posttoday
อภิรัชต์พอใจงาน แก้สลากแพงได้

อภิรัชต์พอใจงาน แก้สลากแพงได้

21 เมษายน 2559

กองสลาก เตรียมแถลงผลงานครบ 1 ปี พอใจแก้ปัญหาเกินราคา 80 บาท เล็งแก้กฎหมาย สั่งติดบาร์โค้ดผู้ค้าทุกราย 

กองสลาก เตรียมแถลงผลงานครบ 1 ปี พอใจแก้ปัญหาเกินราคา 80 บาท เล็งแก้กฎหมาย สั่งติดบาร์โค้ดผู้ค้าทุกราย 

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ภายในเดือน พ.ค. จะแถลงผลการทำงานในรอบ 1 ปี เรื่องการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าพอใจมากที่สุด เพราะสามารถแก้ปัญหาราคาแพงให้อยู่ในราคา 80 บาท กระจายในแต่ละพื้นที่ ยกเว้นในบางพื้นที่ที่มีการรวมชุดขายเป็นข้อตกลงของผู้ค้าและผู้ซื้อ

“ส่วนกรณีที่พบว่ามีผู้ค้าตัวปลอมปะปนอยู่ จำนวน 200 ราย หลังจากที่การลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้ตรวจ ขณะนี้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบหลักฐานว่าไม่ใช่ผู้ค้าตัวจริง ก็จะตัดสิทธิทันที และเปิดให้ผู้ค้ารายใหม่เข้ามาจำหน่ายแทน”

สำหรับการประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2559 ได้หารือถึงแนวทางการต่อสัญญาของผู้ค้าสลากรายย่อยจำนวน 3 หมื่นราย และองค์กร มูลนิธิต่างๆ รวม 95 แห่ง ที่จะหมดสัญญาในเดือน มิ.ย. 2559 จำนวน 50 ล้านฉบับ ซึ่งจะทบทวนกฎระเบียบเพิ่มเติมให้มีความรัดกุมในการตรวจสอบว่าเป็นผู้ค้าจริงหรือไม่

นอกจากนี้ บอร์ดสลากฯ เห็นชอบแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ เพื่อให้จัดทำบัตรประจำตัวผู้ค้าสลากทุกรายเพื่อใช้ตรวจสอบ โดยสามารถสแกนบาร์โค้ดแล้วสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าใครเป็นผู้ขายตัวจริงหรือไม่ ระบุที่ตั้งแผงค้าสลาก พร้อมทั้งหน้าบัตรประจำตัวผู้ค้าสลากจะระบุเลขบัตรประจำตัว 13 หลัก รูปถ่าย แตกต่างจากบัตรผู้ค้าสลากในปัจจุบัน เพื่อแก้ปัญหาผู้ค้าสลากไม่ยอมพกบัตรประจำตัวไว้ทุกครั้ง

“ต้องการทำเรื่องนี้ให้เป็นกฎหมาย จะต้องใช้แสดงทุกครั้งที่มารับสลากไปจำหน่าย ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะจัดทำเครื่องสแกนบาร์โค้ด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจผู้ค้าสลากทุกราย คาดว่างบประมาณการจัดทำเครื่องสแกนไม่สูงมากนัก ประมาณ 1 หมื่นบาท/เครื่อง” พล.ท.
อภิรัชต์ กล่าว

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาในรายละเอียดก่อน ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบในร่างกฎหมาย คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ก่อนที่จะเปิดให้ต่อสัญญารอบใหม่ภายในเดือน มิ.ย. 2559

นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังเพิ่มเติมตรวจสอบผู้ค้าสลากที่เป็นสมาชิกในมูลนิธิ องค์กรต่างๆ ซึ่งจะต้องรายงานงบการเงินให้กับกรมสรรพากรรับทราบเพื่อดูรายละเอียดผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ถือเป็นระบบที่เข้มงวด จากเดิมที่หละหลวม

สำหรับจำนวนสลากช่วงสงกรานต์ที่ขายไม่หมด ขณะนี้มีจำนวน 4 หมื่นเล่ม ที่เตรียมจะทำลายทิ้ง หรือเผาทำลาย ผ่านกระบวนการของสำนักงานสลากฯ คาดว่าจะเผาทำลายในช่วงปลายปี ยืนยันว่างบประมาณไม่ในการเผาทำลายสลากไม่สูง เมื่อเทียบกับรายได้ที่ส่งเข้ารัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท