posttoday
พนง.ร่อนจม.ถึงนายกฯแฉพฤติกรรม5เสือกกต.ผลาญงบทัวร์นอก

พนง.ร่อนจม.ถึงนายกฯแฉพฤติกรรม5เสือกกต.ผลาญงบทัวร์นอก

18 เมษายน 2559

พนักงานกกต.ร่อนจดหมายร้องนายกฯ ชี้5เสือส่อทุจริตเดินทางดูงานเลือกตั้งตปท. ผลาญงบครั้งละ2-5ล้าน หวั่นกระทบประชามติ ด้าน“ศุภชัย”จ่อคิวไปสหรัฐฯ19-26เม.ย.นี้ คาดกลุ่มอำนาจเก่าเอาคืน

พนักงานกกต.ร่อนจดหมายร้องนายกฯ ชี้5เสือส่อทุจริตเดินทางดูงานเลือกตั้งตปท. ผลาญงบครั้งละ2-5ล้าน หวั่นกระทบประชามติ ด้าน“ศุภชัย”จ่อคิวไปสหรัฐฯ19-26เม.ย.นี้ คาดกลุ่มอำนาจเก่าเอาคืน

วันที่ 18 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่หนังสือร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงนายกรัฐมนตรี โดยอ้างเป็นพนักงานกกต. ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ในหมู่นักการเมือง ผู้บริหารสำนักงานกกต. ข้าราชการหน่วยงานอื่น รวมถึงผู้สื่อข่าว มีใจความระบุว่า “ตามที่ท่านเคยมีคำสั่ง ห้ามข้าราชการไปดูงานต่างประเทศเพราะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินนั้น คณะกรรมการ กกต. ตีความแล้วบอกว่า ท่านห้ามเฉพาะข้าราชการ แต่กกต.ไม่ใช่ราชการ ฉะนั้นจึงไปได้ และจากนั้นมา คณะกรรมการ กกต. ไปดูงาน ต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น โดยอาศัยดูงาน 1 วัน และเที่ยว 5-8 วัน โดยขนทีมที่ปรึกษาไปเกือบทั้งหมดทุกครั้ง เสียค่างงบประมาณ ครั้งละ 2-5 ล้านทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ กกต. ต้องมีบทบาทอย่างยิ่งในการปฏิรูปประเทศ ต้องเตรียมจัดทำประชามติ ต้องเตรียมความพร้อมของการลงคะแนน แต่คณะกรรมการ กกต. ทั้ง 5 คน กลับไม่สนใจ แต่สนใจที่จะพา นักศึกษา พตส. ไปดูงานต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 4 ประเทศ คือ อเมริกา ออสเตรีย สก็อตแลนด์ และเกาหลี และแต่ละท่านก็อยากไปทุกประเทศ จึงจัดให้มีเหลื่อมวันไป เพื่อที่ตัวเองจะได้ไปให้มากที่สุด โดยอ้างว่าจะไปดูการเลือกตั้ง แต่กำหนดการ คือ ดูเลือกตั้ง 1 วัน อีก 8-10 วันที่เหลือเที่ยว

นอกจากนี้ กกต. ชุดนี้ ยังจัดสรรงบประมาณ การดูงานของนักศึกษา จากเดิมหัวละ 50,000 บาท ก็เพิ่มให้เป็นหัวละ 70,000 บาท ทั้งๆที่นักศึกษากลุ่มนี้ มีอันจะกินกันทุกคน และงบประมาณนี้ก็เป็นงบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้น และช่วงนี้การเงินของ กกต. ก็ฝืดเคือง แต่คณะกรรมการ กกต. ก็คิดที่จะตัดเงินที่พึงจะได้ของพนักงานออก และเอาไปเพิ่มให้นักศึกษากลุ่มนี้

“สำหรับคณะกรรมการกลุ่มนี้ นอกจากจะเบิกค่าเดินทาง ค่าอาหารและที่พักตามสิทธิแล้ว ยังเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงตามสิทธิอีกด้วย ทั้งๆ ที่ทัวร์คิดรวมหมดแล้ว ไม่ต้องมีเบี้ยเลี้ยง แต่ก็ยังเบิกกันเต็มที่ และสำหรับค่าทัวร์ เช่น เกาหลี ปกติ ค่าทัวร์ 5-7 วันประมาณ 30,000-40,000บาท แต่ทัวร์ของ  กกต. ชุดนี้ 70,000 บาท และเมื่อเทียบกับทัวร์อื่นแล้ว ไม่แตกต่างกัน นั่นคือ มีการกินหัวคิวค่าทัวร์ ส่วนทัวร์ประเทศอื่น ก็มีเก็บเงินเพิ่ม แต่มากน้อย เช่น ออสเตรีย เพิ่ม 2,000 บาท จริงๆแล้วอ่านตามหนังสือพิมพ์ ค่าทัวร์ 8 วัน 60,000-70,000 บาทก็พอ แต่ก็ทำเป็นเก็บเงิน เพื่อให้มีเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง” หนังสือร้องเรียน ระบุ

หนังสือร้องเรียน ยังระบุด้วยว่า สำหรับประธาน กกต. ไปอเมริกา และจัดทริปไปเยี่ยมลูกของตัวเองด้วย ทำไมไม่ไปเอง ต้องเอาเงินงบประมาณไปเยี่ยม คนระดับนี้ ทำอะไรตามอำเภอใจได้อย่างนั้นหรือ อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการละทิ้งหน้าที่อันสำคัญ ที่ควรจะเดินสายไปจังหวัดต่างๆ เพื่อเตรียมการลงประชามติ แต่กลับแย่งกันไปต่างประเทศ พนักงาน กกต. ก็ได้แค่ทำตามคำสั่ง ไม่สามารถออกเสียงอะไรได้ เพราะถ้าใครไม่เชื่อก็จะถูกรังแก เหมือนเลขาธิการ กกต. ที่ถูกปลดออกไป ขณะที่ หนังสือร้องเรียนดังกล่าวยังระบุทิ้งท้ายว่า “ถ้าเขาอยากไปเที่ยว ก็ให้ไปเถอะ ขอคณะกรรมการชุดใหม่ มาทำหน้าที่ แทนได้ไหมคะ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มที่อ้างตัวเป็นพนักงานกกต.ลักษณะเดียวกันนี้ ก็ได้มีการทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อกกต. กรณีมีแนวคิดจะตัดเงินค่าตอบแทนต่างๆของพนักงาน เพื่อแก้ไขปัญหางบประมาณสำนักงานไม่เพียงพอพร้อมมีการตั้งคำถามต่อผู้บริหารกกต.ว่าจะยอมเสียสละค่าตอบแทนก่อน เพื่อไม่ให้กระทบพนักงานหรือไม่ มาแล้วครั้งหนึ่ง และการเผยแพร่ก็กระทำในทำนองเดียวกัน ทำให้มีการวิเคราะห์กันในหมู่ผู้บริหารกกต.ว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะมาจากพนักงานกลุ่มอำนาจเก่า

เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่กกต.ปลดนายภุชงค์ นุตราวงศ์ ออกจากการเป็นเลขาธิการกกต. เพราะข้อมูลที่ถูกเขียนเป็นหนังสือร้องเรียนทั้ง 2 ครั้งนั้น ไม่ใช่ข้อมูลที่พนักงานกกต.ทั่วไปจะทราบ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าลักษณะการเผยแพร่ข้อมูลมีการเชื่อมกับผู้มีอำนาจภายนอกองค์กร โดยมุ่งหวังให้มีการเปลี่ยนกกต.ยกชุด เพื่อที่ต้องการวางฐานใหม่ในองค์กรกกต.

ขณะเดียวกัน ข้อเท็จจริงการไปศึกษาดูงานต่างประเทศของกกต.ร่วมกับนักศึกษาพตส. ในครั้งนี้ ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พนักงานกกต.ถึงความเหมาะสมค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่กกต.ต้องรับผิดชอบการจัดออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่กกต.กลับติดภารกิจไปต่างประเทศ โดยตามกำหนดการระหว่างวันที่ 8-15 เม.ย. นายประวิช รัตนเพียร และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ เดินทางไปดูงานที่ประเทศเกาหลี แต่นายประวิชได้ยกเลิกเพราะต้องการไปร่วมประชุมระหว่างกกต.กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่11เม.ย.ที่ผ่านมา 

ขณะที่วันที่19-26 เม.ย นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.จะเดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็จะเดินทางไปดูงานประเทศออสเตรีย โดยจะออกเดินทางวันที่ 18 เม.ย. ส่วนนายบุญส่ง จะเดินทางไปดูงานที่ประเทศสก็อตแลนด์ในเดือนพ.ค. จึงทำให้เกรงว่าจะกระทบต่อการเตรียมงานจัดการออกเสียง ยิ่งในช่วงสัปดาห์นี้ที่คาดการณ์ว่าร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะมีผลใช้บังคับ และกกต.จะต้องมีการประชุมพิจารณาเพื่อออกระเบียบสำคัญอย่างน้อย4ฉบับรองรับ ประกอบด้วย 1.ระเบียบว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2.ระเบียบการพิจารณาการคัดค้านฯ 3.ระเบียบการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการจัดสรรเวลาออกอากาศ

4.ระเบียบการใช้จ่ายเงินในการออกเสียง ฯการไปต่างประเทศของกกต.อาจมีผลกระทบให้การออกระเบียบต่างๆล่าช้าไป หรือกรณีมีปัญหาร้องเรียนจากการรณรงค์ที่อาจเกิดขึ้นแล้วต้องการให้กกต.วินิจฉัยโดยเร็วว่าทำได้หรือไม่ เนื่องจากกกต.จะมีปัญหาองค์ประชุม เพราะแม้มาตรา8พ.ร.ป.กกต.จะกำหนดว่า องค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่า3คน แต่บทบัญญัติหลักก็กำหนดให้3ใน4ของกรรมการเท่าที่มีอยู่เป็นองค์ประชุมซึ่งที่ผ่านมากกต.ตีความว่าต้อง4คนจึงเป็นองค์ประชุม อีกทั้งกรณีเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในทางปฎิบัติิที่ผ่านมากกต.จะยึดว่าต้องอยู่ครบ5คนจึงพิจารณาวินิจฉัย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท