posttoday
รวมพลังแก้ไอยูยู

รวมพลังแก้ไอยูยู

22 เมษายน 2559

คงต้องบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการทำประมงให้มากกว่านี้ หากปัญหาที่กลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียูรายงานการแก้ปัญหาของไทยยังเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ใช่เป็นการกีดกันการค้าทางอ้อมในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว หรือเป็นการกดดันไทยทางการเมืองที่มีรัฐบาลมาจากการรัฐประหาร

คงต้องบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการทำประมงให้มากกว่านี้ หากปัญหาที่กลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียูรายงานการแก้ปัญหาของไทยยังเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ใช่เป็นการกีดกันการค้าทางอ้อมในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว หรือเป็นการกดดันไทยทางการเมืองที่มีรัฐบาลมาจากการรัฐประหาร

ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และการประมงของอียู ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการพูดคุยหารือประเด็นการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม (ไอยูยู) ของไทยว่ายังช้าใน 4 เรื่อง คือ 1.ขาดกรอบกฎหมายด้านการประมง และมีระบบการเฝ้าระวัง ควบคุม และตรวจสอบย้อนกลับที่ไม่เพียงพอ โดยไทยได้รับข้อเสนอแผนปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงจุดบกพร่องต่างๆ และคณะกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างการประเมินความคืบหน้าของไทย

2.การพูดคุยหารือที่ผ่านมาเป็นไปอย่างยากลำบาก และยังมีข้อห่วงกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับวิธีที่ไทยใช้ในการต่อสู้กับปัญหาการประมงไอยูยู ซึ่งหมายความว่า คณะกรรมาธิการฯ จะยังไม่สามารถยกเลิกการพิจารณาความเป็นไปได้ในการมีมาตรการอื่นกับไทยในอนาคตได้ (further action by the Commission cannot be ruled out) 3.การประชุมกับหน่วยงานของไทยเดือน พ.ค. 2559 จะเป็นโอกาสใหม่สำหรับไทยในการแสดงความมุ่งมั่นและความประสงค์ดีของไทย และ 4.ในเอกสารถาม-ตอบของ DG MARE ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2559 ระบุสาเหตุที่ทำให้ไทยอยู่ในรายการ Pre-Listed ประมงไอยูยู

ขณะที่ฝ่ายไทย ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย(ศปมผ.) ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม ชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยู ว่า หลังจากออก พ.ร.ก.ประมง พ.ศ. 2558 ต้องมีการออกกฎหมายรองอีก 92 ฉบับ ปัจจุบันมีการออกและประกาศใช้แล้ว 52 ฉบับ อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 39 ฉบับ

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย ทาง ศปมผ.ได้มีการจับกุม 696 คดี และคดีสิ้นสุดแล้ว 39 คดี  ในขณะที่การติดตามเฝ้าระวังเรือประมงได้มีการออกใบอนุญาตใหม่ การติดตั้งเครื่องติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) โดยมีความล่าช้าในการติดตั้งวีเอ็มเอส เรือ 30 ตันกรอส มี 7,132 ลำ ติดตั้งแล้ว 5,032 ลำ ที่เหลือ 2,300 ลำ จะดำเนินการอย่างไร จะเพิกถอนทะเบียนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้รอความชัดเจนจากกรมประมงว่าต้องเสร็จเมื่อไหร่ จากนั้นจะไม่ให้ต่อทะเบียนเรือ เรื่องนี้ก็ต้องรอกรมประมงชี้ให้ชัดว่าจะให้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ โดยให้ประสานกับกรมเจ้าท่าหารือว่าต้องถือเป็นเรือเถื่อนหรือไม่ ซึ่งเรื่องทั้งหมดควรต้องเสร็จในเดือน เม.ย.นี้แล้ว แต่ล่าสุดยังช้าอยู่

ส่วนความรับผิดชอบในฐานะรัฐเจ้าของชายฝั่ง รัฐเจ้าของเรือธง กรมประมงได้ดำเนินการประกาศท่าเรือทั้งหมด 27 แห่ง ท่าเรือนานาชาติ 15 แห่ง และท่าเรือประมงพื้นบ้าน 12 แห่ง และการตรวจสอบย้อนกลับได้มีการดำเนินการโดยออกใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าเรียบร้อยแล้ว

จะเห็นได้ว่าความคืบหน้าในการแก้ปัญหาไอยูยูของภาพรวม จะว่าไปแล้วก็เป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้ โดยในทางปฏิบัติก็มีการกำหนดมาตรฐานการทำประมง การขึ้นทะเบียนเรือตามใบอาญาบัตรเรือว่าเป็นเรือประเภทไหน ใช้เครื่องมือจับปลาตามที่กำหนดหรือไม่ มีการตรวจสอบแรงงานว่าถูกต้องตามกฎหมาย มีการกำหนดท่าเรือขึ้น มีการออกใบเคลื่อนย้ายสินค้า ระบุประเภทจำนวนปลา สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ตาม 4 เรื่องที่อียูประเมินไปครั้งก่อน 1.การบังคับใช้ พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2558 ข้อ 2.การจัดทำแผนแก้ไขปัญหาประมงไอยูยูระดับชาติ 3.เรื่องการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงของไทย และ 4.การติดตั้งระบบติดตามเรือ (วีเอ็มเอส)

ดังนั้น เมื่อเทียบความเร็ว-ช้าที่ไทยปฏิบัติกับความต้องการของอียูแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องรวมพลังเพื่อแก้ปัญหาครั้งนี้ให้ได้ ซึ่งถ้าทำเต็มที่แล้ว ทางอียูก็คงต้องอธิบายคำตัดสินให้นานาชาติฟังให้ได้ว่า ทำไมยังลงโทษไทยต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง