
ซัดรัฐบาลล้มเหลว ปล่อยชาวบ้านถูกฆ่า
“แอมเนสตี้” จี้รัฐบาลไทย ลากคอมือปืนลอบยิงแกนนำชุมชนคลองไทรพัฒนา แฉตาย 4 ราย ไม่เคยเอาผิดได้
“แอมเนสตี้” จี้รัฐบาลไทย ลากคอมือปืนลอบยิงแกนนำชุมชนคลองไทรพัฒนา แฉตาย 4 ราย ไม่เคยเอาผิดได้
องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยเร่งสอบสวนคดีลอบยิง นายสุพจน์ กาฬสงค์ ชาวบ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิที่ดินชุมชนคลองไทรพัฒนาอย่างเร่งด่วน รอบด้าน และโปร่งใส ตลอดจนเพิ่มมาตรการคุ้มครองนายสุพจน์ และสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาคนอื่นๆ ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า การลอบยิงนายสุพจน์ ซึ่งเป็นชาวบ้านรายที่ 5 แล้วที่ถูกลอบยิง เป็นการกระทำที่น่าเศร้าสลดใจ และถือเป็นการคุกคามชุมชนดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมามีชาวบ้านถูกลอบสังหารเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และงานรณรงค์ของพวกเขา
“เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทางการไทยไม่สามารถให้การคุ้มครองพวกเขาได้อย่างเพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นในทุกกรณีทางการยังไม่สามารถนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้เลย” แถลงการณ์ ระบุ
สำหรับเหตุการณ์ลอบยิงนายสุพจน์ ชาวชุมชนคลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มมือปืนไม่ทราบจำนวนได้ลอบยิงจนกระสุนฝังในร่างกายนายสุพจน์ 8 นัด อย่างไรก็ตามล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
นายสุพจน์ เป็นหลานชายของ นายใช่ บุญทองเล็ก แกนนำชาวบ้านซึ่งถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2558 โดยนายสุพจน์ถือเป็นพยานสำคัญในคดีลอบสังหารนายใช่ และเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดีการสังหารนายใช่ เนื่องจากมีความเห็นว่าพยานหลักฐานและการนำสืบยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง
ก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งเรื่องที่ดินชุมชนคลองไทรพัฒนา ทำให้มีชาวบ้านถูกลอบสังหารมาแล้ว 4 ราย ได้แก่ นายสมพร พัฒภูมิ ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตที่ชานหน้าที่พัก เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2553 นางมณฑา ชูแก้ว และนางปราณี บุญรักษ์ ซึ่งถูกคนร้ายซุ่มยิงเสียชีวิตพร้อมกัน ในวันที่ 19 พ.ย. 2555 และล่าสุดคือนายใช่ แกนนำ สกต.
ทั้งนี้ ชุมชนคลองไทรพัฒนา เป็นชุมชนที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านเข้าตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา ครอบครองปลูกปาล์มน้ำมันโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเรียกร้องให้รัฐนำที่ดินมาจัดสรรให้กับเกษตรกร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ และต่อมาทางกรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นพื้นที่ปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม







