posttoday
อเมริกันชนขอทวงคืนประชาธิปไตย

อเมริกันชนขอทวงคืนประชาธิปไตย

21 เมษายน 2559

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองตลอดมา คงได้ยินคำว่า “อาหรับสปริง” เมื่อชาวอียิปต์ลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลทหาร จนคำนี้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง ถ้าประชาชนประเทศใดลุกฮือขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลเผด็จการทหารหรือพลเรือนที่ปกครองมานาน ก็จะใช้คำว่า “สปริง” หมายถึงการลุกฮือขึ้นมาในสหรัฐอเมริกา ขณะที่การชิงชัยเป็นตัวแทนพรรคเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นเวลานี้ กำลังเกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อคนอเมริกันกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่ากลุ่ม “เดโมเครซีสปริง” ถ้าแปลเป็นไทยคงหมายถึง“กลุ่มลุกขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย” ซึ่งเริ่มก่อตัวที่เมืองฟิลาเดลเฟีย แล้วมารวมตัวกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีกลุ่มองค์กรต่างๆ มากกว่า 100 กลุ่มทั่วประเทศเข้าร่วมด้วย พวกนี้ประกาศว่าจะจัดชุมนุมอย่างสันติแบบ “อารยะขัดขืน” ต่อเนื่องไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะเป็นผล สมาชิกถูกตำรวจจับไปแล้วประมาณ 400 คน แต่พวกนี้วางแผนให้ถูกตำรวจจับไปมากๆ จนคุกไม่มีที่จะใส่ เพื่อให้ได้รับความสนใจจากนักการเมือง และนักการเมืองต้องทำตามข้อเรียกร้อง

เรื่องนี้ไม่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริกา แต่ปรากฏว่าสื่อมวลชนของรัสเซียรายงานข่าวเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน ผู้อ่านหลายคนคงสงสัยว่าสหรัฐอเมริกาที่อ้างว่าเป็นตัวเองเป็นแชมเปี้ยนประชาธิปไตย เที่ยวไปสั่งสอน เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เป็นประชาธิปไตย แล้วทำไมคนอเมริกันจึงลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย แสดงว่าสหรัฐเองก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตยมากพออย่างที่คนอเมริกันกลุ่มหนึ่งต้องการอย่างนั้นหรือ หรืออเมริกาเป็นประชาธิปไตยที่ทุกอย่างถูกกำหนดโดยกลุ่มทุนสามานย์

คนอเมริกันส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน ก็เป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต แต่ที่ผ่านมาพวกเขาพบว่าสิทธิทางการเมืองของตนมีน้อยกว่าบรรดาเศรษฐีและบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ เห็นได้จากการเลือกตัวแทนพรรคการเมืองเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ทางการเมือง รวมทั้งตำแหน่งประธานาธิบดี ถูกกำหนดโดยพรรคอย่างไม่ตรงไปตรงมา เนื่องจากพรรคการเมืองได้รับเงินบริจาคจากเศรษฐีและบริษัทธุรกิจ เศรษฐีและบริษัทธุรกิจใหญ่ที่บริจาคมากจะมีอิทธิพลในการกำหนดว่าจะให้ใครเป็นตัวแทนพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. และ สว. หรือแม้แต่เป็นประธานาธิบดี พรรคการเมืองนั้นต้องโอนอ่อนตาม ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้รับเงินบริจาค

สมาชิกพรรคที่เป็นคนธรรมดา หรือคนเงินน้อย หรือผู้บริจาคเงินให้พรรคน้อย ไม่มีสิทธิกำหนดว่าใครควรจะได้ลงสมัคร นอกจากไม่มีสิทธิแล้ว ยังต้องสนับสนุนคนที่เศรษฐีหรือธุรกิจขนาดใหญ่กำหนดมา แม้ผู้สมัครคนนั้นจะเป็นคนที่น่ารังเกียจก็ตาม เช่น โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครแข่งขันเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่สมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งมองว่า ถ้าคนนี้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฉิบหายแน่ แต่จำเป็นต้องสนับสนุนเพราะเศรษฐีและผู้บริจาครายใหญ่กำหนดมาแล้ว หรือแม้แต่อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ที่คนอเมริกันส่วนมากมองว่าเป็นคนไม่ค่อยฉลาด แต่กลุ่มทุนน้ำมันสนับสนุนก็ต้องเชียร์กันไปจนได้เป็นประธานาธิบดี ฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลโอบามา ที่ลงชิงชัยเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ถูกมองว่าเป็นตัวแทนกลุ่มทุนธุรกิจยักษ์ใหญ่

