posttoday
แคมเฟด : องค์กรรณรงค์เพื่อการศึกษาของสตรี

แคมเฟด : องค์กรรณรงค์เพื่อการศึกษาของสตรี

19 เมษายน 2559

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

ลูกศิษย์จากโรงเรียนเพื่อผู้ประกอบการสังคมในอังกฤษ ไม่ได้ทำงานเฉพาะในอังกฤษเท่านั้น แอนน์ คอตตอน (Ann Cotton) เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่ได้ไปทำงานในแอฟริกาจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงเลื่องลือจากการก่อตั้ง องค์กรรณรงค์เพื่อการศึกษาของสตรี (Campaign for Female Education) ชื่อย่อว่า แคมเฟด (Camfed)

แอนน์เป็นผู้ประกอบการสังคม “(Social Entrepreneur) จากแคว้นเวลส์ เธอเดินทางไปเยือนเมืองโมลาในซิมบับเว เมื่อ พ.ศ. 2534 เธอประหลาดใจที่พบว่าเด็กผู้หญิงในชนบทที่นั่นเข้าเรียนถึงขั้นมัธยมน้อยมาก ก่อนเดินทางไปที่นั่น เธอรับรู้เหมือนคนอังกฤษทั่วไปว่าคนแอฟริกาไม่นิยมให้ลูกสาวเรียนหนังสือ เพราะมองไม่เห็นว่าเรียนหนังสือแล้วจะมีประโยชน์ต่อชีวิตในอนาคตได้อย่างไร ตรงกันข้ามการเรียนสูงๆ อาจทำให้เกิดปัญหา เมื่อแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วด้วย จนกลายเป็น “ประเพณี” ที่พ่อแม่จะไม่ส่งลูกเรียนสูงๆ แต่หลังจากเดินทางไปถึงที่นั่นจริงๆ เธอพบว่ามิใช่เพราะเหตุผลทางประเพณีวัฒนธรรมที่เห็นว่าเด็กผู้หญิงไม่ต้องเรียนหนังสือสูงๆ ที่ทำให้พวกเธอมิได้เรียนต่อชั้นมัธยม แต่เป็นเหตุเพราะความยากจน เธอจึงเริ่ม “ลงมือ” หาทางแก้ปัญหา “อย่างตรงจุด” ตามที่เธอค้นพบ คือการแก้ที่เหตุคือความยากจนโดยการหาทุนด้วยการทำอาหารขาย และสามารถทำกำไรมาได้ก้อนหนึ่ง จนเธอสามารถช่วยเด็กผู้หญิง 32 คน ในชนบทยากจนของซิมบับเวให้เรียนหนังสือได้

สองปีต่อมา แอนน์ก็เริ่มทำงานอย่างเป็นระบบ โดยการก่อตั้งองค์กรขึ้น ชื่อ “กองทุนเพื่อการศึกษาสตรีเคมบริดจ์” (Cambridge Female Education Trust) สาเหตุที่ชื่อ
“เคมบริดจ์” เพราะช่วงแรกเธอไปแอฟริกาในโครงการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ งานของเธอค่อยๆ เติบโตจนสามารถขยายงานไปได้อย่างกว้างขวาง เพียง 20 ปีต่อมา คือในปี 2556 องค์กรซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นแคมเฟด สามารถช่วยเด็กผู้หญิงจากครอบครัวยากจนและอยู่ชายขอบของสังคมให้ได้เข้าเรีนและเติบโตจนเข้มแข็ง เฉพาะในปี 2556 ช่วยเด็กได้ถึง 108,000 คน ในประเทศกานา มาลาวี แทนซาเนีย แซมเบีย และซิมบับเว รวมตลอดระยะเวลา 20 ปี ช่วยเด็กผู้หญิงในประเทศเหล่านี้ได้ถึง 1,201,801 คน

ปรัชญาของแคมเฟด คือ ความเชื่อว่า “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีสิทธิในชีวิตที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอิสระ” แคมเฟดมุ่งช่วยเหลือเด็กผู้หญิง เพราะแต่เดิม “เด็กผู้หญิงคือคนแรกที่จะต้องออกจากโรงเรียน และคือคนแรกที่ระบบจะทำลายให้ล้มเหลวในชีวิต ต้องออกไปเผชิญชะตากรรมให้ต้องแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอดส์”

ตรงกันข้าม ถ้าเด็กผู้หญิงได้เรียนหนังสือจนจบการศึกษาชั้นสูง เธอจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ลดลง 3 เท่า มีรายได้สูงขึ้นร้อยละ 25 มีครอบครัวขนาดเล็กลง และมีครอบครัวที่ดีกว่า

