posttoday
กรรมของไทย

กรรมของไทย

05 สิงหาคม 2553

....ภุมรัตน์ ทักษาติพงศ์

การที่คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาเสนอออกไปอีก 1 ปี โดยจะเข้าสู่การพิจารณาในครั้งหน้าที่บาห์เรน ทำให้ไทยมีเวลาหายใจอีก 1 ปี ในการแก้เกม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปรากฏการณ์หนึ่ง หรือเป็นเพียงหนังแผ่นหน้าโรงเท่านั้น คนไทยต้องดูหนังม้วนซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสโกงไทยอย่างหน้าด้านๆ และช่วยเหลือเขมรจนชนะในศาลโลกที่ตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร จนมาถึงฮุนเซนเสนอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกและเสนอแผนบริหารจัดการ

แต่เรื่องจะยังไม่จบตราบใดที่ฮุนเซนยังเป็นผู้นำเขมร ดังนั้นไม่ว่าคณะกรรมการมรดกโลกมีมติออกมาว่าอย่างไรในปีหน้า เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ

ที่ว่ายังไม่จบเพราะอะไร ต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของเขมรและยุทธศาสตร์ของฮุนเซน เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าฮุนเซนเป็น “เด็กปั้น” หรือ “เด็กในคาถา” ของเวียดนามในการขึ้นสู่อำนาจและการคงอยู่ในอำนาจ ดังนั้นฮุนเซนจึงต้อง “จงรักภักดี” ต่อเวียดนาม กัมพูชามีปัญหาเขตแดนด้านตะวันออกที่ติดต่อกับเวียดนาม และเขตแดนด้านตะวันตกที่ติดต่อกับไทย

ประวัติศาสตร์เขมรได้เขียนให้ไทยเป็น “ผู้ร้าย” ตลอดมา (เหมือนกับประวัติศาสตร์ไทยที่เขียนให้พม่าเป็นผู้ร้าย) ฮุนเซนได้ใช้ปัญหาชายแดนด้านตะวันตกติดกับไทยสร้างความรู้สึกรักชาติในหมู่ชาวเขมร และกลบเกลื่อนหรือเบนความสนใจของคนเขมรจากกรณีเวียดนามเข้ามายึดครองชายแดนเขมรแทน จุดที่จะหยิบมากระตุ้นความรู้สึกของคนเขมรคงไม่มีอะไรดีไปกว่าปราสาทพระวิหาร ดังเช่นที่เจ้าสีหนุเคยใช้เล่นมาแล้ว ดังนั้นปราสาทพระวิหารจึงอยู่ในลำดับต้นๆ ที่ฮุนเซนหยิบมาเล่น และเล็งปราสาทอื่นๆ ตลอดชายแดนไว้เป็นตัวสำรอง สุดท้ายคือเล็งไปที่อ่าวไทย อย่างไรเสียฮุนเซนก็ต้องหาเรื่องด้านชายแดนไทยตลอดไป

เขมรได้เตรียมการเรื่องปราสาทพระวิหารมานานนับสิบๆ ปี เพราะฮุนเซนอยู่ในอำนาจติดต่อกัน 20 ปีกว่า เขาจึงบริหารนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ไทยนั้นไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลไทยแต่ละชุดมีอายุไม่ยาว รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งอยู่นานที่สุดต้องแก้ปัญหาภัยคุกคามเฉพาะหน้าจาก พคท. เมื่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีในระยะสั้นๆ เขาสนใจเขมรในแง่ของเศรษฐกิจและการค้า ภายใต้นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นรัฐบาลถึง 5 ปี ก็เน้นเรื่องเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยมีโครงการลงทุนสร้างถนน สร้างกาสิโน กระเช้าลอยฟ้าขึ้นปราสาทจากด้านเขมร

ปัญหามรดกโลกที่เกิดขึ้นเริ่มจากมีคนไทยใจเขมรแอบไปกระทำการอย่างลุกลี้ลุกลน รวบรัด เร่งรีบ ปกปิด ยอมให้เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาครั้งใหม่ที่เราต้องมานั่งปวดหัวกันอยู่ในวันนี้และในอนาคต

ไทยไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการต่อสู้กับเขมรมาก่อน ไม่เคยใช้ความเจ็บปวดเป็นบทเรียน จนทำท่าว่าไทยจะเสียเปรียบอีกครั้ง ดังนั้นคนไทยต้องรับ “กรรม” ต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อกรณีปราสาทพระวิหาร เพราะไม่เคยมีแผนรับสถานการณ์เหล่านี้อย่างชาญฉลาด สถานการณ์ดู “มืดมัว” จริงๆ จึงนับว่าเป็นกรรมของคนไทยและประเทศไทย

ไม่ใช่ว่าฮุนเซนเก่งกล้าสามารถด้วยตัวเอง แต่ที่ฮุนเซนกล้า “ท้าทาย” ไทยได้ถึงขนาดนี้ เพราะมีมหาอำนาจพยายามเข้าหาฮุนเซนเพื่อขอมีส่วนแบ่งในโควตาสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในเขตน่านน้ำกัมพูชา ประเทศเหล่านี้ได้เอาใจโดยขายอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยให้กับกองทัพกัมพูชา จนกองทัพกัมพูชาแข็งแกร่งกว่าที่ไทยคาด

สิ่งที่อยากจะเรียกร้องในที่นี้ คือ (1) ขอให้คนไทยไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาใด พรรคฝ่ายรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ใส่เสื้อสีใด รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวสนับสนุนท่าทีของรัฐบาลในการต่อสู้กับเขมรเพื่อรักษาดินแดนไทยไว้ไม่ให้เสียไปอีกแม้แต่ตารางนิ้วเดียว

(2) ผู้นำไทยทั้งด้านการเมือง การทหารสื่อมวลชน ต้องไม่ใช้คำว่า “พื้นที่ทับซ้อน” เพราะไม่มีการทับซ้อนของอธิปไตย ถ้าไม่เป็นของเขาก็เป็นของเรา ถ้าไม่เป็นของเราก็เป็นของเขา พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของไทย 100% หากบอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนก็คล้ายกับเราลดสิ่งที่เป็นของเราเหลือเพียง 50% และเชิญให้เขมรเข้ามา 50% ซึ่งไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะฉะนั้นคนไทยต้องยืนยันว่านอกจากตัวปราสาทพระวิหาร พื้นที่ที่เหลือเป็นของไทย

(3) ทหารซึ่งชอบพูดว่าไม่อยากทำอะไรเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน คราวนี้ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นเขมรที่กำลังคิดจะเอาดินแดนไทยไป ทหารซึ่งเป็นรั้วของชาติต้องป้องกันไม่ให้ไทยเสียดินแดนอีกแม้ตารางนิ้วเดียว เราเองก็ไม่ต้องการดินแดนของเขมรแม้แต่ตารางนิ้วเดียว สิ่งที่ต้องทำเฉพาะหน้า คือ กดดันหรือผลักดันให้ชุมชนเขมรที่มาตั้งบ้านเรือน วัด บนเขาในดินแดนของไทยออกไปให้ได้ และ (4) คนไทยทุกฝ่ายล้วนแต่มีเจตนาดีในการปกป้องดินแดนแม้มีความเห็นต่าง ต้องหันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อให้การต่อสู้เป็นเอกภาพและรอบคอบมากขึ้น รัฐบาลต้องเดินเคียงคู่กับภาคประชาชน

เดิมพันครั้งนี้สูงมาก เป็นเรื่องของแผ่นดินไทยซึ่งเป็น “ผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ”จุดยืนของไทยคือ ถ้าจะให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกก็ต้องเป็นมรดกโลกร่วมกัน มีแผนบริหารพื้นที่ร่วมกัน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันโดยเขมรอย่ามาแตะต้องดินแดนส่วนอื่นของไทย ในขณะที่ไทยจะไม่แตะต้องตัวปราสาทพระวิหาร ยกเว้นว่าไทยมีข้อมูลใหม่ที่เราสงวนสิทธิไว้แล้วเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท