
ลุยเข็นประชารัฐ12คณะ
ทีมประชารัฐ 12 คณะ รายงานความคืบหน้าโครงการให้นายกฯ สมคิดเตรียมชงภาษีใหม่เข้า ครม.
ทีมประชารัฐ 12 คณะ รายงานความคืบหน้าโครงการให้นายกฯ สมคิดเตรียมชงภาษีใหม่เข้า ครม.
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมและติดตามความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการสานพลังประชารัฐทั้ง 12 คณะ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเอกชน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชมด้วย
ทั้งนี้ ในงานจะมีตัวแทนของภาคเอกชนที่เป็นหัวหน้าในแต่ละคณะเป็นตัวแทนนำเสนอความคืบหน้าในการทำงานต่อนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาโครงการละประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบาย รวมทั้งข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเดินหน้าโครงการต่างๆ ในระยะต่อไป
นายสมคิด กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนในระยะต่อไป จะเน้นไปที่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามแนวทางพัฒนาประเทศไทย 4.0 ที่ใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและพัฒนาเข้ามาพัฒนาการผลิตมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ รมว.คลัง รมว.ไอซีที รมช.พาณิชย์ ร่วมกันหามาตรการสนับสนุนและจูงใจให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรม 5 สาขาที่ประเทศไทยมีพื้นฐานและจุดแข็งอยู่แล้ว ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร สุขภาพและความงาม ไฮเทคและสมาร์ทเทคโนโลยี กลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัล และกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เมื่อได้มาตรการแล้วจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
สำหรับแนวทางการปรับอัตราภาษีนิติบุคคลนั้น จะเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาช่วงหลังสงกรานต์ ซึ่งในการปรับอัตราภาษีใหม่นี้ยืนยันว่าประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางจะได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีการเสนอให้ ครม.พิจารณาด้วยเช่นกัน โดยหลักการคือจะไม่สร้างภาระให้ผู้มีรายได้น้อย และจะไม่เก็บภาษีจากการซื้อบ้านและที่อยู่อาศัยหลังแรก เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางภาษีให้แก่ประชาชน
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะให้ความสำคัญกับการติดตามความคืบหน้าของนโยบายและมาตรการต่างๆ ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ออกมาก่อนหน้านี้ โดยจะต้องติดตามทุกๆ เดือน ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งหลังน่าจะไปด้วยดี เพราะขณะนี้สัญญาณต่างๆ สะท้อนไปในทางที่ดีขึ้น เช่น ตัวเลขการใช้ปูนซีเมนต์ที่เป็นบวกจากปีก่อนแทบจะทุกเซ็กเตอร์
ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็น่าจะดีขึ้นจากมาตรการต่างๆ ที่เม็ดเงินเริ่มทยอยลงสู่ระบบ ควบคู่กับการขับเคลื่อนมาตรการประชารัฐและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน







