
กล้องแก้ทุจริต ช่วยขับเคลื่อนไทย
ลงไปสัมผัสบรรยากาศธุรกิจช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เบื้องแรกนึกว่ากำลังซื้อกลับมาคึกคักแล้ว เพราะห้างร้านที่ติดแอร์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนใหญ่คนแน่นขนัด แต่เมื่อลงไปสังเกตอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ที่แห่เข้าห้างแทบแตกเพื่อหลบร้อน เนื่องจากอุณหภูมิหลายจังหวัดสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หากเดินกลางแดดร้อนๆ แค่ช่วงสั้นๆ แทบจะหายใจไม่ทัน ขณะที่จะอยู่บ้านก็เปลืองไฟ อยากประหยัดไว้เปิดเครื่องปรับอากาศช่วงนอนกลางคืนมากกว่า
ลงไปสัมผัสบรรยากาศธุรกิจช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เบื้องแรกนึกว่ากำลังซื้อกลับมาคึกคักแล้ว เพราะห้างร้านที่ติดแอร์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนใหญ่คนแน่นขนัด แต่เมื่อลงไปสังเกตอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ที่แห่เข้าห้างแทบแตกเพื่อหลบร้อน เนื่องจากอุณหภูมิหลายจังหวัดสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หากเดินกลางแดดร้อนๆ แค่ช่วงสั้นๆ แทบจะหายใจไม่ทัน ขณะที่จะอยู่บ้านก็เปลืองไฟ อยากประหยัดไว้เปิดเครื่องปรับอากาศช่วงนอนกลางคืนมากกว่า
ด้วยอุณหภูมิที่สูงทะลุ 40 องศาแบบนี้ กลไกตลาดจึงเริ่มทำงาน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าซูเปอร์เซ็นเตอร์ ไปจนถึงคอนวีเนี่ยนสโตร์ ที่ติดแอร์ทั้งหลาย จึงเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ สร้างบรรยากาศช็อปปิ้งให้เย็นชื่นใจเป็นจุดขาย เพิ่มเติมจากหั่นราคาสินค้ารับประกันถูกสุด โดยคูลมาร์เก็ตติ้ง หรือกลยุทธ์สุดเจ๋งอากาศเย็น ได้ช่วยเพิ่มทราฟฟิกหรือการหมุนเวียนของคนเดินเข้า-ออกร้านค้าได้อย่างเห็นผล ท่ามกลางอุณหภูมิ 40 องศา ผนวกกับบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ เป็นวันครอบครัว วันผู้สูงอายุ แรงกตัญญูจึงเร่งการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ ซึ่งช่วงนี้ค่ายญี่ปุ่นตัดราคาถูกกว่าค่ายเกาหลี ยอดขายทีวีสงกรานต์นี้จึงแรงไม่แพ้พัดลมที่หิ้วกันราวกับแจกฟรี
เมื่อไฮซีซั่นหน้าร้อนสงกรานต์เดือน เม.ย.ที่ผ่านไป แต่กำลังซื้อส่วนใหญ่ยังระวังใช้จ่าย เป็นแค่นักชมนักดมหลบอากาศร้อน มากกว่าจะเป็นนักช็อปเช่นนี้ ความหวังจะให้การบริโภคเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงน่าจะลากยาวไปตลอดช่วงโลว์ซีซั่นไตรมาส 3 รอลุ้นอีกครั้งช่วงเทศกาลปลายปีไตรมาสท้าย ส่วนการลงทุนภาคเอกชน เมื่อกำลังซื้อยังไม่มี กำลังการผลิตยังใช้ไม่ถึง 50% สต๊อกยังต้องแบกอีกเพียบ จึงยากที่จะลงทุนขยายกำลังผลิต หรือจ้างงานเพิ่ม ขณะที่การส่งออกก็ยังหวังยาก เมื่อเศรษฐกิจโลกแนวโน้มชะลอ จีนตัวขับเคลื่อนหลักในเอเชียยังผันผวน
ที่เหลือจึงต้องหันกลับมาที่การใช้จ่ายภาครัฐเหมือนเดิม แต่จากการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท ผ่านมาครึ่งปีงบประมาณ (ต.ค. 2558-มี.ค. 2559) ในส่วนของการเบิกจ่ายงบลงทุนวงเงิน 5.1 แสนล้านบาท ครึ่งปีแรกเบิกจ่ายได้แค่ 1.64 แสนล้านบาท หรือ 32.23% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้ง แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อน ที่งบลงทุนเบิกจ่ายแค่ 28.91% แม้รัฐบาลได้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนทั้งโครงการเล็กและใหญ่ โดยรัฐบาลชี้แจงว่า หลังจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ของรัฐ เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า โครงการมอเตอร์เวย์ ที่ทยอยประมูลกลางปีเริ่มลงทุน เชื่อว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนจะเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณรวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบประจำ เงินเดือน ครึ่งปีเบิกจ่าย 1.44 ล้านล้านบาท หรือ 53.14% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2558 ที่เบิกจ่ายประมาณ 52%
การที่การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อการลงทุนส่วนใหญ่ล่าช้า ที่ผ่านมาสาเหตุหลัก มาจากมาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งตามที่ทราบกันทั่วไป หากต้องการให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นน้อย ทางหนึ่งก็ต้องเปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนต่างๆ ให้โปร่งใสมากที่สุด ไม่ใช่อ้างเรื่องความมั่นคง ความลับของราชการ ความลับทางการค้า ความลับคู่สัญญา มาทำให้โครงการลงทุนหลายอย่างอึมครึม โดนคัดค้านจนต้องชะลอไป ซึ่งหนึ่งในการช่วยให้ความโปร่งใสเกิดขึ้นได้ คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
กรณีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง เช่นเทคโนโลยีโซเชียลมีเดียต่างๆ คลิบที่แฉความจริงให้เห็นว่าชายคนหนึ่งเป็นคนถอยรถไปชนรถคู่ขัดแย้งที่มีปัญหาการขับรถกัน แต่กลับออกมาร้องขอสังคมให้เห็นใจว่าโดนรถคู่ขัดแย้งชนท้าย โดยเมื่อคนนำคลิปทั้งหมดมาให้ดู จึงเห็นถึงตัวผู้ทำผิดตัวจริง คลิปที่ข้าราชการผู้มีอำนาจรับส่วย รับเงินใต้โต๊ะต่างๆ คลิบความรุนแรงคนทำร้ายกัน คนทารุณกรรมสัตว์ คลิปการเกิดอุบัติเหตุ เช่น รถเบนซ์ขับด้วยความเร็วสูงชนรถฟอร์ดเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่จะหาผู้ทำความผิดได้
ดังนั้นหากโครงการลงทุนที่มีปัญหาการทุจริตต่างๆ จะนำเทคโนโลยี เช่น กล้องถ่ายภาพเข้าไปสร้างความโปร่งใส น่าจะช่วยลดความระแวง ความขัดแย้งได้ เช่น โครงการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเรื่องภัยแล้งกำลังจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่มีการถกเถียงกันเรื่องปริมาณต้นทุนน้ำว่าพอมากน้อยแค่ไหน การจัดหาน้ำ การบริหารจัดการน้ำเพื่อการบริโภค การเกษตร และเพื่อรักษาระบบนิเวศ ที่มีการกังขากันว่า น้ำที่ปล่อยออกมาไหลเข้าไปบางจังหวัดที่ให้ต่างชาติเช่าปลูกข้าวมากกว่าจังหวัดอื่น
การลงทุนที่มีปัญหามากๆ เช่น โครงการลงทุนโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงต่างๆ โดยเฉพาะถ่านหิน หากมีการนำเทคโนโลยีกล้องเข้าไปถ่ายทอดสดให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดำเนินการอยู่ไม่มีปัญหาจริงอย่างที่ระแวง ตั้งแต่การขนเชื้อเพลิงถ่านหินที่มีฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ไปจนถึงการปล่อยมลพิษจากการใช้สารพิษต่างๆ รวมถึงกระบวนการกำจัดกากเถ้าถ่านว่าถูกต้องตามมาตรฐานสากล หากนำกล้องไปถ่ายทอดสดทุกขั้นตอนตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโปร่งใสให้ตรวจสอบ และถ้าผิดต้องลงโทษจริงอย่างรุนแรงให้เห็นผล ถึงขั้นปิดโรงงานก็ต้องปิดโรงงาน เชื่อว่าถ้าแต่ละฝ่ายมั่นใจว่าการลงทุนดีและจริงใจดันโครงการให้เกิด การใช้เทคโนโลยีช่วยแก้ทุจริตก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ทำให้เมืองไทยเดินหน้าหลายๆ โครงการได้บ้าง ยิ่งเทคโนโลยีต่อไปจะฉลาดขึ้น ถึงขนาดแมชีนคุยกับแมชีนเอง สมองกลพวกนี้อาจจะลดทุจริตลงได้ แต่คงไม่หมดจากเมืองไทย เหมือนที่สมองกลเอาชนะแชมป์หมากรุก แชมป์โกะ มาแล้ว เพราะพวกฉ้อราษฎร์เมืองไทยวางหมากได้หลายชั้นกว่าแชมป์โกะเยอะ







