของนิสิตปริญญาโท จนไฟลุกและเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.59 ซึ่งทางพนักงานสอบสวน ได้สรุปสำนวนฟ้องนายเจนภพแล้ว
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความแน่นหนา โดยมีพยานหลักฐานหนักแน่น มีการสอบปากคำไปทั้งสิ้น 54 ปาก เพื่อนำไปสู่การลงโทษผู้กระทำความผิด โดยจะมอบสำนวนให้กับพนักงานอัยการในวันนี้
สำหรับ 8 ข้อหา ที่มีการแจ้ง คือ 1ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ 3ขับรถในขณะเมาสุรา หรือ ของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น 5ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 6เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายว่ายาเสพติดให้โทษ หรือ เสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทว่าด้วยกฎหมายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 7เป็นผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานสอบสวนที่ให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่ตามมาตรา 43 ทวิ ที่พนักงานสอบสวนสั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ว่าหย่อนความสามารถในการที่จะขับขี่ จากการเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ฝ่าฝืนของพนักงานสอบสวนไม่ยอมให้ทดสอบ และ 8 ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีข้อแก้ตัวและเหตุผลโดยสมควร
ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อหาทั้งหมดแล้ว โดยมีพยานหลักฐานทั้งหมด สำหรับเรื่องการประกันตัวนั้น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการประกันตัว มีการฝากขังผลัดที่ 4 แล้ว ดังนั้น การประกันตัวอยู่ในชั้นดุลพินิจของศาล สำหรับข้อหาฆ่าคนตายนั้น ในชั้นนี้ ได้รับทราบจากพนักงานสอบสวน และผู้บัญชาการตำรวจภาค 1 แล้วว่า ผู้เสียหายได้ขอให้พิจารณาพยานหลักฐานว่าจะสามารถแจ้งข้อหาฆ่าคนตายได้หรือไม่ ซึ่งพบว่าจากพยานหลักฐานสามารถแจ้งข้อหาได้ 8 ข้อหา แต่หากผู้เสียหายต้องการจะยื่นเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการและพนักงานอัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมก็เป็นสิทธิ
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ซึ่งในส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นที่ญาติของผู้เสียชีวิตร้องขอให้พนักงานสอบสวนแจ้งเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่านายเจนภพ ใช้ความเร็วสูงนั้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆแล้ว ยังไม่มีข้อบงชี้ชัดว่าผู้ต้องหามีเจตนาฆ่าผู้อื่น จึงยังไม่มีความเห็นแจ้งข้อหานี้เพิ่มเติม ซึ่งภายหลังจากการตรวจสำนวนเสร็จสิ้นนั้น พลตำรวจเอกพงศพัศ พร้อมญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการภาค 1 โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้มารับสำนวนด้วย ส่วยนายเจนภพขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกันตัวต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาในคดีนี้
จากนั้นเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการภาค 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนได้นำสรุปสำนวนคดีนี้ ส่งให้อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิจารณาส่งฟ้องศาล โดยมี นายยงยุทธ เกียรติศักดิ์โสภณ อธิบดีอัยการภาค 1 พร้อมอัยการจังหวัด เป็นผู้รับสำนวนคดี
นอธิบดีอัยการภาค 1 แถลงว่า หลังจากรับสรุปสำนวน 8 ข้อหาแล้ว กำหนดตั้งคณะทำงาน จากอัยการผู้ทรงคุณวุฒิเชี่ยวชาญข้อกฎหมาย มาทำหน้าที่ และขอเวลา 30-40 วัน ในการพิจารณาสำนวนคดีโดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และต้องทำงานรวดเร็วภายใต้ข้อกฎหมาย รวมถึงระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นกรอบปฏิบัติ โดยทางอัยการสูงสุดได้กำชับ ให้พิจารณาอย่างรัดกุม.







