posttoday
ปเนต จงวัฒนา ลูกไม้หล่นใกล้ต้น

ปเนต จงวัฒนา ลูกไม้หล่นใกล้ต้น

10 เมษายน 2559

ปเนต จงวัฒนา วัย 40 ปี รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารทั่วไป บริษัท พัฒน์กล ลูกชายคนเดียวของ ปิยะ จงวัฒนา

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ปเนต จงวัฒนา วัย 40 ปี รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารทั่วไป บริษัท พัฒน์กล ลูกชายคนเดียวของ ปิยะ จงวัฒนา  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พัฒน์กล ธุรกิจวิศวกรรมครบวงจรในการออกแบบ สร้าง จัดหา ผลิตและติดตั้งเครื่องจักรในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องทำความเย็น ตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้บุกเบิกให้มีน้ำแข็งหลอดในประเทศไทย ทำให้ชีวิตของเขาถูกกำหนดให้มาดูแลกิจการของบริษัท ที่พ่อของเขาปลุกปั้นขึ้นมา

เขาจบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) และเรียนปริญญาโท การจัดการวิศวกรรมจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเจอร์ซีย์ ตามรอยพ่อของเขาที่จบวิศวกรรมเครื่องกลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เลือกเรียนวิศวะเครื่องกล เพราะเห็นและชอบเครื่องยนต์กลไกมาตั้งแต่เด็ก ตอนยังเล็กๆ บ้านอยู่หลังโรงงานแถวเจริญนคร ตอนเรียนที่บางมดเป็นผู้ช่วยด้านงานวิจัยของอาจารย์ด้วย”

หลังจากจบที่บางมด เขาได้เข้ามาดูกิจการที่พัฒน์กลปี 2543 เป็นผู้จัดการส่วนธุรกิจ

“ช่วงนั้น บริษัทได้รับผลกระทบจากวิกฤตปี 2540 บริษัทกู้เงินต่างประเทศไว้แล้วลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้ขาดทุน แต่บริษัทไม่ได้เข้าแผนฟื้นฟูกิจการ โดยได้ทำการรีไฟแนนซ์จากธนาคารกรุงเทพทำให้กิจการดำเนินต่อไปได้”

ปี 2553 บริษัทถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พักการซื้อขาย เพราะเข้าไปทำโครงการในธุรกิจพลังงานทดแทนมูลค่า 3,000 ล้านบาท ที่ไม่เชี่ยวชาญ จนกระทั่งได้ปรับโครงสร้างกิจการและยื่นขอฟื้นฟูกิจการและประสบความสำเร็จ ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2556 และเข้าซื้อขายใน ตลท.อีกครั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2558

ปเนตเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งวิศวกรของบริษัทและเป็นกรรมการบริษัทด้วย ในฝ่ายวางแผนของบริษัทลูกคือบริษัท สยามพัฒน์กล จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐ หลังเรียนจบกลับมาปี 2547 เป็นผู้จัดการฝ่าย BU-TK จนกระทั่งปี 2551 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารทั่วไปจนถึงปัจจุบัน

“พัฒน์กลงานเยอะมีคนสองรุ่นอยู่ร่วมกัน รุ่นที่บุกเบิกมาตั้งแต่ยุคคุณพ่อกับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามา ดังนั้นการทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้เป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญ เราเป็นบริษัทวิศวกรรมที่มีพนักงานกว่า 1,500 กว่าคน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอด การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นับเป็นโอกาสของบริษัทเรา เพราะตอนนี้เราขยายสำนักงานธุรกิจไปยังฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา และเวียดนามแล้ว”

ปัจจุบัน 26% ของรายได้ของบริษัทมาจากการส่งออก และคาดว่าภายในสามปีรายได้ส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 35-40%

สิ้นปี 2558 บริษัทมีกำไร 112 ล้านบาท ลดลง 51% จากปี 2557 เนื่องมาจากรายได้จากการขายและบริการลดลง อย่างไรก็ตาม ปเนต คาดว่าปีนี้บริษัทมีเป้าหมายรายได้และกำไรกลับมาเท่าปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท

ปัจจุบันพัฒน์กลเป็นผู้ผลิตและติดตั้งเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องทำน้ำแข็งอันดับ 1 ของโลก เครื่องทำความเย็นและตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ต การผลิตและแปรรูปนมเครื่องดื่มต่างๆ และการแปรรูปอาหารอันดับ 1 ในอาเซียนและอันดับ 2 ในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันลดลง ประเทศแถบตะวันออกกลางได้ปรับเปลี่ยนการลงทุนน้ำมันมาเป็นการลงทุนอุตสาหกรรมนมและอาหารเพิ่มขึ้น

“พัฒน์กลไม่ได้ปันผลให้ผู้ถือหุ้นมานานนับสิบปีแล้ว ทั้งนี้แม้ว่าบริษัทมีกำไรแต่ก็ต้องกันเงินไว้ลงทุน อย่างไรก็ตามหากปีนี้มีกำไรตามแผน คาดว่าจะกลับมาปันผลอีกครั้งหนึ่ง”

ปัจจุบันเขาแต่งงานแล้วและมีลูกสาวยังเล็กวัยเพียง 1 ขวบ ยามว่างนอกจากอยู่กับครอบครัวแล้ว เขายังชื่นชอบการเล่นกีฬา ล่าสุดเพิ่งไปเล่นไตรกีฬาที่ชะอำมา นอกจากนั้นยังชอบปั่นจักรยาน ช่วงเย็นหลังเลิกงาน หรือหลังสี่ทุ่มเมื่อลูกนอนแล้ว

เมื่อรุ่นพ่อก่อตั้งบริษัทนี้มาและล้มลุกคลุกคลานมาตลอดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนใน ตลท. เมื่อปี 2536 เมื่อรุ่นลูกเข้ามาสานงานต่อ คงทำให้กิจการมหาชนที่จงวัฒนาถือหุ้นอยู่  30% ณ ตอนนี้ดำเนินต่อไปได้ด้วยดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท