
สงกรานต์ถังแตก แห่ขนสมบัติเข้าโรงตึ๊ง
สถานธนานุบาลเทศบาลทั่วทุกจังหวัดได้เตรียมเงินสำรองไว้รายละหลายร้อยล้านบาทเพื่อให้บริการประชาชน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
สถานธนานุบาลเทศบาลทั่วทุกจังหวัดได้เตรียมเงินสำรองไว้รายละหลายร้อยล้านบาทเพื่อให้บริการประชาชนซึ่งจะเปิดวันแรกวันที่ 18 เม.ย.นี้ หลังจากปิดหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ทำให้คาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากแห่นำสิ่งของมีค่า อาทิ ทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหม สิ่งของเบ็ดเตล็ด มาจำนำกันอย่างคึกคัก เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นค่ารถเดินทางกลับไปทำงานใน กทม.และจังหวัดต่างๆ หลังจากนำเงินไปใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและฉลองช่วงเทศกาลสงกรานต์จนประสบปัญหาขาดเงินหมุนเวียนมาใช้จ่าย
ไพศาล โพธิ์มีศรี ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้เตรียมเงินสดกว่า 100 ล้านบาทเพื่อรองรับบริการประชาชนหลังเสร็จสิ้นเดินทางมาเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่บุรีรัมย์คาดว่าวันที่ 18 เม.ย.นี้จะมีประชาชนนำทรัพย์สิน และของมีค่า มาใช้บริการมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจแล้วสินค้าแพงขึ้นทำให้ต้องใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น
ไพศาล กล่าวอีกว่า ขอเตือนประชาชน อย่านำทรัพย์สินของมีค่าไปจำนำ หรือฝากไว้กับนายทุน หรือแหล่งเงินกู้นอกระบบ เพราะจะเสี่ยงต่อทรัพย์สินสูญหาย หรือถูกฉ้อโกงได้ หากประสบปัญหาทางการเงินให้เข้ามาปรึกษา หรือนำทรัพย์สินมาจำนำกับสถานธนานุบาลเทศบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกง ทั้งยังมีดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย
ขณะที่ ตระกูล สุขกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว กล่าวว่า สถานธนานุบาลของเทศบาลเมืองสระแก้ว ได้เตรียมเงินสำรองไว้กว่า 30 ล้านบาท สำหรับให้บริการประชาชนที่นำสินค้ามาจำนำหลังเที่ยวสงกรานต์หยุดยาว เท่ากับจำนวนเงินที่ตั้งไว้เมื่อปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ก็คาดว่าจะมีประชาชนนำสิ่งของมีค่ามาจำนำกับโรงรับจำนำจำนวนมากโดยเฉพาะทองรูปพรรณ น่าจะมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 90 นอกนั้นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์
“โรงรับจำนำของเทศบาลเมืองสระแก้ว ไม่มีผลกระทบกับภัยแล้ง เมื่อถึงเทศกาลหยุดยาวจะมีประชาชนนำเครื่องทองมาจำนำเป็นปกติ และที่จำนำมากที่สุดมักจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปี คาดว่าเป็นช่วงที่มีการมอบตัวเข้าโรงเรียนของบุตรหลาน จึงจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะบุตรหลานที่เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา เป็นช่วงที่ประชาชนใช้เงินมากที่สุด การจำนำสินค้าจำพวกทองคำ จึงเป็นหนทางหนึ่งที่หาเงินได้รวดเร็วและทำได้ง่ายที่สุด” ตระกูล กล่าว
ด้าน บุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพิษณุโลก กล่าวว่า ได้เตรียมเงินให้สถานธนานุบาลทั้ง 2 แห่ง ของเทศบาลนครพิษณุโลกไว้แล้ว 130 ล้านบาท เหมือนกับในปีที่ผ่านมา และสำรองยาวไปจนถึงช่วงเปิดเทอมในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะเพียงพอรองรับความต้องการของประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงนี้ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการใช้เงินเพียงเล็กน้อยวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ยถูกเพียง 25 สตางค์ (สต.) เท่านั้น สำหรับสิ่งของที่นำมาจำนำส่วนใหญ่ยังเป็นทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ที่สถานธนานุบาลเทศบาลนครพิษณุโลก 1 ถนนบรมไตรโลกนารถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดให้บริการวันแรกวันที่ 18 เม.ย.นี้ คาดจะมีประชาชนทยอยนำสิ่งของมีค่ามาจำนำ เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้ง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทั้งนี้ทางสถานธนานุบาลได้จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ในวงเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท จากปกติจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 50 สต./เดือน ลดลงเหลือที่ร้อยละ 25 สต./เดือน และสำหรับผู้ที่เข้าใช้บริการมียอดเกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท จะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ ร้อยละ 1 บาท/เดือน
โรงรับจำนำยังคงเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเสริมสร้างสภาพคล่องให้กับครอบครัวในยุคเศรษฐกิจตกต่ำนี้