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ชะตากรรมของเด็กผู้หญิง” (Girl Effect) นั่นคือเด็กผู้หญิงที่ไม่ได้เรียนหนังสือและต้องแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะในครอบครัวยากจนในชนบทห่างไกล ในแอฟริกา เธอจะมีความเสี่ยงสูงมากต่อการเสียชีวิตจากการคลอด ติดเชื้อเอดส์ ถูกสามีทุบตี ต้องตั้งท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่เธออาจไม่ปรารถนา และต้องทนทุกข์ทรมานจากสภาพความยากไร้ไปตลอดชีวิต แต่หากเธอได้เรียนสูงเธอจะได้ชะลอการต้องแต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเรียนจบก็มีโอกาสได้งานที่เงินเดือนสูงขึ้น มีครอบครัวที่ไม่ใหญ่เกิน มีลูกแต่พอเหมาะ ไม่ยากจน และสามารถมีสิทธิมีเสียงเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย

พัฒนาการของแคมเฟดเป็นเรื่องน่าศึกษามาก เพียง 5 ปี หลังการก่อตั้งแคมเฟดในปี 2536 แอนน์ก่อตั้ง “สมาคมแคมเฟด” (Camfed Association) ชื่อย่อคือ “คามา” (CAMA) ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2541 เพื่อรวบรวมเด็กที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากแคมเฟดจนเรียนจบชั้นมัธยม และกำลังเผชิญคำถามท้าทายว่า “แล้วจะยังไงต่อไป” เวลานั้นเด็กกลุ่มนั้นมีราว 400 คนแล้ว และยัง “ไม่ปีกกล้าขาแข็ง”

สมาคมแคมเฟดแรกก่อตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมราว 400 คนนั้น สามารถช่วยเหลือกันและกันเพื่อแก้ปัญหา ตั้งแต่การหางานทำ การริเริ่มทำกิจการของตัวเอง การแก้ปัญหาอุปสรรคทางสังคมต่างๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงกับรุ่นน้องๆ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำแนวทางชีวิตให้แก่เด็กรุ่นหลัง ซึ่งในชนบทห่างไกลไม่มีระบบการให้คำปรึกษาให้เด็กเห็นหนทางอนาคต

งานเริ่มแรกของสมาคมแคมเฟด คือ การจัดฝึกอบรมให้แก่สมาชิกเรื่องงานอาชีพและเรื่องการบริหารเงินของสมาคม จากนั้นได้พัฒนาต่อเนื่องมาโดยลำดับ นับถึงปี พ.ศ. 2556 สมาคมมีสมาชิก 24,436 คน ทำงานตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน อำเภอ จนถึงระดับชาติ และทั่วภูมิภาคแอฟริกา

ฟีโอนา มาว์ธิงกา (Fiona Mawthinga) คือตัวอย่างของคนทำงานแคมเฟด เธอเกิดและเติบโตในหมู่บ้านเวดซา (Wedza) ในซิมบับเว หมู่บ้านเล็กๆ ทางใต้ของนครฮาราเร เมืองหลวง ระยะทางห่างออกไปราว 80 ไมล์ โรงเรียนประถมใกล้บ้านของเธออยู่ห่างบ้านออกไปราว 6 ไมล์ เธอเดินทางไปกลับไม่ไหวจึงไปอาศัยอยู่กับยาย ซึ่งโรงเรียนอยู่ห่าง 3 ไมล์ พอเดินไปกลับไหว เมื่ออายุได้ 13 ปี พ่อตกงาน ไม่สามารถส่งเสียให้เธอเรียนหนังสือต่อไปได้ แต่เธออยากเรียนต่อ เธอจึงต้องหาเงินมาใช้เองเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เสื้อผ้า หนังสือ ปากกา รองเท้า และอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ เธอช่วยยายขายผักทั้งก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน ชีวิตของเธอเริ่มตั้งแต่ตี 4 จนมืดค่ำ ทำให้เธอแทบไม่มีเวลาทำการบ้าน “ฉันต้องไปตลาด กลับมาทำอาหาร ตอนค่ำซักเสื้อผ้า ทำงานบ้านทุกอย่าง” กลางคืนเธอจุดเทียนอ่านหนังสือ แม้จะต้องตรากตรำทำงานหนัก แต่เธอก็เรียนได้ดีจนจบชั้นมัธยม จากนั้นเธอก็ทำท่าจะหมดอนาคต เพราะการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

เธอมีอนาคตเพราะแคมเฟดให้ทุนการศึกษา ช่วยเธอจนเรียนจบมหาวิทยาลัยซิมบับเว เธอจบวิชากฎหมายและมีงานทำ เธอไม่เพียงได้เรียนจบและได้ทำงานเท่านั้น ต่อมาเธอยังสามารถช่วยเหลือเด็กในซิมบับเวให้ได้เรียนหนังสืออีก 22 คน เป็นเด็กผู้หญิง 14 คน เด็กผู้ชาย 8 คน

เธอเล่าว่า ตอนเรียนมหาวิทยาลัยกับเพื่อนอีก 4 คน ที่ได้ทุนเล่าเรียนจากแคมเฟด ทั้ง 5 คน ประหยัดกันมาก มีกระโปรงไม่มีแขนสีม่วง สวย เท่ ตัวหนึ่ง “เราทุกคนผลัดกันใส่ไปเรียนหนังสือ เพื่อให้รู้สึกมั่นใจและดูดี”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท