posttoday
สิ้นหลวงตาบุญหนาศิษย์รุ่นสุดท้ายสายพระอาจารย์มั่น

สิ้นหลวงตาบุญหนาศิษย์รุ่นสุดท้ายสายพระอาจารย์มั่น

10 เมษายน 2559

ช่วงบ่ายวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา หลวงตาบุญหนา ธมฺมทินฺโน เจ้าอาวาสวัดป่าโสตถิผล อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

โดย...เอกชัย จั่นทอง

ช่วงบ่ายวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา หลวงตาบุญหนา ธมฺมทินฺโน เจ้าอาวาสวัดป่าโสตถิผล อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ได้มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 84 ปี 9 เดือน 1 วัน 64 พรรษา หลังจากก่อนหน้านี้หลวงตาบุญหนาได้อาพาธด้วยโรคมะเร็งปอด และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งผู้เขียนเคยมีโอกาสได้นำเรื่องราวในจริยวัตรอันงดงามของหลวงตาบุญหนามาถ่ายทอดสู่ผู้อ่านไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นท่านยังมีลมหายใจอยู่ เพื่อแสดงความเคารพนับถือ จึงขอนำบทความในคราวก่อนมาเผยแพร่อีกครั้ง ไว้อาลัยต่อการจากไปของท่าน

พระสายวิปัสสนากัมมัฏฐานพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต รุ่นสุดท้ายที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือ หลวงตาบุญหนา ธมฺมทินฺโน วัดป่าโสตถิผล อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร นับเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายที่ให้ประชาชนได้กราบไหว้เสมือนพระอาจารย์มั่นยังมีชีวิตอยู่ หลวงตาบุญหนาเป็นหลานของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อีกทั้งยังเคยรับใช้พระอาจารย์อีกหลายต่อหลายรูปในสาย กัมมัฏฐาน เช่น พระอาจารย์ตื้อ อจลธมฺโม, ท่านพ่อลี ธมฺมธโร, หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ, พระอาจารย์ สิม พุทฺธาจาโร และพระอาจารย์จาม มหาปุญฺโญ พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ ฯลฯ ท่านได้ปฏิบัติรับใช้ครูบาอาจารย์นานถึง 12 ปี ตั้งแต่ครั้งสมัยเป็นสามเณรที่วัดแจ้ง บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของหลวงตาบุญหนา

โดยเฉพาะพระอาจารย์อ่อน หลวงตาบุญหนาได้รับใช้มาตลอด เนื่องจากพระอาจารย์อ่อนเดินธุดงค์มาพำนักหาความสงบวิเวกอยู่ที่บริเวณป่าช้าบ้านหนองโดก หรือวัดป่าโสตถิผล ตอนนั้น ได้บรรพชาเป็นสามเณร แต่เป็นฝ่ายมหานิกาย ได้ 4 พรรษา พักอยู่วัดแจ้ง บ้านหนองโดก เป็นวัดบ้านของท่านเอง และไม่ไกลจากป่าช้าที่พระอาจารย์อ่อนไปพักอยู่ กอปรกับหลวงตาบุญหนามีความเลื่อมใสการปฏิบัติอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสให้ท่านสนใจไปฟังการอบรมภาวนาและอุปัฏฐากใกล้ชิดกับพระอาจารย์อ่อนตั้งแต่นั้น ภายหลังจึงได้เปลี่ยนเป็นสามเณรฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และติดตามพระอาจารย์อ่อนมาโดยตลอด

หลวงตาบุญหนา เล่าว่า ตอนไปกราบพระอาจารย์มั่น ณ วัดป่าบ้านหนองผือ ครั้งแรกไปกับพระอาจารย์อ่อน พร้อมกับสามเณรอีกรูปหนึ่ง และญาติโยม โดยเดินทางไปเทือกเขาภูพานที่อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านหนองโดก คณะก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ ใช้เวลานานพอสมควร จึงไปถึงที่พักของคนเดินทางอีกแห่ง ตรงนั้นเป็นลำห้วยเล็กๆ อยู่ฟากเขาใกล้บ้านหนองผือ น้ำใสเย็นไหลตลอดแนว ชื่อว่าห้วยหมากกล้วย ถึงช่วงนี้พระอาจารย์อ่อนผู้เป็นหัวหน้า จึงพูดขึ้นอย่างเย็นๆ ว่า “เอาล่ะ ถึงที่นี่แล้ว ให้พักผ่อนเอาแฮงสาก่อน”

และพระอาจารย์อ่อนก็รับผ้าอาบจากสามเณร เอามาพับครึ่งแล้วปูลงบนลานหิน เสร็จแล้วท่านก็นั่งลงขัดสมาธิหลับตา ซึ่งเป็นการพักเหนื่อยตามวิธีของท่าน สำหรับสามเณรพร้อมญาติโยมที่ไปด้วยต่างแยกย้ายหาที่พักเหนื่อย โดยการหามุมสงบทำสมาธิของแต่ละคนไปตามอัธยาศัย จนบ่ายคล้อยอากาศเริ่มเย็นสบาย จึงพากันออกจากสมาธิแล้วเตรียมเดินทางต่อไป จนกระทั่งถึงวัดป่าบ้านหนองผือ 

ส่วนพระอาจารย์อ่อน พร้อมคณะ เข้าไปกราบนมัสการพระอาจารย์มั่นบนกุฏิ เสร็จแล้วก็กลับที่พัก ปัดกวาดลานวัด ตักน้ำใช้น้ำฉันจากบ่อน้ำ เสร็จจากนั้นก็เตรียมรอสรงน้ำพระอาจารย์มั่นบริเวณหน้ากุฏิท่าน ซึ่งมีพระเตรียมน้ำสรงไว้โดยใช้น้ำร้อนผสมพอให้อุ่นๆ เมื่อพระอาจารย์มั่นเข้ามานั่งบนตั่งแล้ว คราวนี้พระเณรทั้งหลายห้อมล้อม เพื่อเข้าไปถูหลังขัดไคลถวายอย่างเปี่ยมล้นด้วยศรัทธา ส่วนหลวงตาบุญหนามีโอกาสเข้าไปร่วมสรงน้ำท่านพระอาจารย์มั่นในครั้งนี้ด้วย

เนื่องจากสามเณรบุญหนามีรูปร่างเล็ก พอได้แทรกเข้าไปกับพระ ซึ่งส่วนมากมีร่างกายใหญ่โตทั้งนั้น เช่น พระอาจารย์ทองคำ จารุวณฺโณ, พระอาจารย์คำพอง ติสฺโส, พระอาจารย์อ่อนสา สุขกาโร, พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน และอีกหลายๆ รูป เมื่อพระอาจารย์มั่นเห็นท่านซึ่งเป็นสามเณรมาใหม่ พระอาจารย์มั่นจึงพูดสำเนียงอีสานขึ้นว่า “เณรมาแต่ไส...” แต่สามเณรบุญหนาไม่ทันตอบ มีพระอาจารย์ทองคำตอบแทนว่า “เณรมากับครูบาอ่อน ข้าน้อย” เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ท่านประทับใจมาจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

หลังจากหลวงตาบุญหนาพักอยู่วัดป่าบ้านหนองผือได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงได้ออกเดินธุดงค์ต่อไปกับพระอาจารย์อ่อน เพื่อหาความสงบวิเวกอยู่ใกล้ละแวกนั้น จนกระทั่งทราบข่าวว่าพระอาจารย์มั่นออกจากวัดป่าบ้านหนองผือ แล้วไปพักอยู่ที่วัดป่ากลางโนนภู่ ต.ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร สุดท้ายท่านได้มรณภาพลงที่วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

สามเณรบุญหนาได้ติดตามไปกับพระอาจารย์อ่อนโดยตลอด และไปพักอยู่ช่วยงานเตรียมเมรุชั่วคราว เพื่อถวายเพลิงศพพระอาจารย์มั่นที่วัดป่าสุทธาวาส จนแล้วเสร็จเรียบร้อยหมดทุกอย่าง จึงออกเที่ยวเดินธุดงค์

สุดท้ายหลวงตาบุญหนา ธมฺมทินฺโน ได้มาพำนักจำพรรษาอยู่ ณ วัดป่าโสตถิผล บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบันก่อนจะมรณภาพลง นับได้ว่าท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง จนได้รับการยอมรับของประชาชน จ.สกลนคร ชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธาในตัวหลวงตาบุญหนา ท่านมีความเมตตาธรรม ท่านคือหนึ่งในพระสายป่าในยุคนี้ที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ

ข้อมูลบางส่วนจาก http://www.dhammajak.net

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท