
รื้อการทูตใหม่
บทบรรณาธิการของอาซาฮี ชิมบุน ระบุว่า ในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน นานาประเทศไม่สามารถวางเฉยต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศและความสัมพันธ์ทางการทูตได้
ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของ นาโอโตะ คัง ถึงแม้จะสามารถแสดงบทบาทหรือดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆ ได้ดีกว่าสมัยรัฐบาล โยคิโอะ ฮาโตยามา แต่ทว่าในภาพรวมแล้วยังทำได้น่าผิดหวัง และนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ญี่ปุ่นจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของตนในเวทีระหว่างประเทศได้หรือไม่
ตัวอย่างหนึ่งของการดำเนินนโยบายต่างประเทศ หรือความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดูจะไม่ประสบความสำเร็จของญี่ปุ่นก็คือ ความสัมพันธ์กับประเทศเกาหลีใต้
ในวันที่ 29 ส.ค.ที่จะถึงนี้ จะถือเป็นวันครบรอบ 100 ปี การเข้ายึดครองเกาหลีใต้ของญี่ปุ่น แต่ทว่าปัญหาความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ที่ค้างคามายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างสิทธิทับซ้อนเหนือเกาะทาเคชิมา ก็ยังคงเป็นกรณีพิพาทอันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ
ก่อนหน้านี้ในสมัยรัฐบาลฮาโตยามา ญี่ปุ่นก็พลาดโอกาสที่จะแสดงบทบาทในการนำสันติภาพคืนกลับสู่ประเทศซูดาน เนื่องจากลังเลที่จะส่งกองทัพเข้าไปร่วมมาครั้งหนึ่งแล้ว มิหนำซ้ำยังเกิดปัญหาในกรณีการย้ายฐานทัพสหรัฐออกจากเกาะโอกินาวา
ในภาวะของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดูจะหย่อนยานและไร้ประสิทธิภาพของญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่นายกรัฐมนตรีคังจะต้องแสดงให้เห็นอย่างเร่งด่วนในขณะนี้ คือ ความเป็นผู้นำที่มีความเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่ง เพื่อที่จะสามารถนำพาญี่ปุ่นผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ไปได้สำเร็จ







