
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
การปฏิรูประบบราชการไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราไม่สามารถออกแบบระบบการเมืองที่ดีให้เป็นกลไกในการปกครองประเทศได้สำเร็จ
การปฏิรูประบบราชการไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราไม่สามารถออกแบบระบบการเมืองที่ดีให้เป็นกลไกในการปกครองประเทศได้สำเร็จ
ฉันใดฉันนั้น หากประสงค์จะเห็นการบริหารราชการแผ่นดินที่มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ จะต้องสร้างเครื่องมือมาดำเนินการให้ทั้งสองกลไกหลัก ซึ่งเป็นฟันเฟืองในการบริหารประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน
ระบบราชการนั้นเป็นเสมือนแขนขาซึ่งมีความสำคัญยิ่ง ทั้งในฐานะกระทรวง ทบวง กรม แต่ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติภายใต้ระบบลูกท่านหลานเธอ ระบบวิ่งเต้นเส้นสาย หรือสังคมอุปถัมภ์แบบไทยๆ ได้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่บ่อนเซาะเกาะกินให้เครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนประเทศติดขัดมาโดยตลอดตั้งแต่มีระบบราชการไทยเป็นต้นมา
ตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมามีความพยายามกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการมาอย่างต่อเนื่อง ทุกรัฐบาลได้ประกาศนโยบายมุ่งเน้นให้งานราชการสัมฤทธิผล ไม่เป็นอุปสรรคฉุดรั้งการพัฒนาประเทศท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก
แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังขาดเครื่องมือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ระบบราชการไทยจึงยังมีปัญหาซุกซ่อนอยู่อีกมาก และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนทั่วไป ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เอื้อให้การทำธุรกิจมีความคล่องตัว แต่กลายเป็นสาเหตุความล่าช้า เกิดช่องว่างให้มีค่าน้ำร้อนน้ำชา ก่อความไม่เป็นธรรมขึ้น ส่งผลให้มีการทุจริตงบประมาณปีละจำนวนมหาศาล
หากรัฐบาลต้องการเห็นการปฏิรูปมือไม้ของรัฐให้ตอบโจทย์ประเทศ นอกจากจะต้องรื้อปัญหาในเชิงโครงสร้างแล้ว ผู้นำยังต้องมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวทบทวนบทบาท ภารกิจ และอํานาจหน้าที่ของหน่วยงานราชการทั้งระบบให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น หน่วยงานใดไม่ตอบสนองและรองรับปัญหาของประเทศซึ่งมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นได้ ก็จำเป็นต้องมีการปรับรื้ออย่างถอนรากถอนโคน
หน่วยใดไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปจะต้องยุบรวม ยุบเลิก เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดประสิทธิภาพ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานที่ใกล้เคียงกัน และต้องให้มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังหน่วยงานอื่น องค์กรอื่นที่มีความพร้อมมากกว่าแก้ปัญหา
หากยังคงอำนาจการบริหารราชการไว้ที่รัฐบาลกลาง ไม่กล้าแตะระบบราชการทั้งโครงสร้าง ใช้แต่อำนาจลงโทษบุคคลในเชิงปัจเจก ก็เป็นเรื่องยากที่เราจะเห็นโอกาสหรือแนวโน้มการปฏิรูปซึ่งทุกฝ่ายต่างวาดฝัน
ปัจจุบันข้าราชการไม่ได้น้อยหน้าภาคเอกชนในแง่ค่าตอบแทนและสวัสดิการ แต่สิ่งที่ยังขาดก็คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะปักธงการปฏิรูปอย่างจริงจัง เมื่อขาดธงหลัก ขาดผู้นำที่มีปรีชาญาณ ขาดทีมที่ปรึกษาที่มองเห็นปัญหาประเทศมากกว่าผลประโยชน์พวกพ้องซึ่งต้องผลักดันนโยบายที่มีความเร่งด่วน เมื่อนั้นระบบราชการที่ดีจึงยังคงอยู่ในวาระการประชุมต่อไป
เมื่อเราไม่สามารถออกแบบระบบการเมืองที่ดีให้เป็นกลไกในการปกครองประเทศได้สำเร็จ เมื่อนั้นการปฏิรูประบบราชการจึงไม่มีวันประสบความสำเร็จ และจะเป็นเพียงฝันลมๆ แล้งๆ ของสังคมไทยต่อไปอีกยาวนาน







