posttoday
กลุ่มเศรษฐกิจ ดอกไม้หลายแบบ

กลุ่มเศรษฐกิจ ดอกไม้หลายแบบ

15 เมษายน 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

ระหว่างเขียนบทความ ผู้เขียนกำลังเดินทางในแถบยุโรป ที่กำลังคุกรุ่นด้วยมาตรการระวังภัยจากการก่อการร้าย การพบเห็นทหารถืออาวุธตามย่านชุมชน สนามบิน รถไฟฟ้าใต้ดิน ดูเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่น่าสนใจคือ ทุกฝ่ายพยายามใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด ระวังแต่ไม่กลัวจนเกินเหตุ ผู้เขียนสนใจยุโรปมากตั้งแต่เริ่มมีการรวมตัวทางเศรษฐกิจเป็น กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) หลายปีก่อน และมีการให้กำเนิดเงินสกุลใหม่ที่เราเรียกกันว่าเงิน “ยูโร” และพยายามตามข่าวต่างๆ ทั้งในแง่ความสำเร็จและปัญหาของกลุ่มเศรษฐกิจนี้มาโดยตลอด และได้บทสรุปง่ายๆ ว่า ระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่มากๆ ต้องมีความยืดหยุ่นต่อการปรับตัว เพื่อเผชิญปัญหาใหม่ๆ สูง รวมทั้ง บางเรื่องประเทศใหญ่กว่าต้องเสียสละให้ประเทศเล็กกว่า เวทีการเจรจาสำคัญกว่ากฎหมาย

การรวมตัวกันเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจ เช่น สหภาพยุโรป เป็นความสร้างสรรค์ที่ต้องการตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจของโลกที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนหากเอาแผนที่โลกมากางออก ฝั่งซ้ายของโลกคือกลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่ฝั่งขวาคือเอเชียคือฝั่งบริโภค แต่ตอนนี้โลกหมุนกลับ ดูเหมือนว่าความสามารถด้านการผลิตของฝั่งขวาเพิ่มขึ้นทั้งในแง่เทคโนโลยี และต้นทุนที่ได้เปรียบ ฝั่งซ้ายอาจจะไม่ใช่ผู้ผลิตของโลกอีกต่อไป ในไม่ช้าการมองไกลและเตรียมการด้วยการรวมกลุ่มเป็นเศรษฐกิจใหม่คือคำตอบอย่างหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อสร้างพลังทางเศรษฐกิจและการต่อรองทั้งกับเอเชียและสหรัฐ

ต้องยอมรับว่าชาติตะวันตก เป็นชาติที่กล้าริเริ่มอะไรใหม่ๆ และกำหนดทิศทางใหม่ๆ เสมอ การรวมกลุ่มในครั้งนั้นเรียกได้ว่าสะเทือนโลก ทุกอย่างดูดีไปหมดสำหรับยุโรป แต่ในรายละเอียดหลายอย่างที่เป็นภาพขนาดย่อยของแต่ละประเทศ ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นภาคจุลภาคของสหภาพยุโรปยังเต็มไปด้วยปัญหา ที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันแก้ไข เช่น ปัญหาหนี้สินของบางประเทศ การว่างงานอย่างรุนแรง ปัญหาของเยอรมนีที่ต้องแบกรับภาระทางการคลังสูงเพื่อค้ำยันยูโร ปัญหาของอังกฤษที่เผชิญการไหลทะลักของคนว่างงานเข้าไปแย่งงานคนอังกฤษเอง จนทำให้คนในชาติบางส่วนไม่พอใจ และจะมีการทำประชามติเร็วๆ นี้ เรื่องการจะยังอยู่หรือจะออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (Brexit) เพราะถือว่าสร้างภาระให้คนในชาติ

ทั้งหมดของปัญหา เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการรวมตัวเพื่อสร้างขบวนการการอยู่ร่วมกัน หากมองความสัมพันธ์เหล่านี้ง่ายๆ การที่ต้องทั้งแข่งกัน แย่งชิงทรัพยากรกัน ทั้งต้องรวมตัวอยู่ด้วยกัน เพื่อสู้กับปัจจัยรุมเร้าภายนอก เป็นศิลปะแบบเศรษฐศาสตร์อย่างหนึ่งได้เลย และจับต้องได้จริงมากกว่าองค์กรการค้าโลกในบางมิติ ต้องอย่าลืมว่าหากมองย้อนประวัติศาสตร์ ประเทศมหาอำนาจในยุโรป ล้วนเป็นคู่กรณีในสงครามใหญ่ๆ มาโดยตลอด ทำไมวันนี้ต้องรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ พวกเขายอมรับกันได้อย่างไร ผ่านกลไกใด?

ประเด็นลักษณะนี้ เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงน้อยมากในประเทศไทยในวงกว้าง เรามักพูดถึงความขัดแย้งของตนเอง เศรษฐกิจภายใน ความได้เปรียบเสียเปรียบจากโครงสร้างกฎหมาย และเราเริ่มวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนบ้าน รวมถึงมหาอำนาจเอเชียอย่างจีน โดยที่เราอาจเข้าใจเอาเองว่า เราเป็นคนแรกในโลกที่เจอปัญหาเหล่านี้ และมุ่งแก้ปัญหาโดยใช้หลักคิดว่า เราจะแก้ปัญหาในแบบของเรา กฎหมายของเรา หรือไม่ก็เราจะเดินตามโครงสร้างชาติตะวันตกทั้งหมดตามตำราสำเร็จรูป จะมีทางใหม่ๆ ทางสายกลาง ทางที่เราเรียนรู้จากคนอื่นๆ ให้ประเทศไทยเดิน ในฐานะที่ประเทศเคยเป็นดาวรุ่งที่สว่างที่สุดในภูมิภาคหรือไม่?

สิ่งหนึ่งที่มั่นใจมากๆ คือ สหภาพยุโรปจะยังคงรวมตัวกันต่อไป เพราะได้ประโยชน์มากกว่าแยกกันอยู่ ปัญหาที่เกิดขึ้น หากมองดีๆ คือปัญหาที่ทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม บนระบบการปกครอง การเมือง ระบบเศรษฐกิจที่หลากหลาย กฎเกณฑ์ เวทีใหม่ๆ นอกเหนือจากกฎหมาย และระบบระเบียบแบบรัฐค่อยๆ เปลี่ยนไป ทางเลือกใหม่ในการอยู่ร่วมกันและอยู่รอดมีมากขึ้น

แม้ว่าวันนี้สหภาพยุโรปยังไม่สามารถสำแดงพลังทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ แต่ผลผลิตที่ได้จากการรวมตัวกัน แก้ปัญหาร่วมกันคือคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจโลก และเริ่มเห็นชัดขึ้นทุกวันๆ ว่า การเติบใหญ่แบบไปตัวคนเดียวจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปในโลก ความคิดเรื่องความสมดุล ความเป็นธรรม และการเผื่อแผ่ ไม่คิดเฉพาะมุมมองตนเอง ผลประโยชน์ตนเอง จะกลายเป็นรูปธรรม มากกว่านามธรรมในไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท