หอสมุดดิจิทัลคัมภีร์ใบลานล้านนา
ภาคเหนือของประเทศไทยมีวัฒนธรรมและวรรณกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คัมภีร์ใบลานเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของภาคเหนือ
โดย...ดร.พิบูลย์ ชุมพลไพศาล จากสมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ
ภาคเหนือของประเทศไทยมีวัฒนธรรมและวรรณกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คัมภีร์ใบลานเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ที่ยังคงบ่งบอกวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างชัดเจน และจัดเป็นเอกสารโบราณที่บันทึกเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆ ทั้งคดีโลกและคดีธรรม เช่น เรื่องราวหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ โหราศาสตร์ วรรณกรรม พงศาวดาร กฎหมายโบราณ ตำรายา และเวทมนตร์คาถา โดยใช้ “ตั๋วเมือง” หรือ “อักษรล้านนา” ถือเป็นตำนาน หรือคำบอกเล่าของชาวล้านนาที่มีต่อท้องถิ่น รวมถึงเป็นประวัติศาสตร์คำบอกเล่าที่เก่าแก่ที่สุดอีกด้วย กระทั่งเกิดการปฏิรูปทางการเมือง ทำให้วัฒนธรรมล้านลา รวมถึงคัมภีร์ใบลานเริ่มสูญหายไป จากนั้นหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงเริ่มเข้ามาอนุรักษ์
ความเป็นมา
ศาสตราจารย์ฮารัลด์ ฮุนดีอุส ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณกรรมไทยและลาว มหาวิทยาลัยพัซเซา ประเทศเยอรมนี และหัวหน้าท้องถิ่นโครงการรวบรวมคัมภีร์ใบลาน เริ่มสำรวจคัมภีร์ใบลานล้านนาใน 8 จังหวัด ภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514-2517 ด้วยทุนสนับสนุนจากมูลนิธิการวิจัยเยอรมนี โดยจัดทำไมโครฟิล์ม 40 ม้วน คัดเลือกคัมภีร์ใบลาน 1,350 เรื่อง ต่อมาปี พ.ศ. 2519 จึงจัดทำบัญชีรายชื่อเอกสารโบราณ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นปี พ.ศ. 2524 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมสร้างบัญชีรายชื่อ และถ่ายไมโครฟิล์มคัมภีร์ใบลานมากกว่า 4,000 เรื่อง จนปี พ.ศ. 2530-2534 ศาสตราจารย์ฮารัลด์ ร่วมกับ ม.ร.ว.ดร.รุจยา อาภากร ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ ในองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มทำโครงการอนุรักษ์เอกสารโบราณภาคเหนือของไทย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ผ่านโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ทำให้เกิดสำเนาไมโครฟิล์มกว่า 400 ม้วน ถือเป็นหลักฐานชั้นต้นที่บันทึกธรรมเนียมล้านนาเอาไว้ 4,200 ชิ้น จนเมื่อปี พ.ศ. 2556 เริ่มโครงการหอสมุดดิจิทัลคัมภีร์ใบลานล้านนา สองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิเฮนรี่ ลิวซ์ นิวยอร์ก ร่วมกับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและมูลนิธิแอนดรู ดับเบิ้ลยู เมลล่อน โดยมีศาสตราจารย์จัสติน แมคเดเนียล เป็นหัวหน้าโครงการ โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยหอสมุดแห่งชาติลาว โดยมีศาสตราจารย์ฮุนดีอุส เป็นหัวหน้าโครงการท้องถิ่น และ เดวิด วอตัน เป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคเซิร์ฟเวอร์ เป็นผู้รวบรวมถ่ายภาพดิจิทัลเอกสารโบราณตามวัดต่างๆ ทางภาคเหนือของไทย เพื่อเพิ่มไว้ในคลังข้อมูลเว็บไซต์ http://lannamanuscripts.net หอสมุดแห่งนี้ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงคลังเอกสารโบราณภาคเหนือขนาดใหญ่ชุดแรก รวมถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมพื้นถิ่นทางภาคเหนือของไทยได้อย่างครอบคลุม
หอสมุดดิจิทัลคัมภีร์ใบลาน
หอสมุดดิจิทัลคัมภีร์ใบลานล้านนา ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7-10 มี.ค. 2559 ที่ผ่านมานี้ในช่วงการออกตัวเว็บไซต์นี้ กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี โดย ยัน เปลซิงเงอร์ ทูตวัฒนธรรมเยอรมัน ประจำประเทศไทย, ศาสตราจารย์ฮารัลด์, เดวิด และ ดร.พิบูลย์ ชุมพลไพศาล อาจารย์ประจำวิชาพุทธศาสนาเถรวาท มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน และเลขาธิการสมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ ลงพื้นที่ตรวจดูคัมภีร์ใบลาน และผลการทำงานตามวัดต่างๆ พร้อมนำเว็บไซต์แนะนำแก่เจ้าอาวาส
วัดสูงเม่นคลังใหญ่ใบลาน
วัดสูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนคัมภีร์ใบลานมากที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีคัมภีร์ใบลานมากกว่า 9,000 ผูก ที่วัดสูงเม่นแห่งนี้ มีบันทึกในเอกสารโบราณระบุว่า การที่วัดสูงเม่นมีจำนวนคัมภีร์ใบลานมากเนื่องจากครูบากัญจนอรัญวาสี แห่งวัดสูงเม่น นักบุญและนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองแพร่ (มีอายุราว พ.ศ. 2325-2410) ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เดินทางไปรวบรวมคัมภีร์ใบลานจากหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน รวมถึงหลวงพระบางประเทศลาว และได้มีการจารคัมภีร์ใบลานเพิ่มในช่วงที่ท่านมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นทางวัดก็ได้เก็บคัมภีร์ใบลานไว้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยชุมชนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานที่วัดแห่งนี้
เก่าที่ 2 ของโลก
วัดไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง มีคัมภีร์ใบลานถูกเก็บอยู่ในหีบธรรม และตู้กระจกที่จัดเรียงแบ่งคัมภีร์ใบลานไว้เป็นหมวดหมู่ หนึ่งในนั้นพบคัมภีร์ใบลานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับ 2 ของโลก คือเรื่อง “ติงสนิบาต” จารโดยพระญาณรังษี เมื่อ พ.ศ. 2014 หรือมีอายุ 545 ปีมาแล้ว คัมภีร์ติงสนิบาตจัดอยู่ในพระสุตันตปิฎกขุททกนิกาย ขนาดหน้าลาน 5 บรรทัด ยาว 48 เซนติเมตร สารัตถะในคัมภีร์จะเน้นเรื่องการรักษาอุโบสถศีล อานิสงส์ของการรักษาศีล และอุโบสถศีล เป็นตัวอักษรล้านนา ภาษาไทย-บาลี ซึ่งอยู่ในสภาพดีมาก
วัดพระธาตุศรีจอมทองเด่นมาก
วัดพระธาตุศรีจอมทอง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ วัดนี้เด่นเรื่องมีพระอาจารย์ที่รู้วิธีการเขียน อ่านคัมภีร์ใบลานอยู่มาก รวมถึงมีการถ่ายคัมภีร์ใบลานในระบบดิจิทัล ลงเว็บไซต์ โดยพระอาจารย์สาธิตวิธีการเขียนคัมภีร์ใบลานตั้งแต่ขั้นตอนแรก นำใบลานใบที่ 3 จากต้นตาล ที่มีขนาด และความหนาพอดี นำมาตัดก้านออก แล้วม้วนเสร็จเอาไปต้มก่อนเอามาตาก 3-5 ชั่วโมง จากนั้นนำใส่ไม้ประกบ เพื่อวัดขนาดใบลานให้เท่ากัน และใช้เหล็กแหลมจาร ก่อนทาน้ำมันมะกอก ถ่าน ยางสน ขี้เขม่า และน้ำดีปลาที่ผสมกัน ให้ตัวอักษรเป็นสีดำเด่นขึ้นมา
วัดดวงดี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบคัมภีร์ใบลาน 900 กว่าเรื่อง บรรจุอยู่ในหีบพระธรรม 21 ตู้ ตั้งอยู่ในหอไตร โดยเนื้อหาคัมภีร์ใบลานส่วนมากเป็นเรื่องประเพณีพุทธศาสนาและชาดก เก็บรักษาโดยลูกเหม็นดับกลิ่น และเมล็ดพริกไทยดิบ หรือแห้ง 20-30 เมล็ด ห่อด้วยผ้าขาวบางวางไว้ตามมุมหีบธรรม เพื่อกันปลวก แมลง มอด และหนอนหนังสือ อีกทั้งมีการนำคัมภีร์ใบลานออกมาทำความสะอาด ให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป
ทูตเยอรมนีชื่นชม
เพเทอร์ พรือเกล เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า การเปิดห้องสมุดเอกสารโบราณภาคเหนือของไทยในระบบออนไลน์ถือเป็นความประทับใจของงานวิจัย และงานอนุรักษ์ที่ดำเนินมากว่า 40 ปีก่อน การที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงเอกสารโบราณภาคเหนือของไทยอายุ 500 ปีได้ คือความสำเร็จครั้งสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและเป็นการกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ ตนมีความยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศเยอรมนีได้ให้ทุนสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ ทำให้เกิดผลอันน่าประทับใจ
ศาสตราจารย์จัสติน แมคเดเนียล กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของการอนุรักษ์วัฒนธรรมในประวัติศาสตร์เอเชีย เอกสารโบราณในประเทศลาวและภาคเหนือของไทย ซึ่งเขียนด้วยตัวอักษรที่หลากหลาย ถือเป็นแหล่งข้อมูลอันล้ำค่า ในฐานะผู้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการของกองทุนจากมูลนิธิเฮนรี่ ลิวซ์ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และมูลนิธิเมลล่อน มีความยินดีอย่างยิ่งที่สนับสนุนด้านเงินทุนให้กับโครงการอนุรักษ์เอกสารโบราณภาคเหนือของไทยเป็นเวลากว่า 3 ปี ทั้งนี้ต้องขอบคุณศาสตราจารย์ฮุนดีอุส คณะเจ้าหน้าที่ที่เวียงจันทน์ และ จ.เชียงใหม่ ฆราวาส เณร แม่ชี และพระสงฆ์จำนวนมาก ที่ประพันธ์เอกสารเหล่านี้ขึ้นมา ทำให้กลายเป็นทรัพยากรที่คงอยู่และสามารถเข้าถึงได้ของนักศึกษา นักวิชาการ และผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณกรรม พุทธศาสนา การเมือง และวัฒนธรรมประจำภูมิภาคในอนาคต
ศาสตราจารย์ฮารัลด์ กล่าวว่า วัฒนธรรมเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าของโลกที่ควรอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป คัมภีร์ใบลานล้านนาก็เช่นกัน เนื่องจากมีคนสมัยก่อนบันทึกเรื่องราว ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาไว้ ถ้าใครอ่านออกจะเข้าใจเรื่องราว และสามารถเข้าถึงความรู้ของคนรุ่นก่อนได้ เช่น เรื่องชาดก เป็นเรื่องสอนคนทำชั่ว ว่าตอนสุดท้ายต้องรับโทษ ส่วนคนดีต้องชนะ ชาดกทุกเรื่องสอนแบบนี้ ตนจึงรัก และอยากค้นคว้า เพื่อจะได้เผยแพร่เรื่องภาษา วรรณคดี และวัฒนธรรมล้านนาให้ปรากฏแก่ชาวโลกได้ศึกษาคัมภีร์ใบลานอย่างลึกซึ้ง
เดวิด กล่าวว่า หอสมุดดิจิทัลเกิดขึ้นจากการอุทิศตนของหลายพันคน ทั้งนักวิชาการ นักจาร และผู้สนับสนุนในการคัดลอกสำเนาเอกสาร ทุกคนมีความตั้งใจที่จะรักษาประเพณีล้านนาให้คงอยู่ถึงปัจจุบัน จากความพยายามช่วยกันของหลายกลุ่ม รวมถึงการสนับสนุนของประเทศเยอรมนี และประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ได้มรดกอันล้ำค่าทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำไปใช้ในการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ และตนหวังว่าจะมีการเข้าถึงเอกสารต่างๆ เหล่านี้ได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยให้มีส่วนในการอนุรักษ์ประเพณีเอกสารโบราณทางกายภาพให้อยู่ต่อถึงรุ่นถัดไป
บุญเลิศ เสนานนท์ และ ดร.พิบูลย์ ชุมพลไพศาล จากสมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการเปิดตัวของโครงการหอสมุดดิจิทัล ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้จะช่วยให้นักวิชาการทั่วโลกและไทยเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในหลายศาสตร์วิชาได้ ทั้งศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และอื่นๆ และพวกเราก็ดีใจมากที่ได้เห็นงานด้านเอกสารโบราณตั้งแต่การสำรวจจัดทำบัญชีรายชื่อ ไปจนถึงการถ่ายภาพ และทำให้เข้าถึงฐานข้อมูลออนไลน์ ใน 8 จังภาคเหนือก้าวหน้าไปมาก มากกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ ของประเทศไทย โดยภาพรวมในประเทศ แม้ว่าจะมีการสำรวจและจัดทำบัญชีรายชื่อ ของเอกสารโบราณไปแล้ว นับเป็นจำนวนหลายแสนผูก หรือหลายหมื่นเรื่อง แต่งานด้านการถ่ายภาพและสามารถทำให้เข้าถึงออนไลน์ได้ที่ทำไปแล้วมีเพียงแค่หลักร้อย งานในด้านอื่นๆ เราจะต้องเรียนรู้ โดยนำโครงการภาคเหนือเป็นตัวอย่างเพื่อจะได้ก้าวหน้าไป


