
รัฐบาลยันตั้งใจแก้ไขปัญหาไอยูยู
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเราถูกอียูตำหนิในบางเรื่องที่ทำ แต่ไม่ตรงเป้าที่ต้องการ แต่คิดว่าไม่เป็นไร ต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้ได้ชี้แจงให้อียูรับทราบทุกเรื่องที่สงสัยและในเรื่องการออกกฎหมายที่มีความล่าช้าเราต้องไปดูว่าล่าช้าตรงไหน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ได้ปรับแนวทางการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ให้อยู่ในกรอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะแก้ไขปัญหาโดยศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.)มีความก้าวหน้าไประดับหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาต่อไป ส่วนการเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมประมงก็เพื่อความเหมาะสม
อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือตอบกลับแถลงการณ์ไอยูยูของ คาร์เมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และการประมงของสหภาพยุโรป (อียู) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของไทยว่า รัฐบาลไทยยินดีที่จะมีการเจรจากับกรรมาธิการประมงอียูในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะเร่งติดตามและแจ้งผลการแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบต่อไป
รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการหารือกับคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อให้คำแนะนำและร่วมกันแก้ไขปัญหา อันจะนำไปสู่การดำเนินการต่างๆ ในการขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย และการละเมิดสิทธิแรงงานในภาคประมงตามมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นต่อการดำเนินนโยบายปฏิรูปภาคประมงไทยทั้งระบบ และมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในการปรับปรุงกรอบกฎหมายและกรอบนโยบายด้านการประมง แม้ว่ายังมีประเด็นปัญหาต่างๆ อีกหลายเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป
ด้วยมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างไทยและอียูที่ดำเนินมาช้านาน รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะรักษากระบวนการการหารือที่สร้างสรรค์กับคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมในการทำประมงที่ยั่งยืน
ทางด้านเอพี รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อียู 2 ราย ว่า อียูยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์การแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมประมงของไทยที่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาทบทวนการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
รายงานระบุว่า 28 ชาติสมาชิกอียูยังคงเดินหน้ากดดันในเรื่องนี้ เพราะจากการติดตามพบว่ายังไม่มีความคืบหน้ามากพอ แม้ว่าประเทศไทยจะผ่านกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายออกมาเมื่อปีที่แล้วก็ตาม โดยทางอียูได้รับข้อมูลการปฏิรูปอุตสาหกรรมประมงน้อยมาก แต่กลับได้รับหลักฐานการทำประมงผิดกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายที่ด้อยประสิทธิภาพจากกลุ่มประเทศที่สาม และองค์กรเอ็นจีโอมากขึ้นแทน
“เราเป็นกังวลอย่างมากต่อขั้นตอนการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยในการจัดการกับกิจกรรมต่างๆ ในอุตสาหกรรมประมงที่ผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทำให้ไม่สามารถตัดประเด็นการออกมาตรการเพิ่มเติมกับไทยไปได้ในขณะนี้” แหล่งข่าวระบุ
ทวี ปิยะพัฒนา ประธานบริษัท พี.เอฟ.พี. ผู้นำด้านธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป กล่าวว่า หากอียูประกาศให้ใบแดงกับประเทศไทยจากปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจประมงของไทยทันที และอาจมีผลทำให้อเมริกานำกฎดังกล่าวขึ้นมาบังคับใช้กับไทย และส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาหารทะเลแปรรูปในสัดส่วนถึง 20%
สำหรับบริษัทมองว่าไอยูยูวางกฎระเบียบที่เกินกว่ามาตรฐานที่ควรเป็น โดยให้ระบุถึงแหล่งที่มาของการจับปลา มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เฉพาะแค่เป็นเกมการเมือง แต่มองถึงเป็นเกมทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมากกว่า จึงทำให้เกิดการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับตัวรองรับกับกฎหมายที่เข้มงวดจากอียูมาอย่างต่อเนื่อง หากให้ระบุแหล่งที่มาของการทำประมงก็สามารถทำได้ แต่สินค้าที่จะมีปัญหาคือผู้ผลิตปลาทูน่ามากกว่า
ไกรเสริม โตทับเที่ยง เจ้าของแบรนด์ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย กล่าวว่า กรณีที่ประเทศไทยอาจได้รับใบแดงในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายนั้น คงต้องรอดูความชัดเจนอีกทีว่าจะมีผลสรุปออกมาอย่างไร ซึ่งมองไปที่ผลกระทบของผู้ประกอบการอาหารทะเลในช่วงนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะนำเข้า ไม่ได้ใช้อาหารทะเลจากประเทศไทย แต่ถ้าเป็นช่วงกลางปีจึงจะใช้วัตถุดิบอาหารทะเลในประเทศไทย เนื่องจากเป็นฤดูการจับ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเชื่อว่าผู้ประกอบการจะมีการวางแผนลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว เพราะปัจจัยดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ







