
ปิดช่องโหว่เลี่ยงภาษี
รัฐบาลหวังยิงปืนทีเดียวได้นกหลายตัว หลังปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อมากขึ้น เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจลดลงอย่างรวดเร็ว และยังต้องการปิดช่องทางในการหลีกเลี่ยงภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงด้วย โดย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบให้มีการปรับปรุงอัตราภาษีในครั้งนี้ จะทำให้อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีความสอดคล้องกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีการปรับเหลือ 20% ของกำไรสุทธิไปก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับภาษีจากเงินปันผลอีก 10% ทำให้นิติบุคคลเสียภาษีแท้จริง (Effective) อยู่ที่ 28% ทำให้ผู้ที่มีรายได้สูงบางส่วนมีการเลี่ยงการจ่ายภาษีโดยการตั้งบริษัทเพื่อนำรายได้ส่วนที่ต้องเสียภาษีในอัตราสูงไปใส่เป็นรายได้บริษัทที่จัดตั้งขึ้น แต่เมื่อมีการปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กลุ่มที่ต้องเสียอัตรา 35% เป็นกลุ่มเงินได้ 5 ล้านบาทขึ้นไปนั้น จะทำให้อัตราภาษีจริงๆ อยู่ที่ 29% ซึ่งใกล้เคียงกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งเช่นนี้จะทำให้การเสียภาษีแต่ละกลุ่มมีความสมดุลไม่เกิดปัญหาขึ้น
รัฐบาลหวังยิงปืนทีเดียวได้นกหลายตัว หลังปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อมากขึ้น เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจลดลงอย่างรวดเร็ว และยังต้องการปิดช่องทางในการหลีกเลี่ยงภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงด้วย โดย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบให้มีการปรับปรุงอัตราภาษีในครั้งนี้ จะทำให้อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีความสอดคล้องกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีการปรับเหลือ 20% ของกำไรสุทธิไปก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับภาษีจากเงินปันผลอีก 10% ทำให้นิติบุคคลเสียภาษีแท้จริง (Effective) อยู่ที่ 28% ทำให้ผู้ที่มีรายได้สูงบางส่วนมีการเลี่ยงการจ่ายภาษีโดยการตั้งบริษัทเพื่อนำรายได้ส่วนที่ต้องเสียภาษีในอัตราสูงไปใส่เป็นรายได้บริษัทที่จัดตั้งขึ้น แต่เมื่อมีการปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กลุ่มที่ต้องเสียอัตรา 35% เป็นกลุ่มเงินได้ 5 ล้านบาทขึ้นไปนั้น จะทำให้อัตราภาษีจริงๆ อยู่ที่ 29% ซึ่งใกล้เคียงกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งเช่นนี้จะทำให้การเสียภาษีแต่ละกลุ่มมีความสมดุลไม่เกิดปัญหาขึ้น
ทั้งนี้ การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ จะส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ปีละ 3.2 หมื่นล้านบาท ยืนยันว่ายังไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% เนื่องจากขณะนี้งบประมาณยังเพียงพอ รวมถึงต้องดูการใช้จ่ายของประชาชนด้วย
ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีแนวความคิดที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยการพิจารณาปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรายรับรายจ่ายภาครัฐ และสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ ยังไม่มีความจำเป็นจะต้องปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด
“สิ่งที่กระทรวงการคลังกำลังทำอยู่ขณะนี้ คือ การดำเนินการด้านภาษีในแต่ละส่วนๆ เช่น ในส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ใน 2 สัปดาห์หน้านั้น เหล่านี้จะนำไปสู่ภาพใหญ่คือประเทศสามารถมีฐานภาษีที่กว้างขึ้น และเกิดความเท่าเทียมในการเสียภาษีมากขึ้น” อภิศักดิ์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุน บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) คาดว่าโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาใหม่จะมีผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) มากกว่าผลกระทบจากการขยายการถือครองกองทุนรวมหุ้นระยะยาวจาก 5 ปี เป็น 7 ปี ปฏิทินในปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งประเมินว่าผลกระทบจากการขยายอายุการถือครองจะมีผลไม่มาก ประมาณ 10-15% ของยอดเงินไหลเข้าสุทธิเท่านั้น
“คนที่ลงทุนในกองทุนแอลทีเอฟ ส่วนใหญ่จะเข้ามาใช้ประโยชน์ทางภาษีเป็นหลัก ถ้าเสียภาษีน้อยลง เขาก็ลงทุนน้อยลง”
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/2559 กองทุนแอลทีเอฟมีสินทรัพย์สุทธิรวม 290,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.85% จากสิ้นปี 2558 ส่วนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีสินทรัพย์สุทธิ 187,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.36% จากสิ้นปี 2558 โดยในไตรมาสแรกปี 2559 ส่วนการขายเงินลงทุนออกในช่วงต้นปีมีไม่มากนัก
นอกจากนั้น ครม.ยังมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการปฏิรูประบบการศึกษาตามนโยบายประชารัฐ โดยให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษามากขึ้น และก่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน กำหนดให้ผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษาของราชการและเอกชนสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนหรือค่าใช้จ่ายได้ สำหรับการบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559-31 ธ.ค. 2561







