แวดวงสงฆ์
คณะสงฆ์ ชาวบ้าน ทั้งวัดและโรงเรียน รอบวัดสุทัศนเทพวราราม ต่างรู้สึกสลดใจและอาลัย
โดย...สมานสุดโต
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ขวัญใจชาวบ้าน
คณะสงฆ์ ชาวบ้าน ทั้งวัดและโรงเรียน รอบวัดสุทัศนเทพวราราม ต่างรู้สึกสลดใจและอาลัย เมื่อได้ทราบว่าสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(วีระ ภทฺทจารี ป.ธ. 9) อายุ 86 ปี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม มรณภาพโดยสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2559 เพราะท่านเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่งเพียงไม่กี่รูปที่เต็มไปด้วยความเมตตา มีความเอื้ออาทรภิกษุสามเณรในวัด ห่วงใยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของคณะสงฆ์ และที่ประทับใจประชาชนรอบวัด คือท่านเป็นพระเถระระดับเจ้าอาวาส ออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ทุกเช้า กลายเป็นเนื้อนาบุญของชาวบ้านย่านเสาชิงช้า บำรุงเมือง สำราญราษฎร์ และโบสถ์พราหมณ์ มาเป็นเวลานาน แต่หลังจากอาพาธ เส้นเลือดในสมองแตก เดินลำบาก จึงงดออกบิณฑบาต
เมื่อพระเถระขวัญใจชาวบ้าน ชาววัดมรณภาพ จึงย่อมเป็นที่อาลัยอาวรณ์
ดังที่ครูอาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชาลัยและโรงเรียนวัดสุทัศน์ กล่าวว่า ท่านมีเมตตาต่อทุกคน ส่วนผู้ที่ต้องการใส่บาตรไม่ผิดหวัง เพราะได้ใส่บาตรพระเถระระดับเจ้าอาวาส ที่เดินโปรดสัตว์พร้อมลูกศิษย์ทุกเช้า เพราะท่านถือการออกบิณฑบาตว่าเป็นกิจของสงฆ์ เมื่อรับอาหารบิณฑบาตก็รับด้วยความสำรวมและเคารพ
ส่วนประชาชน เช่น ร้านสังฆภัณฑ์ย่านเสาชิงช้า บอกว่าท่านเป็นพระที่เต็มไปด้วยเมตตา เอื้ออาทร นอกจากออกโปรดสัตว์ทุกเช้าแล้ว ใครขอให้ทำอะไรที่ไม่ขัดต่อธรรมวินัย ท่านก็ทำให้ด้วยความยินดี เช่น ขอให้เจิมรถยนต์ ท่านก็ทำให้โดยไม่ขัดข้อง
พระสิริสุทัศน์ธรรมาภรณ์ (สุพจน์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์(เจ้าคณะ 15) และอดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ หลวงพ่อเจ้าอาวาส เป็นพระที่มีแต่ให้ เอื้ออาทรต่อพระภิกษุสามเณรในวัด และต่อคณะสงฆ์ เช่น การสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาภิกษุสามเณรในวัด และสนับสนุนการศึกษาคณะสงฆ์ทั่วไป ดังที่ท่านเป็นเจ้าภาพสร้างหอฉัน เป็นอาคาร 4 ชั้น มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท ให้ มจร วังน้อย และรวมทั้งหาทุนสร้างอาคารหอประชุม มวก.ด้วย
ถ้าไม่เกิดวิกฤตการณ์กรณีการสร้างวัตถุมงคล ที่ศิษย์คนหนึ่งทำ แต่ท่านต้องรับกรรม ทำให้ความเป็นพระสุปฏิปันโนของท่านต้องหมองคล้ำไป การศึกษาของคณะสงฆ์คงได้รับความเมตตาและเอื้ออาทรมากกว่านี้
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ มีนามเดิมว่า วีระ นามสกุล รอดบำเรอ ฉายา ภทฺทจารี เกิดเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2473 โยมบิดาชื่อ นายลี รอดบำเรอ โยมมารดาชื่อ นางมา รอดบำเรอ ภูมิลำเนาอยู่บ้านป่าฝ้าย หมู่ 4 ต.เขาแร้ง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
บรรพชา ณ วัดเขาวังสะดึง ต.เขาแร้ง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี เมื่ออายุ 16 ปี อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเทพธิดาราม ต.สำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่ออายุ 20 ปี โดยมีพระมงคลธรรมรังสี (ปาน อินฺทโชโต) เจ้าอาวาสวัดเทพธิดาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษาที่วัดเทพธิดารามตลอดมา จนถึงวันที่ 5 ก.ค. 2507 จึงย้ายเข้ามาอยู่วัดสุทัศนเทพวราราม
สาเหตุที่ย้ายเนื่องจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม) เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ทำหนังสือขอตัวจากเจ้าอาวาสวัดเทพธิดาราม เนื่องจากวัดสุทัศน์ขาดพระภิกษุที่เป็นพระเปรียญธรรม 9 ประโยคมานานมาก โดยหนแรกอยู่ที่คณะ 9 ต่อมาย้ายมาอยู่ที่คณะ 11 จนกระทั่งมรณภาพ ตำแหน่งการปกครองเป็นเจ้าคณะภาค 4 เมื่อปี 2526-2552 เป็นเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามเมื่อปี 2535-ปัจจุบัน เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ส่วนสมณศักดิ์นั้นได้รับแต่งตั้งและเลื่อนจนถึงปี 2553 ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ อาพาธมาเป็นเวลาหลายปี นับแต่เส้นเลือดในสมองแตกที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มรณภาพเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2559 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุ 86 ปีพรรษา 64 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และคณะสงฆ์จะเคลื่อนศพมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลาเศรษฐีทอง วันที่ 17 เม.ย. 2559 โดย 7 วันแรกศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ จากนั้นจะเปิดให้เอกชนทั่วไปเป็นเจ้าภาพ จนกระทั่งถึงวันออกเมรุ


