
คิกออฟรับฟังความเห็น ‘เจ้าพระยา’ เสียงคัดค้านดังต่อเนื่อง
เสียงคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางรวม 57 กิโลเมตร ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
เสียงคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางรวม 57 กิโลเมตร ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าว เป็นแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการเนรมิตพื้นที่ริมแม่น้ำให้กลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ปั่นจักรยาน เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนเมือง ด้านหนึ่งยังสามารถแก้ปัญหาชุมชนรุกล้ำแม่น้ำได้ด้วย
รัฐบาลมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นแม่งานหลัก เดิมทีจะสร้างในลักษณะคล้ายทางด่วน ตอกเสาเข็มลงแม่น้ำ กว้างฝั่งละ 19.5 เมตร กำแพงสูง 3 เมตร เริ่มก่อสร้างในเดือน ต.ค. 2558
ทว่าแผนดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างรุนแรง กทม.จึงยอมปรับลดขนาดความกว้างของเส้นทางลงเหลือ 12-15 เมตร แต่นั่นก็ไม่สามารถยุติเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการลงได้ สุดท้าย กทม.จึงว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เป็นที่ปรึกษาโครงการ ด้วยงบประมาณ 120 ล้านบาท
อันธิกา สวัสดิ์ศรี โฆษกโครงการ อธิบายว่า ก่อนหน้านี้ กทม.เคยว่าจ้าง สจล.ครั้งหนึ่ง แต่ถูกปฏิเสธเพราะร่างขอบเขตงานยังเป็นการก่อสร้างถนน แต่เมื่อ กทม.ยอมเปลี่ยนทีโออาร์ใหม่และเปิดโอกาสให้
ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเข้าร่วม สจล.จึงยอมรับการว่าจ้าง
อันธิกา ระบุว่า การออกแบบจะแล้วเสร็จและเสนอต่อ กทม.ได้ภายในเดือน ก.ย. 2559 ยืนยันว่าภาพโครงการที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มพยายามเสนอภาพเส้นทางถนนคอนกรีตและกำแพงสูง หรือใช้งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เป็นการให้ข้อมูลด้านลบและเป็นข้อมูลเก่า
“การปรับภูมิทัศน์ไม่ใช่การสร้างถนนจึงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากเช่นนั้น” อันธิกา ยืนยัน
ฟากนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการอย่าง ปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ชี้ให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายของโครงการว่า มีความพยายามจะสร้างถนนเลียบแม่น้ำมาโดยตลอด ทว่าถูกคัดค้านจนต้องพับโครงการไว้ก่อน มาครั้งนี้เมื่อรัฐบาลไฟเขียวให้ กทม.ทำหน้าที่เป็นแม่งานจึงประจวบเหมาะในการรื้อแผนสร้างถนนมาปัดฝุ่นใหม่
“ใครๆ ก็รู้ว่าโครงการนี้คือการย้อมแมวขาย แท้จริงมันคือโครงการสร้างถนน แต่ที่ผ่านมาในอดีต กทม.เดินหน้าต่อไม่ได้เพราะถูกคัดค้านมาโดยตลอด จึงต้องหาทางออกด้วยการแก้ไขเอกสารข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง หรือทีโออาร์ จากนั้นก็ไปจ้าง สจล.ให้เข้ามาออกแบบ และสุดท้ายเราจะได้ถนนตามที่ กทม.ต้องการ” ปองขวัญ มั่นใจว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น
ทาง ยศพล บุญสม ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเฟรนด์ออฟริเวอร์ หรือ FOR ซึ่งถูก สจล.กล่าวหาว่าให้ข้อมูลบิดเบือนกับชุมชนริมเจ้าพระยา แม้เอกสารที่ใช้อ้างอิงจะเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ตาม
ยศพล ย้ำจุดว่า การออกแบบโครงการมีรูปแบบไม่สอดคล้องกับความหลากหลายของการใช้ที่ดิน ไม่สอดคล้องกับโครงข่ายคมนาคมและการเชื่อมต่อในพื้นที่ ส่วนด้านภูมิทัศน์เป็นการสร้างสิ่งแปลกปลอมในลำน้ำ ทำลายทัศนียภาพสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา และบดบังสถาปัตยกรรมที่สำคัญ
นำมาซึ่งข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้ สจล.เปิดเผยรายชื่อคณะทำงานที่มีความเชี่ยวชาญว่ามีใบประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคมว่าโครงการจะมีการศึกษารอบด้านโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแท้จริง
2.เปิดเผยแผนการทำงานต่อสาธารณะเพื่อให้แน่ใจว่าในช่วงระยะเวลา 7 เดือน จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อเปิดให้ตรวจสอบอย่างละเอียด 3.เปิดเผยรูปแบบที่ดีกว่าแบบเดิม โดยให้คณะทำงานออกแบบและพัฒนาที่ไม่สร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
4.สร้างแนวร่วมในการทำงาน ต้องการให้ สจล.ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ไม่ใช่ผลักประชาชนเป็นคู่กรณีอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 5.ขอให้ สจล.แสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตีกรณีให้ข่าวโจมตีภาคประชาชน เพื่อสร้างความไว้วางใจต่อเจตนาดีในการปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยา
ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เป็นครั้งแรก
โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด







