posttoday
ก้าวต่อไป e-Commerce

ก้าวต่อไป e-Commerce

21 เมษายน 2559

โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูณ ร.น. นักประสานและบริหารจัดการ

โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูณ ร.น. นักประสานและบริหารจัดการ

ช่วงที่ผ่านมา หลายท่านคงได้ยินคำเหล่านี้มามากพอควร เช่น Fintech Startup e-Payment หรือ Digital Economy แต่ละคำมีความหมายว่าอย่างไรคงพอเห็นภาพได้ แต่ภาพที่ชัดที่สุดคือ วันนี้เป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) แล้ว สิ่งเหล่านี้กำลังเข้ามาในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านชีวิตส่วนตัว การทำงาน รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีรูปแบบใกล้ชิดติดตัวเราช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์เราด้วยราคาสินค้าและบริการที่ถูกลงด้วย

ตัวเลขหนึ่งที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ช่วยยืนยัน ภาพนี้คือมูลค่าของ e-Commerce เมื่อปี 2556 อยู่ที่ 7.6 แสนล้านบาท ปี 2557 เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาที่ 2 ล้านล้านบาท และปี 2558 ขยับขึ้นอีกอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท

อะไรที่ทำให้ตัวเลขเติบโตมากขึ้นขนาดนี้ คงจะเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในการเลือกซื้อ หลายท่านเริ่มใช้และคุ้นชินกับการเปิดดูรูปสินค้าจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ เห็นข้อมูลเปรียบเทียบทุกสิ่งอย่าง ทั้งรายละเอียดของสินค้า รวมถึงราคา โดยเราไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ร้าน หรือไปดูหลายๆ ร้าน บางทีเราไปแล้วก็อาจไม่เจอของที่เราอยากได้ก็เสียเที่ยวเปล่าๆ อ่านๆ ไปก็มีทั้งComment ทั้ง Review พร้อมเสร็จ มีทั้งจริงทั้งใส่สีตีไข่บ้างตามอัธยาศัย แต่ก็ช่วยใหมั่นใจมากขึ้นว่าไม่น่าจะถูกหลอกหรือโฆษณาเกินจริง

เมื่อตัดสินใจเลือกแล้วก็ยังไม่ต้องจ่ายเงิน รออยู่ที่บ้านเดี๋ยวเขาก็มาส่ง ได้ของแล้วค่อยจ่ายเงินให้คนที่มาส่งของมีใบเสร็จรับเงินมาพร้อม หรือต่อไปอาจมีการรับส่งของกันที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้บ้านเราด้วย

กลับกันทางด้านผู้ขายก็ไม่ต้องลงทุนเปิดร้าน เสียค่าเช่า ตกแต่งออฟฟิศ ไม่ต้องหมดเปลืองค่าโฆษณา หรือค่าลูกจ้างมากมาย จะจ้างแมสเซนเจอร์หรือคนส่งของเป็นรายเดือนหรือรายครั้งก็ได้ ที่สำคัญแมสเซนเจอร์ต้องเก็บเงินค่าสินค้ากลับมาด้วย ถ้าผู้ซื้อไม่จ่ายก็ไม่ให้ของนั้นๆ ไป ดูแล้วก็เป็นความสัมพันธ์แบบ Check and Balance ทุกฝ่ายมีความสุขได้กับระบบนี้ ทำเป็นทั้งรายได้หลักหรือรายได้เสริมก็แล้วแต่

ล่าสุด มีข่าวที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ของโลก เช่น Alibaba ธุรกิจ e-Commerce สัญชาติจีน ที่เพิ่งจะแซงหน้า Amazon ที่เป็นสัญชาติอเมริกันไปแล้ว เตรียมรุกตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะเข้าซื้อ Lazada ซึ่งเป็น e-Commerce รายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยน Know How และ Technology เพื่อพัฒนาการบริหารและการให้บริการ จุดนี้จะทำให้ตลาดการค้าออนไลน์ของไทยขยายตัวขึ้นอีกแน่นอน

มาดูกันอีกนิดว่ามูลค่า e-Commerce นี้อยู่ที่ธุรกิจใดกันบ้าง อันดับ 1 คือ การให้บริการที่พัก สูงถึง 6.5 แสนล้านบาท ตามมาด้วยการผลิตต่างๆ 3.5 แสนล้านบาท และเรื่องของข้อมูลข่าวสาร 3.2 แสนล้านบาท นั่นคือจุดแข็งจากการเติบโตด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้ยังมีห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ที่ตามๆ กันมาอีกไม่รู้เท่าไหร่

ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องคือจำนวนของประชากรกลุ่มชนชั้นกลางทั่วโลกที่เพิ่มกว่า 2,000 ล้านคน ในปี 2557 คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรโลก ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย และยังคาดว่าในปี 2573 ชนชั้นกลางนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 5,000 ล้านคน ลองนึกภาพว่า มูลค่า e-Commerce จะก้าวกระโดดไปไกลขนาดไหน เพราะคนรุ่นนี้มีกำลังซื้อ กล้าจับจ่ายใช้สอย ตอบสนองความสะดวกและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ถ้าลงลึกอีกนิด จะเห็นว่าธุรกิจที่มีการเติบโตสูงสุด 2 อันดับแรก คือ การค้าปลีกค้าส่ง และธุรกิจด้านศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ ในส่วนการค้าปลีกค้าส่งนั้น มีทั้งคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม น้ำหอม อุปกรณ์เสริมความงาม เครื่องแต่งกาย อัญมณีเครื่องประดับ ส่วนธุรกิจบันเทิงนั้นจะเป็นเรื่องของเพลง ภาพยนตร์ e-Movie และเกมออนไลน์ รวมทั้ง e-Book และ Application ต่างๆ ด้วย

ทิ้งท้ายด้วยผลสำรวจเกี่ยวกับช่องทางการชำระเงินออนไลน์ที่ผู้ประกอบการนิยมเปิดไว้ให้บริการตามความต้องการของลูกค้า อันดับ 1 ยังเป็น e-Banking ทั้งผ่าน Internet Banking หรือ Mobile Banking และผ่านตู้ ATM อันดับ 2 เป็นการจ่ายผ่านบัตรเครดิตและเดบิต อันดับ 3 คือ Mobile Payment Aggregator ต่างๆ เช่น m-Pay, True Money เป็นต้น

e-Commerce เติบโตอย่างน่าสนใจด้วยแรงบวกของการใช้ 3G และ 4G ที่มาแล้ว บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตที่อยู่ติดตัวเราเสมอจนกำลังแตกตัวเป็น m-Commerce หรือ Mobile Commerce ตอนนี้คนไทยเริ่มกล้าซื้อกล้าจ่ายเงินทางออนไลน์มากขึ้น โดยไม่กลัวจะถูกโกง ไม่น่าเชื่อแต่ต้องเชื่อว่าคนอายุ 55 ปีขึ้นไป ซื้อขายผ่านออนไลน์มากที่สุดแต่ถูกหลอกมากที่สุดด้วยเช่นกัน

ผมขอส่งท้ายด้วยมุมมองจากผู้รู้ฝากมา เริ่มที่โอกาสของ e-Commerce ต้องอาศัยจินตนาการและแรงบันดาลใจ ที่เป็นพลังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation) บวกกับการลดต้นทุนที่ดีกว่า โดยอาศัย 4 ปัจจัย คือ 1.Segment 2.Technology 3.Business Alliance 4.Regulation ส่วนผมเองขอติงฝ่ายนโยบายที่ตั้งใจอยากจะสนับสนุนส่งเสริมพัฒนานั้นต้องลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาคปฏิบัติ เพราะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ

สุดท้ายขอภาวนาเอาใจช่วย 4 เรื่องคือการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่จุดพลุมาเกือบ 2 ปีแล้ว รวมถึงการพิจารณาและออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ค้างอีกเกือบ 10 ฉบับ การเชื่อมโยงโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ เพราะไม่ใช่มีแค่แนวคิด วิสัยทัศน์ หรือนโยบายเท่านั้น แต่รูปธรรมที่จับต้องได้ จึงจะเป็นเครื่องจักรที่จะขับเคลื่อนประเทศได้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท