posttoday
รัฐเร่งแก้ข้อจำกัดอาเซียน

รัฐเร่งแก้ข้อจำกัดอาเซียน

24 เมษายน 2559

นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 จนถึงวันนี้ เกือบ 4 เดือนของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

โดย...ทีมข่าวอาเซียนโพสต์ทูเดย์

นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 จนถึงวันนี้ เกือบ 4 เดือนของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งหลายๆ คนคาดหวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในการเชื่อมโยงกันของประเทศในกลุ่มอาเซียน ทว่าในความเป็นจริงแล้วกลับไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน นอกเสียจากการเชื่อมโยงกันทางเส้นทางคมนาคมขนส่งและการค้าระหว่างประเทศอาเซียนที่ดูจะคึกคักหลังจากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยไปอาเซียนในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2559 มีมูลค่า 8,965.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกโดยรวมทุกประเทศขยายตัว 0.7% หรือมีมูลค่า 34,704.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การนำเข้าของไทยในอาเซียนช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่า 5,792.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 12.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 ทำให้การค้าโดยรวมของไทยและอาเซียนลดลง 3.7%

มูลค่าการนำเข้าที่ลดลงมากทำให้การค้ารวมของไทยกับอาเซียนลดลงจาก 15,303.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2558 เป็นมูลค่า 14,758.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2559 หรือลดลง 3.7%

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ให้ความเห็นไว้ว่า 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลังเข้าสู่เออีซี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนที่เห็นการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นนั้น ก็เป็นไปตามธรรมชาติ ตามภาวะเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่เติบโตสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ภาษีนำเข้าระหว่างกันเป็นศูนย์

สิ่งที่ อัทธ์ มองว่าทุกสิ่งอย่างยังคงเหมือนเดิมนั้น ดูจากระเบียบการค้าชายแดนระหว่างกัน ที่ยังใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) ของแต่ละประเทศเหมือนเดิม ไม่มีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการค้าชายแดน การขนถ่ายสินค้าระหว่างกันยังไม่มีการเชื่อมโยงกัน การขนส่งสินค้าผ่านในแต่ละประเทศก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียมในการผ่านแดนเช่นเดิม

ยกตัวอย่างกรณีการขนส่งสินค้าข้ามแดนที่ด่านเชียงของที่จะต้องผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศจีนนั้น สินค้าจากไทยก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขนถ่ายสินค้าผ่านแดนชายแดนทั้งในส่วนของ สปป.ลาว และจีนอยู่ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการเจรจากับทาง สปป. ลาว เพื่อให้รวมเป็นศูนย์ขนถ่ายสินค้าเดียวกับไทยแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้การค้าระหว่างกันติดขัด เพราะที่ผ่านมายังไม่มีการคุยกันในระดับประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งเห็นว่าไทยจำเป็นที่จะต้องคุยกับเพื่อนบ้านแบบไตรภาคีทั้งในส่วนของไทย-สปป.ลาว-จีน และไทย-เมียนมา-จีน ขณะที่ สปป.ลาว และจีนมีการเจรจาในการขนถ่ายสินค้าระหว่างกันแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของสิทธิของเพื่อนบ้านที่จะบริหารจัดการบริเวณชายแดน เช่น สปป.ลาว เปรียบเสมือนทางผ่านสินค้าจากไทยเข้าไปจีน จึงทำให้ต้องมีจุดพักสินค้า เพื่อให้ได้ค่าธรรมเนียมในการขนถ่ายสินค้า ซึ่งจุดนี้เองที่ถือว่าเป็นข้อจำกัดสำคัญในการสร้างให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง

“เท่าที่มองตอนนี้ หลังเข้าสู่เออีซีไปแล้วก็ยังเหมือนเดิมกับตอนก่อนเข้าสู่เออีซี เพราะแต่ละประเทศยังกั๊กๆ กันอยู่ ยังไม่มีการนั่งโต๊ะเจรจากันอย่างจริงจัง ภาพรวมที่ออกมาเลยดูเหมือนไม่เคลื่อนหรือคืบหน้าไปเท่าที่ควร” อัทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการร่วมมือและเชื่อมโยงกันในอาเซียนน่าจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากกฎเกณฑ์กติกาการค้าชายแดนที่รัฐบาลแต่ละประเทศเจรจากัน และเชื่อว่าจะคลี่คลายและคืบหน้าไปเองตามธรรมชาติ จากการที่ สปป.ลาว และเมียนมามีการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจของประเทศตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งคงต้องใช้เวลา

นอกจากนี้ การที่จีนเข้ามามีบทบาทในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณด่านการค้าชายแดนของทุกประเทศและในทุกๆ กิจการ ทั้งกิจการโลจิสติกส์ สินค้าเกษตร การท่องเที่ยวและโรงแรม ก็น่าจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนด้วยกันมากขึ้นเช่นกัน

“ตอบยากที่จะบอกว่าจะเห็นการเชื่อมโยงกันของอาเซียนอย่างแท้จริงได้เมื่อไหร่ เพราะขึ้นอยู่ที่แต่ละประเทศว่าจะพัฒนาแค่ไหน แต่ก็หวัง (ลึกๆ) ว่า ภายใน 1-2 ปีนี้ จะเห็นการเปิดกติกาของอาเซียนมากขึ้น โดยเหตุผลที่มั่นใจว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะการลงทุนในซีแอลเอ็มวีที่เพิ่มมากขึ้นจะเป็นตัวผลักดันให้กฎกติกาการค้าระหว่างกันเปิดเสรีมากขึ้น ซึ่งเมื่อนั้นก็จะเห็นความร่วมมือและความเชื่อมโยงกันของอาเซียนที่ชัดเจนขึ้น” อัทธ์ กล่าว

ศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สิ่งที่ภาครัฐจะเร่งดำเนินการหลังจากนี้ คือ การจัดทำมาตรฐานระดับสากล และมาตรฐานระหว่างประเทศในแต่ละกลุ่มสินค้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าระหว่างกันในกลุ่มประเทศอาเซียน แม้สินค้าบางรายการจะลดอัตราภาษีลง แต่มาตรฐานสินค้าในแต่ละประเทศที่ยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้การค้าไม่สะดวกเท่าที่ควร

รวมถึงการจัดทำระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (เนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์) แบบไร้เอกสาร หรือการใช้เอกสารเพียงชุดเดียวในการดำเนินการ ที่แต่ละประเทศจะต้องจัดทำระบบดังกล่าวเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่ อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ ด้วย ซึ่งได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้อีก 10 ปีข้างหน้า หรือ วิชั่น 2016-2025 ไว้แล้ว เพื่อจัดทำกฎระเบียบที่สอดคล้อง และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างชาติอาเซียน

ขณะเดียวกัน อีกเรื่องที่สำคัญ คือ แนวนโยบายเขตเศรษฐกิจของแต่ละชาติสมาชิกอาเซียน ซึ่งแต่ละประเทศมีเขตเศรษฐกิจของตัวเอง และกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่อาจเป็นอีกหนึ่งปัญหาอุปสรรคสำคัญในการค้าระหว่างชาติอาเซียนในอนาคต

กุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ในส่วนงานของกรมศุลกากร คือ มุ่งเน้นอำนวยความสะดวกด้านการค้าให้มากที่สุด ซึ่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามงาน โดยเฉพาะเรื่องเนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์ ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 นี้ ซึ่งขณะนี้ได้ลงนามร่วมกับ 15 หน่วยงาน เหลืออีก 8 หน่วยงาน ที่จะต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันให้แล้วเสร็จ เพื่อขยายไปสู่ “อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์” ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ง่ายต่อการทำธุรกิจ

ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้ลงนามความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าระหว่างกัน ที่ลงนามไปแล้ว คือ มาเลเซีย และกัมพูชา ที่กำลังจะลงนามเร็วๆ นี้ คือ ลาว และเมียนมา รวมถึงการจัดตั้งเขตปลอดภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าระหว่างชาติสมาชิกอาเซียน จะช่วยทำให้เศรษฐกิจของอาเซียนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท