
ทัพบกยุคประยุทธ์ส่อไร้เอกภาพ
โผโยกย้ายทหารปีนี้คลอดเร็วมาก เนื่องจากรัฐบาลต้องการจัดกองทัพให้เสร็จเพื่อดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. และมั่นใจในกองทัพได้เต็มที่ว่าจะเคียงข้างรัฐบาล โดยโผโยกย้ายจะมีผล 1 ต.ค.เป็นต้นไป
โผโยกย้ายทหารปีนี้คลอดเร็วมาก เนื่องจากรัฐบาลต้องการจัดกองทัพให้เสร็จเพื่อดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. และมั่นใจในกองทัพได้เต็มที่ว่าจะเคียงข้างรัฐบาล โดยโผโยกย้ายจะมีผล 1 ต.ค.เป็นต้นไป
โดย...ทีมข่าวการเมือง
คาดว่าคงจะได้เห็นรายชื่อกันทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้ แต่ที่ชัวร์คือตำแหน่ง ผบ.ทบ.ตกเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ แบบไม่มีคู่แข่ง เพราะมีการปูทางไว้มานานล่วงหน้า
อย่างไรตำแหน่งที่สำคัญอยู่ที่ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาค 1 ซึ่งเป็นทหารสายพิราบ และไม่เต็มที่ในการปราบปรามม็อบเสื้อแดงที่ผ่านมา ไม่ได้ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ. ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งภายในกองทัพบก โดยได้เป็นแค่ พล.อ.ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. แต่มีสัญญาใจจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ว่าโยกย้ายปลายปีหน้าจะให้กลับเข้าไลน์ห้าเสือ ทบ.
แม้จะเป็น “บูรพาพยัคฆ์” ที่เติบโตมาจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) แต่ พล.ท.คณิต ก็มีอุปสรรคสำคัญ 3 อย่างที่ทำให้ไม่ได้ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ. ทั้งๆ ที่ตามธรรมเนียมทหารแล้วคนเป็นแม่ทัพภาค 1 ต้องขึ้นเป็นห้าเสือ ทบ.ทุกคน
เหตุผลแรก คือ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และ พล.อ.ประยุทธ์ รอง ผบ.ทบ. ว่าที่ ผบ.ทบ. กลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งบานปลายระหว่าง พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก เพื่อนเตรียมทหาร 12 ที่ขึ้นเป็นพลเอก เป็นเสนาธิการทหารบกคู่ใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่ พล.ท.ดาว์พงษ์ มีผลงานจากการวางแผนยุทธการในการปราบม็อบเสื้อแดงกับ พล.ท.คณิต
“ที่สำคัญ พล.ท.ดาว์พงษ์ เพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนช่วยจัดโผโยกย้ายครั้งนี้ จึงเตะสกัด พล.ท.คณิต” แหล่งข่าวระบุ
เหตุผลที่ 2 พล.ท.คณิต ในช่วงปราบม็อบแดงนั้น “ใจไม่ถึง” ไม่เต็มที่กับการใช้ความรุนแรง อาจเพราะเป็นนายทหารสายพิราบ และธรรมะธัมโม เมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้ใช้กระสุนจริงยิง แต่ พล.ท.คณิต สั่งลูกน้องไม่ให้ยิงนอกจากจำเป็น จึงทำให้มีบุคลิกไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่กองทัพจะต้องสู้กับม็อบเสื้อแดง และกองกำลังติดอาวุธที่จะกลับมาสู้ทั้งบนดินและใต้ดิน
ขณะที่ พล.ท.ดาว์พงษ์ มีบทบาทสำคัญในการวางแผนทั้งหมด ด้วยความขัดแย้งกัน พล.ท.ดาว์พงษ์ จึงไม่ได้ให้ พล.ท.คณิต มีบทบาทมากนัก
เหตุผลที่ 3 เนื่องจาก พล.ท.คณิต เป็นเตรียมทหารรุ่น 13 ซึ่งถือเป็นรุ่นน้องที่สุด หากจะขึ้นเป็นห้าเสือ ทบ. เพราะห้าเสือ ทบ.มีเตรียมทหาร 10 11 และ 12 เท่านั้น
“พล.อ.ประวิตร ปลอบใจ พล.ท.คณิต แล้วว่าไม่ได้มีความผิดอะไร แต่จังหวะไม่ดี จึงให้ขึ้นเป็น พล.อ.ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ.ก่อน แล้วมีสัญญาใจกันว่าโยกย้ายปลายปีหน้าให้กลับเข้าไลน์เป็นห้าเสือ ทบ.” แหล่งข่าวระบุ
อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ เลือก พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาค 3 ขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทบ. ก็เพื่อตอบแทนที่ พล.ท.ทนงศักดิ์ เหนื่อยจากการจัดการกับม็อบเสื้อแดงและพื้นที่สีแดงมาตลอด 2 ปีที่เป็นแม่ทัพภาค 3 อีกทั้งนานๆ ครั้งที่แม่ทัพภาค 3 จะได้ขึ้นเป็นห้าเสือ ทบ.
ที่สำคัญ พล.ท.ทนงศักดิ์ ถือเป็นลูกศิษย์ของโหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ อดีตโหร คมช. ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ เคารพนับถืออย่างมาก ถือว่าเป็นศิษย์อาจารย์วารินทร์แห่งสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ด้วยกัน
ขณะที่ พล.ต.อุดมเดช สีตะบุตร รองแม่ทัพภาค 1 ที่ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 นั้น ถูกจับตามองว่าจะเป็น “ทายาทอำนาจของบูรพาพยัคฆ์” ในรุ่นต่อไป เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ลุกจาก ผบ.ทบ. เนื่องจาก พล.ต.อุดมเดช มีอายุราชการถึงปี 2558 พล.ต.อุดมเดช เป็นทหารเสือราชินีและบูรพาพยัคฆ์ รวมทั้งมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การขึ้นมาคุมกองทัพของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นใช่ว่ากองทัพนิ่ง เพราะอย่าลืมว่าทหารแตงโมในกองทัพยังมีอีกมาก ผสมกับผู้ที่ผิดหวังจากการแต่งตั้งครั้งนี้ ยังคงทำให้กองทัพไม่เป็นเอกภาพมากนัก และจะต้องมาพบปัญหาความขัดแย้งใน ทบ. ทั้งคู่ขัดแย้งของ พล.ท.ดาว์พงษ์ กับ พล.ท.คณิต
แม้ พล.ท.คณิต ยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งกับ พล.ท.ดาว์พงษ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ยังทำงานกันได้ด้วยดี มีแต่ข่าวเท่านั้นที่ขัดแย้งกัน
“เราเป็นทหาร จะเป็นตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ผมยอมรับได้ทุกตำแหน่ง” เป็นคำยืนยันจาก พล.ท.คณิต
แต่ทว่าทั้งหมดต้องดูกันยาวๆ
นอกจากนี้ยังมีคู่ความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองแม่ทัพภาค 1 กับ พล.ต.อุดมเดช แม่ทัพภาค 1 คนใหม่ เพราะแย่งเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 กันมา โดยที่ พล.ต.ไพบูลย์ ก็ยังต้องเป็นรองแม่ทัพภาค 1 ทำงานร่วมกับ พล.ต.อุดมเดช ต่อไป
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าหากได้เป็น ผบ.ทบ. จะพยายามเต็มที่ในการนำกองทัพถอยห่างออกมาจากการเมือง แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ทหารจึงต้องเข้าไปดูแลความมั่นคงภายในด้วย อีกทั้งสถานการณ์ที่ผ่านมาหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทหารต้องเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง
“ต่อจากนี้กองทัพก็ทำหน้าที่ของกองทัพเราไป รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของรัฐบาล เราเป็นกลไกของรัฐบาล ก็ทำตามที่รัฐบาลสั่งการ เรากำลังจะนำทหารกลับเข้ากรมกอง” พล.อ.ประยุทธ์ ให้คำมั่น
ทั้งหมดกาลเวลาเท่านั้นจะพิสูจน์







