posttoday
ท่องเที่ยวเชิงรุก

ท่องเที่ยวเชิงรุก

19 เมษายน 2559

หากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไม่เปิดเกมรุกในธุรกิจนี้ ไม่เข้าไปบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวดังๆ ของเมืองไทย ให้คิดราคาเหมาะสม แข่งขันพอดึงคนไทยให้เที่ยวไทยได้ ไม่มีการนำเทคโนโลยีมาสื่อสารเสริมกับช่องทางเดิม คนไทยที่โดนภาพลวงตา โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก คงจะแห่ออกไปเที่ยวนอกประเทศกันมากขึ้น แทนที่เม็ดเงินดังกล่าวจะใช้ท่องเที่ยวเมืองไทย ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองให้พอหมุนเวียนได้บ้าง

หากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไม่เปิดเกมรุกในธุรกิจนี้ ไม่เข้าไปบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวดังๆ ของเมืองไทย ให้คิดราคาเหมาะสม แข่งขันพอดึงคนไทยให้เที่ยวไทยได้ ไม่มีการนำเทคโนโลยีมาสื่อสารเสริมกับช่องทางเดิม คนไทยที่โดนภาพลวงตา โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก คงจะแห่ออกไปเที่ยวนอกประเทศกันมากขึ้น แทนที่เม็ดเงินดังกล่าวจะใช้ท่องเที่ยวเมืองไทย ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองให้พอหมุนเวียนได้บ้าง

เป็นที่ทราบดีว่าหลายประเทศทั่วโลกหันมาหารายได้จากภาคบริการ โดยหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งหลายประเทศในยุโรปมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปแต่ละปีมากกว่าจำนวนประชากรของประเทศนั้น เช่น ฝรั่งเศส สเปน นอกจากนี้ประเทศจีนที่สนับสนุนให้ประชากรออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็ปรับยุทธศาสตร์ประเทศจากเป็นโรงงานของโลก ผลิตสินค้าทุกอย่างออกขาย ไปเป็นเศรษฐกิจภาคบริการมากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ การแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติของแต่ละประเทศให้ไปเที่ยวจึงรุนแรงมากขึ้น ไม่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกที่ช่วงนี้แทบจะทำกันเป็นปกติ เช่น ฟรีวีซา ที่เป็นการอำนวยความสะดวก ไม่ต้องไปเข้าคิวขอวีซ่าเหมือนเมื่อก่อนจะกำหนดโควตาอนุมัติวีซ่าแต่ละวันแค่หลักร้อยหรือหลักพันคนเท่านั้น เมื่อไม่ต้องขอวีซา แค่ซื้อทัวร์หรือซื้อตั๋วเครื่องบินก็สามารถเดินทางได้ จำนวนผู้ไปเที่ยวจึงพุ่งพรวดเป็นหลักหมื่นคน

ไม่เพียงแข่งขันให้ความสะดวก ในส่วนของค่าใช้จ่าย จากที่มีสายการบินต้นทุนต่ำหรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่ค่าตั๋วราคาถูกลงมาก ค่าที่พักราคาถูก บัดเจ็ตโฮเต็ล โฮมสเตย์ เทคโนโลยีกูเกิลแมป ที่ทำให้การเดินทางในประเทศที่พัฒนาแล้วเดินทางด้วยตนเองง่ายขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยเร่งเร้าให้นักท่องเที่ยวไทยแห่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อมีโปรโมชั่นที่ถูกกว่าแหล่งท่องเที่ยวดังๆ ในเมืองไทย เช่นไปเที่ยว ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี 3 วัน 2 คืน ค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักรวมกัน ถูกกว่าไปเที่ยวภูเก็ต เที่ยวสมุย

นอกจากนี้ กลุ่มคนไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ผู้ประกอบการทัวร์บอกว่ากลุ่มนี้ ไม่สนใจว่าช่วงนั้นเป็นช่วงโลว์ซีซั่นหรือไฮซีซั่น หากได้รับการเสนอแพ็กเกจทัวร์ราคาไม่แพง นำที่นั่งเหลือ 2-3 ที่นั่งจากทั้งกรุ๊ปทัวร์มาขาย หรือที่เรียกว่าลาสต์ มินิต มีเวลาเก็บกระเป๋าเดินทาง 3-5 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า ไปญี่ปุ่นเหลือไม่ถึง 2 หมื่นบาท ไปเกาหลีไม่ถึง 1 หมื่นบาท กลุ่มคนไทยกลุ่มนี้พร้อมจ่ายเงินเก็บกระเป๋าเดินทางทันที

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงควรต้องใช้ปฏิบัติการเชิงรุก หากต้องการให้คนไทยเที่ยวไทยมากขึ้น ไม่โดนภาพลวงตาลดราคาค่าตั๋วเครื่องบินค่าที่พัก แต่ต้องไปจ่ายค่าครองชีพในประเทศนั้นๆ ที่สูงมาก เช่น ค่ากิน ค่าเดินทาง อาทิ ไปเที่ยวสิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน แค่หมื่นกว่าบาท แต่ไปจ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าผ่านประตูแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวม 3 วันอีกกว่า 2 หมื่นบาท มากกว่าค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก รวมทั้งควรจะให้มือรีวิวแหล่งท่องเที่ยว เข้ามารีวิวให้เห็นความคุ้มค่าในการท่องเที่ยว ที่จ่ายค่าทัวร์ถูก แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก ซึ่งเมื่อเทียบราคากับเที่ยวในประเทศแล้ว ยังถูกกว่ามากในคุณภาพเดียวกัน

ที่สำคัญรัฐควรเข้าไปบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวดังๆ ในประเทศไทย หากต้องการให้คนไทยเที่ยวไทย ก็ควรจะคิดราคาค่าบริการให้สมเหตุสมผล ทั้งที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าบริการอื่นๆ เพราะถ้าไปเที่ยวแล้วโดนค่าบริการต่างๆ แพงอย่างไร้เหตุผล เช่นที่ภูเก็ต ต่อให้รัฐบาลหรือหน่วยงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจะทุ่มงบประมาณจัดส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดโปรโมชั่น หรือออกมาตรการไปหักลดหย่อนภาษีขนาดไหน คนไทยจำนวนหนึ่งก็คงเข็ดที่จะเที่ยวไทย ดังนั้นหากรัฐบาลหวังจะให้ภาคท่องเที่ยว รวมทั้งคนไทยเที่ยวไทยมาช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจ ก็คงต้องลงมือทำไม่น้อยกว่าชาติอื่น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง