posttoday
โอกาสทางธุรกิจที่ก้นบึ้งของพีรามิด (ตอน 1)

โอกาสทางธุรกิจที่ก้นบึ้งของพีรามิด (ตอน 1)

25 เมษายน 2559

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

ผมชอบหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า “The Fortune of the Bottom of the Pyramid.. Eradicating Poverty through Profits”  แปลตามความได้ว่า“โชค...ที่ก้นบึ้งของพีรามิด การขจัดความยากจนด้วยผลกำไร” แต่งโดยคุณ C.K. Prahalad  ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านกลยุทธ์องค์กรและธุรกิจระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา 

หนังสือเล่มนี้แปลกมาก เพราะพูดถึงวิธีการทำธุรกิจกับคนจน โดยคนจนที่พูดถึงในหนังสือเล่มนี้นั้นมีรายได้ต่ำกว่า 3,000 เหรียญสหรัฐ/ปี หรือประมาณ 1 แสนบาท/ปี แต่มีประชากรรวมกันทั่วโลกมากกว่า 4,500 ล้านคนทีเดียว โดยมีเนื้อหาดังนี้ครับ

หนึ่ง  ความเข้าใจผิดๆ

เกี่ยวกับปัญหาความจน

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่มีสมมติฐานเกี่ยวกับเรื่องความจนที่ผิดๆ 3 เรื่อง คือ หนึ่ง ประเทศยากจนเพราะประเทศนั้นไม่มีทรัพยากร  สอง การลงทุนที่ดีที่สุดในประเทศเหล่านี้คือการลงทุนในเรื่องการศึกษาและการรักษาพยาบาล  และสาม ประเทศที่ร่ำรวยจะสามารถลดความยากจนของประเทศที่ยากจนได้ ด้วยการส่งความช่วยเหลือให้ประเทศยากจนได้สร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงการต่างๆ

นักเศรษฐศาสตร์ชาวเปรูที่มีชื่อว่า เฮอร์นานโด เดอ โซโต (Hernando de Soto)  ได้กล่าวถึงวิธีที่จะแก้ไขความยากจนไว้ว่า “คนจนไม่ได้จนเพราะว่าเขาขาด...ทรัพย์สินหรือทรัพยากร แต่จนเพราะว่าเขาขาดเงินทุน”  ดังนั้นวิธีที่จะแก้ไขเรื่องความยากจนในประเทศที่ยากจนก็คือ การแก้ไขกฎหมายให้คนจนสามารถแปลงทรัพย์สินของตนให้กลายเป็นเงินทุนได้ เพื่อให้คนจนเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

สอง  ธุรกิจที่ทำกับคนยากจนมักจะเป็นธุรกิจนอกระบบ

เนื่องจากข้อจำกัดของคนจนที่ไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ ทำให้มีการให้เงินกู้นอกระบบเกิดขึ้น หลายเมืองในประเทศอินเดียพบว่าธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงถึง 25% ต่อปี  ในขณะที่เงินกู้นอกระบบจะคิดอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 600-1,000% ต่อปีทีเดียว  ซึ่งทำให้ธุรกิจเหล่านี้เจริญเติบโตรุ่งเรืองจากกำไรจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก แต่จะทำให้คนที่กู้เงินไปไม่สามารถจะลืมหูลืมตาหาเงินคืนได้หมดสักที

วิธีแก้ไขให้คนจนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำจะมีอยู่ 2 ทางด้วยกัน คือ วิธีแรก การแปลงทรัพยากรมาเป็นเงินทุน ตามแนวทางของศาสตราจารย์ เดอ โซโต เช่น การให้สิทธิแก่ชาวนากู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อไปซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย เป็นต้น ดังนั้นชาวนาจะต้องเป็นชาวนาจริงๆ และทำบัตรชาวนาเสียก่อน จากนั้นรัฐจึงให้สิทธิในการกู้เงินนั้นแก่ชาวนา

อีกวิธีหนึ่งคือ การให้เงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ แต่ก็ยังสูงเพียงพอที่จะชักจูงให้ผู้ประกอบธุรกิจอยากจะนำเงินมาปล่อยกู้  เมื่อปีที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้อนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อสำหรับประชาชนระดับฐานราก หรือที่หลายๆ คนมักจะเรียกกันว่า “นาโนไฟแนนซ์”  โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 36% ต่อปี

ในขณะที่เงินกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ย 5-10% ต่อเดือน หรือมากกว่านั้น ผลที่ออกมาก็คือชาวบ้านยังคงต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบอยู่ดี เพราะเอกชนไม่อยากปล่อยเงินกู้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังต่ำมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดจากหนี้สูญ

ทางแก้ในกรณีนี้คือ รัฐบาลอาจจะต้องปรับดอกเบี้ยให้สูงกว่านี้อีก เช่น อาจจะสูงถึง 50% ต่อปี หรือมากกว่านั้น เพื่อจูงใจให้เอกชนอยากเข้ามาทำธุรกิจปล่อยกู้ให้กับคนจน และแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนี้จะสูงมากก็ตาม แต่ก็ยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่เงินกู้นอกระบบปล่อยให้คนจนกู้อยู่ดี

สาม การทำธุรกิจกับคนจน

การทำธุรกิจกับผู้คนที่จนมากนั้น มีหลักการง่ายๆ อยู่ด้วยกัน 3 ประการ คือ ความสามารถที่จะซื้อได้ ความสามารถที่จะเข้าถึงได้ และความสามารถในการหาสินค้าได้

- ความสามารถที่จะซื้อได้ เนื่องจากคนจนจำนวนมากจะสามารถที่จะหาเงินได้เพียงพอแก่การกินอยู่วันต่อวันเท่านั้น คนจนนิยมที่จะซื้อสินค้าให้เพียงพอกับการใช้งานไปวันๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงมีสินค้าจำนวนมากมายที่ออกขนาดเล็กเพื่อใช้เพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น เช่น แชมพู ผงซักฟอก น้ำมันพืช เป็นต้น

- ความสามารถที่จะเข้าถึงคนจน  ส่วนใหญ่จะต้องทำงานทั้งวัน ดังนั้นจะมีเวลาบ้างก็ในช่วงเย็นเท่านั้น ร้านสะดวกซื้อตอบโจทย์การเข้าถึงได้ของผู้คนในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี

- ความสามารถในการหาสินค้าได้ คนจนจะเก็บเงินสดไว้ได้ไม่นาน ดังนั้นเขาเหล่านั้นจะพยายามใช้เงินเกือบจะทันทีที่มีเงิน ดังนั้นสินค้าที่จะได้เปรียบในการทำตลาด จึงจำเป็นที่จะต้องหาได้ง่าย และมีให้ซื้อตลอดเวลา

ในวันพรุ่งนี้เราจะคุยกันต่อถึงโอกาสทางธุรกิจที่จะทำกับคนจน โดยเราจะคุยถึง “หลักการ 12 ข้อ ในการทำธุรกิจกับคนจน”  แล้วพบกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท