posttoday
สร้างโครงข่ายการอ่าน

สร้างโครงข่ายการอ่าน

11 เมษายน 2559

น่ายินดีที่ความตื่นตัวในการอ่านของคนไทยเพิ่มมากขึ้น น่ายินดีที่นายกรัฐมนตรีตระหนักว่าการอ่านอย่างมีวิจารณญาณทำให้คนรอบรู้และฉลาดขึ้น และน่ายินดีที่ในฐานะผู้รักอ่านการ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวรักการอ่านมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมรายการโทรทัศน์ที่มีสาระดีให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัยให้มากขึ้น

น่ายินดีที่ความตื่นตัวในการอ่านของคนไทยเพิ่มมากขึ้น น่ายินดีที่นายกรัฐมนตรีตระหนักว่าการอ่านอย่างมีวิจารณญาณทำให้คนรอบรู้และฉลาดขึ้น และน่ายินดีที่ในฐานะผู้รักอ่านการ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวรักการอ่านมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมรายการโทรทัศน์ที่มีสาระดีให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัยให้มากขึ้น

น่ายินดีว่านายกรัฐมนตรีคงได้ตระหนักถึงเวลาการอ่านโดยเฉลี่ยของคนไทยวันละ 66 นาทีนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพของสิ่งที่อ่านแต่อย่างใด และจะเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งขึ้น หากนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ในการส่งเสริมคุณภาพการอ่านของคนในประเทศอย่างจริงจังอีกครั้ง

ในปี 2552 รัฐบาลประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ กำหนดให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของประเทศ แต่ผ่านไปไม่นานเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ดูเหมือนนโยบายจะไม่มีความต่อเนื่องกระทั่งถึงปัจจุบัน

การสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ตามวัตถุประสงค์ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ข้อมูลที่สำรวจพบว่าเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ มีเวลาการอ่านนานถึง 34 นาที/วัน วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่ชอบอ่านมากที่สุดถึง 94 นาที/วัน ส่วนวัยเด็กและวัยทำงานอ่านถึง 60 นาที/วัน นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ควรเร่งส่งเสริมการอ่าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสังคมไทยเป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องตั้งหลักก่อนว่า การส่งเสริมการอ่านมิใช่แต่การให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการ การส่งเสริมการอ่านมิใช่แค่การเพิ่มจำนวนห้องสมุด เพิ่มจำนวนหนังสือในห้องสมุด แต่ประเด็นสำคัญของการส่งเสริมการอ่านคือ การทำกระบวนการเพื่อดึงดูดให้คนอ่านหนังสือ รวมทั้งสื่อรูปแบบใหม่ที่คุณภาพ

สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ต้องเร่งทำ คือ การสร้าง “โครงข่ายส่งเสริมการอ่าน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องส่งเสริมระบบการผลิตหนังสือของประเทศทั้งระบบ ตั้งแต่การส่งเสริมนักเขียน สำนักพิมพ์ ผู้ผลิตหนังสือที่มีคุณค่าและคุณภาพเนื้อหาก้าวทันกับยุคสมัย ส่งเสริมระบบร้านหนังสือทั้งรายใหญ่และรายย่อย ให้เป็นศูนย์รวมหนังสือ และศูนย์กลางการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ผลิตหนังสือและผู้อ่าน

ต้นทุนการผลิตหนังสือก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีการเรียกร้องกันมานาน ปัจจุบันราคาหนังสือดีและมีคุณภาพเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ถือว่ามีราคาแพง ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงหนังสือ ภาษีกระดาษสำหรับพิมพ์หนังสือยังไม่เป็น 0% ตามที่มีการเรียกร้องกันมายาวนาน แม้จะมีหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-บุ๊ก แต่ก็ยังเป็นไปอย่างจำกัด

การส่งเสริมบรรยากาศสถานที่การอ่านก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งยังไม่เคยทำกันอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาจึงมักมีแต่การสร้างห้องสมุด แต่ไม่เคยพัฒนาให้พื้นที่สำหรับการอ่านหนังสือมีความดึงดูดใจให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการ

การส่งเสริมการอ่านจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำทั้งกระบวนการ แนวคิดการจัดตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอย่างจริงจัง ในสถานการณ์ที่โซเชียลมีเดียหรือสื่อสังคมออนไลน์ ได้รับความนิยมแพร่หลาย แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องความถูกต้อง ความเหมาะสมของเนื้อหาสาระ การสร้างความรู้ การสร้างแหล่งข้อมูลที่ผู้คนจะสามารถเข้าถึงความรู้ที่ถูกต้อง เนื้อหาสาระที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

โครงข่ายส่งเสริมการอ่านเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทุกหน่วยของสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนต้องตระหนักและร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพของสังคมไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท