
ปฏิรูปสหกรณ์ออมทรัพย์
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่จะปฏิรูประบบสหกรณ์ทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายให้ภาคประชาชน รัฐบาล และเอกชน ทำงานร่วมเชื่อมต่อกันและทำให้สหกรณ์สามารถสร้างเครือข่าย รวมกลุ่มและเชื่อมโยงกันให้ได้ เพื่อยกระดับขึ้นมาแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และต้องการให้คนไทยทุกคนตระหนักว่าระบบสหกรณ์สามารถทำเรื่องที่ดีกว่าได้ ถ้าเกษตรกรเข้มแข็งในอนาคตเกษตรกรก็จะเป็นเจ้าของกิจการเอง
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่จะปฏิรูประบบสหกรณ์ทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายให้ภาคประชาชน รัฐบาล และเอกชน ทำงานร่วมเชื่อมต่อกันและทำให้สหกรณ์สามารถสร้างเครือข่าย รวมกลุ่มและเชื่อมโยงกันให้ได้ เพื่อยกระดับขึ้นมาแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และต้องการให้คนไทยทุกคนตระหนักว่าระบบสหกรณ์สามารถทำเรื่องที่ดีกว่าได้ ถ้าเกษตรกรเข้มแข็งในอนาคตเกษตรกรก็จะเป็นเจ้าของกิจการเอง
อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงเกษตรฯ เพิ่งจะได้ฤกษ์ขยับเข้ามาดูแลปัญหาของระบบสหกรณ์ โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ไปร่วมกับหอการค้าจังหวัด พัฒนาระบบบัญชีของสหกรณ์ทั่วประเทศให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ
ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ต้องการให้สหกรณ์ทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 8,000 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ดีที่สุด ระดับ ดี ระดับที่พอใช้ได้ และระดับที่ต้องปรับปรุงหรือเลิกกิจการ ซึ่งในกลุ่มที่แยกที่สุดมีกว่า 1,000 แห่ง ให้ยกระดับแต่ละกลุ่มให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญมาบริหารและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงานตั้งสำนักงานธนาคารสหกรณ์และมีการ
กระจายสาขาไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสหกรณ์ในอนาคต
การสั่งการทางนโยบายนี้ แม้จะช้าไปมากแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นและดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้การดำเนินการของสหกรณ์ทั้งหลายเป็นไปตามยถากรรม จนเกิดความเสียหายขึ้นต่อประชาชนที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์
ปัจจุบันสหกรณ์แบ่งออกเป็น 7 ประเภท อาทิ สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์บริการ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์ประมง เป็นต้น โดยหลักการของสหกรณ์คือการรวมกลุ่มของสมาชิกเพื่อที่จะดำเนินกิจกรรมขึ้นมาโดยสมาชิก เพื่อสมาชิก และนำกำไรคืนให้สมาชิกในรูปแบบของเงินปันผล
แต่ปัจจุบันสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งหลายเริ่มที่จะใหญ่ขึ้นในด้านของสินทรัพย์ คือ เงินกู้และเงินฝาก ซึ่งการดำเนินการคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก มีการรับฝากเงินจากสหกรณ์อื่น หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกด้วย
ดังนั้นหากการบริหารไม่ดี มีหนี้เสีย หรือมีการฉ้อโกงเหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้วที่สหกรณ์ออมทรัพย์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งเป็นคดีความอยู่ในขณะนี้
ปัญหาของสหกรณ์ออมทรัพย์ไม่ใช่มีความเสี่ยงแค่บริหารเงิน แต่ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ ทั้งส่วนของผู้กำกับดูแลสหกรณ์เอง คือกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเป็นระบบราชการและยังต้องกำกับดูแลสหกรณ์อีกมากมายหลายประเภท อาจจะทำให้ไม่สามารถที่จะดูแลได้ทั่วถึง รวมถึงตัวผู้บริหารของแต่ละสหกรณ์ ส่วนใหญ่ก็จะใช้การเลือกตั้งมาจากสมาชิกด้วยกันเอง และมักจะมีบุคคลเดิมๆ เข้ามาบริหารงานซ้ำๆ อีกทั้งตัวสมาชิกเองก็ขาดความรู้ไม่ได้ติดตามการบริหารงานของสหกรณ์ใกล้ชิดเท่าใด
โจทย์การปฏิรูปสหกรณ์ออมทรัพย์มีการพูดมานาน แรกเริ่มก็มีการพูดถึงแนวทางที่จะให้โอนสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าไปให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแล เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ก็เหมือนกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง อีกทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีความชำนาญด้านการบริหารการเงิน ทำให้ไม่สามารถที่จะกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น หากจะปฏิรูประบบสหกรณ์แล้ว ก็ควรหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาด้วย เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์นั้นเทียบชั้นแล้วเป็นสถาบันการเงินประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ก็จะสร้างความเสียหายไม่แตกต่างจากธนาคารล้ม เรื่องนี้จึงควรพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผล มากกว่าจะหวงอำนาจกำกับดูแลแต่ไม่สามารถที่จะจัดการได้