คนอเมริกันรู้สึกว่าสิทธิของตนมีน้อยกว่าสิทธิของมหาเศรษฐีหรือธุรกิจใหญ่ ซึ่งผิดหลักการสำคัญประการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย คือ การมีสิทธิเท่าเทียมกันของพลเมือง เมื่อผู้สมัครหรือนักการเมืองที่เป็นเด็กในคาถาของมหาเศรษฐีและธุรกิจใหญ่เข้ามามีอำนาจในฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ หรือแม้ในฝ่ายตุลาการ ก็จะทำงานรับใช้ผลประโยชน์ของมหาเศรษฐีและกลุ่มธุรกิจ ไม่ได้รับใช้ผลประโยชน์ของประชาชน เอาภาษีของประชาชนอเมริกันไปก่อสงครามแล้วขายอาวุธหรือเข้าไปฉกฉวยผลประโยชน์ในต่างประเทศ ขณะที่ประเทศมีหนี้สินมากมายแต่เศรษฐีขายอาวุธและเศรษฐีน้ำมัน ธุรกิจยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและอาวุธกลับรวยเอาๆประชาชนอเมริกันจนลงๆ ทหารอเมริกันต้องไปตายในดินแดนที่เขาไม่รู้จักโดยถูกนักการเมืองอเมริกันหลอกว่าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกัน

นี่เป็นวิธีการหนึ่งใน “การโกงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” ซึ่งกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยเห็นว่าจำเป็นต้องปฏิรูปโดยด่วน

ข้อเรียกร้องของกลุ่มเดโมเครซีสปริง คือเรียกร้องการมีสิทธิมีเสียงที่เท่าเทียมกัน เรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐดำเนินการให้ยุติการฉ้อฉลทางการเมืองของกลุ่มธุรกิจใหญ่ ให้มีหลักประกันการเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นธรรม ราษฎรทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน เร่งรัดให้ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปประชาธิปไตย 4 ฉบับที่เวลานี้อยู่ในสภาแล้ว ให้รัฐสภาดำเนินการอย่างเร่งด่วนหยุดยั้งการที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ใช้เงินครอบการเมือง ให้มีการเลือกตั้งโดยเสรีและยุติธรรมโดยคนอเมริกันมีเสียงเท่ากัน สมาชิกรัฐสภาทุกคนต้องปฏิญาณตนที่จะต่อต้านการฉ้อฉล เป็นต้น

ประชาธิปไตยอเมริกันบางครั้งก็น่าอายจนสื่อใหญ่ๆ ของอเมริกันไม่กล้าลง

คนไทยคงรู้สึกคุ้นหูกับสิ่งที่คนอเมริกันกลุ่มนี้เรียกร้อง เพราะมันช่างเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเหลือเกิน เราพูดกันถึงพรรคมวลชน พรรคของประชาชนที่สมาชิกพรรคและประชาชนเป็นคนกำหนดผู้ลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้งเป็น สส.แต่จริงๆ แล้ว คนรวย มหาเศรษฐี นักธุรกิจใหญ่ที่บริจาคเงินให้พรรคจำนวนมาก เป็นผู้มีสิทธิมีเสียงมากกว่าสมาชิกทั่วไป พรรคการเมืองส่วนใหญ่เป็นของนายทุนทั้งสิ้น ส่วนประชาชนถูกเขาอ้างชื่อมาบังหน้าเพื่อให้ดูดีเท่านั้น

สหรัฐที่มักอ้างว่าตนเองเป็นแชมเปี้ยนแห่งประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเที่ยววิจารณ์ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น วันนี้คงต้องหันมาสำรวจตัวเองบ้าง เพราะคนอเมริกันกลุ่มหนึ่งกำลังเรียกร้องสิทธิเท่าเทียมกัน อันเป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยให้กับคนอเมริกันอีกล้านๆ คน รัฐบาลวอชิงตันควรสนใจ ซ่อมแซมประชาธิปไตยในบ้านตัวเอง ก่อนที่จะไปวุ่นวายแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท