posttoday
อภิมหาสภาฯล่มซ้ำซาก รอยด่างรัฐบาลอภิสิทธิ์

อภิมหาสภาฯล่มซ้ำซาก รอยด่างรัฐบาลอภิสิทธิ์

04 สิงหาคม 2553

โดย......ไพบูลย์  กระจ่างวุฒิชัย

โดย......ไพบูลย์  กระจ่างวุฒิชัย

อภิมหาสภาฯล่มซ้ำซาก รอยด่างรัฐบาลอภิสิทธิ์ การประชุมรัฐสภา

เปิดอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับสมัยประชุมนิติบัญญัติ ประเด็นหนึ่งที่หลายฝ่ายมีการจับตามองเป็นอย่างมากว่า 120 นับจากนี้ตลอดสมัยประชุมรัฐบาลของอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะสามารถผลักดันกฎหมายออกมาเป็นกลไกการบริหารราชการแผ่นดินได้มากน้อยเพียงใด

ปมที่ยังคาใจ คือ ผลงานด้านนิติบัญญัติของรัฐบาลชุดนี้ยังไม่ค่อยเข้าตากรรมการมากนักโดยในเว็บไซต์ของรัฐสภา www.parliament.go.th รายงานว่านับตั้งแต่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2550 ถึงปัจจุบันมีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณารัฐสภาเพียง 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552

โดยประเด็นดังกล่าวรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สมัยดำรงตำแหน่งเป็นฝ่ายค้านในสภาฯก็เคยตำหนิรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมาว่าไม่ค่อยความสำคัญกับงานนิติบัญญัติมากนัก

“สิ่งที่ฝ่ายค้านเอือมระอาอย่างมาก คือ รัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือกับกฎหมายขององค์กรอิสระ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยมีการเล่นเกมไม่ให้กฎหมายผ่านจากสภาฯ ซึ่งทำให้งานขององค์กรอิสระเคลื่อนไปไม่ได้”

คำตำหนิรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2551 จาก ‘สาทิตย์ วงศ์หนองเตย’ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน

กงล้อประวัติศาสตร์กำลังกลับมาเล่นงานรัฐบาลชุดนี้

ที่สำคัญไปกว่านั้นยังต้องเจอกับกระแสตำหนิอย่างมหาศาลจากกรณีทีเกิดองค์ประชุมสภาฯล่มซ้ำซากหลายครั้ง อย่างใน ปี 2552 เบ็ดเสร็จนับไปนับมา สภาต้องบ้อท่าถึง 10 ครั้ง

แยกเป็นสมัยประชุมสามัญทั่วไปของสภาผู้แทนราษฎร 4 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างการเข้าสู่ระเบียบวาระเพื่อพิจารณารายงานประจำปีของสำนักงานศาลปกครอง เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2552 สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ 6 ครั้งเป็นการประชุมสภา 3 ครั้ง และอีก 3 ครั้งเป็นการประชุมรัฐสภา ซึ่งอย่างหลังเป็นการล่มที่เกิดขึ้นในเวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้นระหว่างวันที่ 9-10 พ.ย. และ 13 พ.ย.

เข้าสู่ปี 2553 วิทยา แก้วภารดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็พยายามหามาตรการแก้ไขในเรื่องนี้ด้วยการปรับเปลี่ยนเวลาการประชุมสภาฯทุกวันพุธและพฤหัสบดีใหม่เป็นเวลา 9.00น.-17.00น. แต่ก็เหมือนว่าวิกฤติสภาฯล่มได้ดีมีทิศทางที่ดีขึ้น

3 ก.พ.2553 ซึ่งเป็นวันของการประชุมสภาฯตามเวลาใหม่ก็ได้มีการรับขวัญด้วยองค์ประชุมสภาฯล่มทันที โดยเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของส.ส.ในวาระสองและสาม ระหว่างนั้นกำลังถกเถียงในข้อ 14/1 ของร่างข้อบังคับดังกล่าวที่ระบุว่า สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่วางตนอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเงิน ผลประโยชน์หรือกฏเกณฑ์ใดๆเพื่อบุคคลหรือองค์กรอื่นใด

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯคนที่ 2 ผู้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเวลานั้น เห็นว่าที่ประชุมไม่อาจหาข้อยุติได้ทำให้ต้องตัดสินด้วยการใช้เสียงข้างมากของที่ประชุมเป็นผู้ตัดสิน ปรากฏว่าองค์ประชุมมีเพียง 232 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งทำให้ต้องปิดการประชุม

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสภาฯชุดนี้ก็ต้องเจอกับปัญหาสภาล่มซ้ำซากจำนวนมากราว 5-6 ครั้ง

อาทิ วันที่ 4 มี.ค. นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งปิดประชุมเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบเพื่อพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหามาตรการป้องกันการรัฐ ประหาร ของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย โดยมีองค์ประชุมเพียง 232 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งจำนวน 238 คนจากส.ส.ทั้งหมด 475 คน

วันที่ 7เม.ย.ระหว่างการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณา​ร่างพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของส.ว.และส.ว. ในวาระที่สอง มีส.ส.เป็นองค์ประชุมเพียง 220 คน

วันที่22 เม.ย สภาฯล่มอีกครั้งหลังองค์ประชุมไม่ครบ ในระหว่างพิจารณาวาระรับรองข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ2550 ซึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานในที่ประชุมได้สั่งตรวจสอบองค์ประชุมก่อนการลงคะแนน ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนเพียง 231 จาก 475 คน ไม่ครบองค์ประชุมกึ่งหนึ่งที่ 238 คน

วันที่ 7 พ.ค. ครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส.และส.ว.) ก็มีอันต้องปิดประชุมกลางคันเนื่องจากเหลือองค์ประชุมอยู่แค่295 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ313 คน โดยเป็นการพิจารณา​ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลญี่ปุ่นและร่างสัญญาเงินกู้   รวมทั้ง วาระ เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ​พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลกและธนาคาร พัฒนาเอเซีย ซึ่งรัฐบาลเสนอให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน

จากสถิติในส่วนนี้คงเป็นเครื่องเตือนสติบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติว่าควรทำงานให้คุ้มค่ากับเงินเดือนนับแสนซึ่งมาจากเสียภาษีของประชาชนที่เสียไปเพื่อให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยมาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้ไม่ให้มาละเว้นทำหน้าที่ด้วยขาดประชุมจนทำให้งานฝ่ายนิติบัญญัติต้องหยุดชะงักโดยไม่จำเป็น

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69