posttoday
ภาคธุรกิจเสนอ6ด้าน ปฏิรูปประเทศโตยั่งยืน

ภาคธุรกิจเสนอ6ด้าน ปฏิรูปประเทศโตยั่งยืน

19 เมษายน 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

กานต์ ตระกูลฮุน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี หัวหน้าทีมเอกชนคณะทำงานการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ เปิดเผยว่า การทำงานพลังประชารัฐของคณะการทำงานวางไว้ 5 ด้าน เริ่มตั้งแต่ การยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ โดยจัดกลุ่มความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะด้าน (R&D Consortium) เพื่อสร้างความยั่งยืน 10 อุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์ เกษตร อีกทั้งผลักดันให้เกิดการลงทุนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม

สำหรับแผนปี 2560-2564 เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ผ่านทางโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) ควบคู่กับการใช้มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้กับสตาร์ทอัพ ส่วนการดำเนินงานที่เหลือคือการปรับแก้กฎหมายที่ล้าสมัยภายในปี 2560 ราว 5,000 ฉบับ อาทิ ทางด้านศุลกากร อาหารและยา ผังเมือง และการประเมินผล
กระทบสิ่งแวดล้อม ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงและเพื่อประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ

“การพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) อาทิ โครงการซูเปอร์คลัสปิโตรเคมี ลงทุน 3.8 แสนล้านบาท ในระยะ 5 ปี เพิ่มมูลค่าฐานเกษตรกรรม เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 6% ต่อปี ในอีก 17 ปีข้างหน้า พร้อมกับการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมติดอันดับ 20 ในปี 2561” กานต์ กล่าว

อิสระ ว่องกุศลกิจ บริษัท น้ำตาลมิตรผล คณะทำงานการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ กล่าวว่า ได้เสนอแผนทำให้ประเทศไทยก้าวสู่เกษตรสมัยใหม่ 4 ด้าน ได้แก่ 1.การทำเกษตรสมัยใหม่สำหรับพืชเศรษฐกิจ  โดยการใช้นวัตกรรมและการวิจัย เพื่อทำให้การทำเกษตรมีความแม่นยำ การใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งกลุ่มพืช สัตว์บก สัตว์น้ำ และสร้างอาชีพเสริมพัฒนาให้เกษตรกรผลิตสินค้าสร้างรายได้เร็ว เบื้องต้นโครงการเกษตรสมัยใหม่ไปแล้ว 14 แปลง จากทั้งหมด 268 แปลง

2.วางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน เคมี ชีวภาพ และพลังงานชีวมวลแบบบูรณาการ 3.ร่วมมือวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีทุกมิติ 4.สร้างการบริการให้กับอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของพลังงานชีวมวล ให้ความสำคัญการลงทุนไบโออีโคโนมีใน 5-10 ปี เม็ดเงินราว 4 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันให้เกษตรสมัยใหม่จะเป็นพืชเศรษฐกิจทุกชนิด สร้างงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางเกษตรกรรม

“เราจะปฏิรูปการเกษตรด้วยกลไกประชารัฐ ตั้งแต่เกษตรกรรายเล็กจนถึงรายใหญ่ และตั้งแต่ผู้ดำเนินการต้นน้ำยันปลายน้ำ หรือเกษตรแปรรูป รวมถึงการพัฒนาช่องทางจำหน่ายและตลาดใหม่ๆ โดยดำเนินการทั้งแผนระยะสั้น 6 เดือน และแผนระยะกลาง-ยาว หรือ 1 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ พัฒนาสหกรณ์การเกษตรให้ความรู้ด้านการบริหารงาน การตลาดสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ คือ แก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเป้าหมายของคณะผลักดันต้องการให้ไทยเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งอนาคตรายใหญ่ของโลก” อิสระ กล่าว

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงการทำงานกลุ่มการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ว่า เพื่อให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมายกระดับไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เอกชนจะสนับสนุนรัฐ 4 ด้าน คือ 1.เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เสนอให้ตั้งเมืองวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นฮับของการวิจัย เพิ่มนวัตกรรม และเกิดศูนย์บ่มเพาะที่เป็นจุดพบกันระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคเอกชน ซึ่งเอกชนจะใช้เครือข่ายของตนเองดึงการวิจัยและพัฒนาของบริษัทขนาดใหญ่ให้เข้ามาอยู่ในเมืองวิทยาศาสตร์นี้

2.เพิ่มการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเสนอให้มีโครงการบ้านประชารัฐระยะที่สอง 3.วางกรอบให้เกิดความเหมาะสมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมกับภาครัฐวางกรอบพีพีพีให้มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากที่สุด การมีหน่วยงานเพื่อบริหารโครงการพีพีพีโดยเฉพาะ เพื่อควบคุมต้นทุนและจัดการโครงการให้เสร็จทันกำหนด และ 4.การดึงดูดการลงทุน ซึ่งส่วนนี้จะให้เครือข่ายของเอกชนประสานงานในการจัดให้นักลงทุนต่างชาติได้เข้าพบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ไทยได้เข้าใจความต้องการของนักลงทุนมากขึ้น และนักลงทุนเองก็เข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการของภาครัฐ

ฐาปน สิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจรากฐานและประชารัฐ โดยกรอบการดำเนินงานสร้างรายได้ให้ชุมชนและประชาชนเป็นสุข ภายใต้การผลักดัน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป การท่องเที่ยวชุมชน โดยเสนอให้จัดตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคี ประจำจังหวัด 76 กลุ่มจังหวัด แบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่ม 5 จังหวัด เดือน เม.ย. และครบทุกจังหวัดเดือน ธ.ค. 2559 โดยสำรวจพื้นที่ไปแล้วที่ จ.ภูเก็ต อุดรธานี เพชรบุรี เชียงใหม่ เบื้องต้นใช้ จ.ภูเก็ต เป็นโมเดล เพราะมีฐานการผลิตใหญ่เชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ พัฒนาผักปลอดสารพิษ นมแพะ กุ้งมังกร และผ้าบาติก

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าในฐานะคณะทำงานยกระดับการศึกษาไทยเสนอให้ระบบการศึกษาไทยต้องมีวิชาเรียนโดยพูดภาษาอังกฤษ พร้อมกับการสร้างโรงเรียนให้เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การเสริมสร้างภาวะของเด็กไทยให้ก้าวเป็นผู้นำ ตลอดจนศูนย์ความรู้ โดยเสนองบปีละ 5 แสน-1 ล้านบาท สำหรับการบูรณาการระบบการศึกษาไทย เบื้องต้นมีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการแล้ว 400 แห่ง จากจำนวนทั้งสิ้น 3,300 แห่ง 

สนั่น อังอุบลกุล บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ กล่าวว่า คณะทำงานส่งเสริมส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศเสนอแผนว่าไทยควรจัดตั้งศูนย์กลางการค้าปลีก-ส่ง และพัฒนาเมืองชายแดน 6 เมือง ได้แก่ แม่สอด สระแก้ว หาดใหญ่ มุกดาหาร อุดรธานี อีกทั้งยังต้องแก้ปัญหาการค้าการลงทุนพื้นที่ การส่งเสริมการลงทุน ขยายเวลาด้านการค้าชายแดนเพิ่มระบบรถขนส่งสินค้า จากการเสนอแผนการทำงานเป้าหมายการค้าชายแดนเติบโตขึ้น 21.4% หรือมีรายได้เพิ่มจาก 14 ล้านล้านบาท ในปี 2558 เพิ่มเป็น 17 ล้านล้านบาท ในปี 2559

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล เปิดเผยในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน ว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจะต่อยอดจาก พ.ร.บ.เรื่องพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ สร้างความยั่งยืนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่รองรับการขยายของอุตสาหกรรมอื่น จึงต้องเร่งความพร้อมในด้านวัตถุดิบ โดยโครงการพัฒนาซูเปอร์คลัสเตอร์ปิโตรเคมี ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเสนอโครงการลงทุนเป็นงบประมาณรวม 3.8 แสนล้านบาท

วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า คณะทำงานสร้างรายได้และกระตุ้นการใช้จ่ายของประเทศเสนอแผนด้วยกัน 3 ด้าน เช่น 1.การท่องเที่ยว แปลงโฉมการท่องเที่ยวของไทย อย่างเช่น จ.พระนครศรีอยุธยา ให้ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก นอกจากนี้ วางเป้าหมายให้นักท่องเที่ยว 4 จังหวัด อาทิ ภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่ กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย 2.สร้างชุมชนเอสเอ็มอี เพื่อพัฒนาสินค้า 1 จังหวัด 1 ผลิตภัณฑ์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท