
ก้าวสู่ความดีงาม
วันสงกรานต์นั้นมีความหมายสำคัญมากกว่าประเพณีการเล่นน้ำอย่างที่รับรู้กันทั่วไป ในทางสุริยคติสงกรานต์คือวันที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนสู่ราศีเมษ สงกรานต์จึงมีความหมายถึงการก้าวสู่สิ่งใหม่ เริ่มต้นใหม่ ปีใหม่
วันสงกรานต์นั้นมีความหมายสำคัญมากกว่าประเพณีการเล่นน้ำอย่างที่รับรู้กันทั่วไป ในทางสุริยคติสงกรานต์คือวันที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนสู่ราศีเมษ สงกรานต์จึงมีความหมายถึงการก้าวสู่สิ่งใหม่ เริ่มต้นใหม่ ปีใหม่
แต่โบราณมาช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเป็นช่วงเวลาสำหรับการตระเตรียมทำสิ่งดีต้อนรับในการก้าวสู่ปีใหม่ เริ่มตั้งแต่ตระเตรียมกวาดถูทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม เพื่อเตรียมงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ จากนั้นก็มีการสรงน้ำพระ ต่อด้วยการรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ จึงจะมาถึงการละเล่นรื่นเริงเป็นลำดับสุดท้าย
คุณค่าของสงกรานต์สำหรับสังคมไทย จึงเป็นช่วงเวลาสำหรับการเชื่อมร้อยทุกส่วน ครอบครัว ญาติ พี่ น้อง ได้มาร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ รดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ ชุมชน สังคมได้ร่วมกันทำบุญใหญ่ของวัด เกิดประเพณีขนทรายเข้าวัด และการร่วมกันสรงน้ำพระ
แต่ในปัจจุบันคุณค่าดั้งเดิมของสงกรานต์เปลี่ยนไป แม้ผู้คนจะยังยึดมั่นต่อการกลับไปอยู่ร่วมพร้อมหน้าครอบครัว ญาติ พี่ น้อง ชุมชน แต่ก็แลกด้วยสถิติอุบัติเหตุ ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่การละเล่นสาดน้ำก็มีรูปแบบของความหยาบ ใช้อุปกรณ์เล่นน้ำที่มีแรงดันสูงอาจเกิดอันตราย ความรุนแรงของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท รวมทั้งการแสดงออกในเชิงอนาจารมากขึ้น
น่าแปลกที่ปัญหาดังที่กล่าวมาเกิดมากขึ้นทุกปี แม้รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมจะรณรงค์การเล่นสงกรานต์อย่างเหมาะสม ห้ามขาย ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในพื้นที่เล่นสงกรานต์ ห้ามแต่งกายอนาจาร ห้ามการแสดงออกในลักษณะไม่เหมาะสม รณรงค์ใช้ขันน้ำขนาดเล็ก แทนการใช้อุปกรณ์เล่นน้ำที่อาจเกิดอันตราย โดยเฉพาะปืนฉีดน้ำแรงดันสูง แต่พฤติกรรมไม่เหมาะสมในการเล่นสงกรานต์ก็ยังไม่ลดน้อยลง
ปัญหาส่วนหนึ่งคือ ภาครัฐและเอกชนในหลายๆ พื้นที่ หวังแต่การส่งเสริมเชิญชวนให้คนมาท่องเที่ยวเล่นสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจนละเลยมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
ปีนี้ประเทศไทยเผชิญความท้าทายจากสองปัจจัย หนึ่ง คือ ภัยแล้ง ทำให้ต้องรณรงค์สงกรานต์แบบประหยัดน้ำ สอง คือ ภาวะเศรษฐกิจซบเซาส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว จนรัฐบาลต้องประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ โดยให้นำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวค่าอาหาร และค่าที่พักในช่วงเทศกาลนี้มาลดหย่อนภาษีได้
ความท้าทายจากปัญหาภัยแล้ง รัฐบาลรณรงค์ให้จัดสงกรานต์แบบประหยัดน้ำด้วยคำขวัญ “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า” ซึ่งหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งก็ดำเนินการอย่างจริงจัง เปลี่ยนการใช้น้ำสาดอย่างฟุ่มเฟือยมาเป็นการประพรมน้ำ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ป้องกันพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่างๆ การห้ามรถบรรทุกน้ำ ห้ามใช้สายยางฉีด ยึดรถและใบขับขี่กรณีเมาแล้วขับ รวมทั้งการห้ามโป๊เปลือย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
แม้ในปีต่อไปภาวะคุกคามของภัยแล้งอาจไม่หนักหน่วงเท่ากับปีนี้ แต่หากสามารถจัดสงกรานต์ประหยัดน้ำเช่นในปีนี้ได้แล้ว ก็ควรถือเป็นแนวทางที่จะต้องทำต่อไป และไม่เพียงแต่พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงเท่านั้น แต่ควรขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสร้างจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการวางบรรทัดฐานใหม่สำหรับการละเล่นสงกรานต์ของไทย
อย่าวิตกว่า การควบคุมกำหนดพฤติกรรมการเล่นสงกรานต์อย่างเหมาะสมจะกระทบต่อการท่องเที่ยว และจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหันไปท่องเที่ยวสงกรานต์ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่กำลังยกประเพณีสงกรานต์ขึ้นมาแข่งกับเรา เพราะหากเรายกระดับวัฒนธรรมการเล่นสงกรานต์ให้เหมาะสม มีรสนิยมที่ดี มีความปลอดภัย ปราศจากความถ่อย เถื่อน อนาจาร ก็จะเป็นจุดขายที่พิเศษ ซึ่งยากที่ประเทศเพื่อนบ้านจะทำตามได้







