
การเติบโต ฉันเบิกบานเพื่อเธอ
นิทานเซนเรื่องหนึ่ง เล่าเรื่องราวบทสนทนาฉากหนึ่งของอาจารย์กับศิษย์คู่หนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักแสดงกายกรรมผาดโผน
โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ เครือข่ายพุทธิกา www.budnet.org
นิทานเซนเรื่องหนึ่ง เล่าเรื่องราวบทสนทนาฉากหนึ่งของอาจารย์กับศิษย์คู่หนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักแสดงกายกรรมผาดโผน พวกเขาออกแสดงตามตลาด รายได้ของพวกเขามาจากเศษเงินที่ผู้ชมหยิบยื่นให้ด้วยความพอใจภายหลังรับชมการแสดง พวกเขาทำงานด้วยกันและหารายได้พอกับการเลี้ยงชีพ แต่ในวันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจเลือกการแสดงกายกรรมที่มีความเสี่ยงอันตราย ท่ามกลางความกดดันของการแสดงคราวนี้พวกเขาพยายามดำรงสติและตั้งใจประกอบอาชีพของตนให้ดี อาจารย์เกิดความตระหนักรู้อะไรบางอย่างจึงได้กล่าวกับศิษย์ของตนว่า “การแสดงคราวนี้เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง ขอให้เจ้าจงระมัดระวังภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นให้แก่อาจารย์ อาจารย์เองก็จะระมัดระวังภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเจ้า เมื่อเราทั้งสองต่างระมัดระวังภัยอันตรายให้แก่กันและกันเช่นนี้ ภัยอันตรายก็จะไม่เกิดขึ้น เราทั้งสองก็จะสามารถประกอบอาชีพทำการแสดงได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี”
ฝ่ายศิษย์นิ่งคิดสักครู่ก็เห็นต่างจากอาจารย์จึงกล่าวกับอาจารย์ของตนว่า ในระหว่างการแสดงขอให้อาจารย์ดำรงสติ ดูแลรักษาตนเองให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายที่อาจพึงเกิดขึ้นกับตนด้วยตนเอง ส่วนข้าพเจ้าในฐานะศิษย์ก็จะดูแลรักษาตนเอง ระมัดระวังภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าด้วยตนเอง เมื่อเราทั้งสองต่างดูแลรักษาตนเองก็เท่ากับได้ดูแลรักษาผู้อื่นไปพร้อมกัน เช่นนี้แล้วพวกเราทั้งสองก็จะสามารถประกอบอาชีพให้สำเร็จลุล่วงตามที่ปรารถนา ขออาจารย์ได้โปรดทำตามข้อแนะนำของข้าพเจ้าเถิด ในที่สุดด้วยคำแนะนำของศิษย์ ทั้งสองก็สามารถประกอบการแสดงกายกรรมสำเร็จลุล่วงได้รับค่าตอบแทนสมกับเรี่ยวแรงและความตั้งใจแต่แรกเริ่ม
เราทุกคนต่างล้วนมีความรัก ความเมตตา ความปรารถนาที่ดีให้กับคนอื่น เพียงแต่คนส่วนใหญ่มัก หยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ในรูปของการมุ่งหวังเปลี่ยนแปลงคนอื่น เช่น พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กดี ประสบความสำเร็จ คู่รักปรารถนาให้อีกฝ่ายมีสุขภาพดี มีความสุข ฯลฯ คำพูดที่แสดงออกและคนส่วนใหญ่คุ้นเคยก็คือ “เธอน่าจะ คุณควรจะ เธอต้อง” เหมือนกับความปรารถนาดีตามข้อเสนอของอาจารย์ในนิทานเซน
อย่างไรก็ดี การสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่แท้ไม่ได้มาจากความปรารถนา หรือความคาดหวังที่ใครคนหนึ่งมีต่ออีกคนหนึ่ง จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงต้องมาจากตนเองก่อน และสิ่งดีที่สุดที่เราพึงให้กับผู้อื่นนั้น แท้จริงก็คือ คุณภาพการเติบโต คุณภาพในความเป็นตัวเรา
“ของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่คุณมอบให้กับใครก็ตาม สิ่งนั้นคือ การเติบโตภายในของตัวคุณเอง
ฉันเคยพูดว่า ถ้าเธอดูแล ใส่ใจฉัน ฉันก็จะดูแล ใส่ใจเธอ
ณ ขณะนี้ ฉันขอพูดใหม่ว่า ฉันดูแลตัวฉันเองเพื่อเธอ ถ้าเธอยินดีดูแลตัวเธอเองเพื่อฉัน”
นี่คือ บทกวีที่ จิม รอห์น (Jim Rohn) ได้สื่อสารไว้ การดูแล ใส่ใจตัวเรา การเปลี่ยนแปลงภายในตัวเองนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นการดูแลใส่ใจผู้อื่นด้วยเช่นกัน การดูแลใส่ใจในที่นี้ก็คือ การไม่เบียดเบียนตนเอง มีเมตตา สร้างสันติภายในตนเอง และนั้นก็จะเป็นจุดเริ่มของการไม่เบียดเบียนผู้อื่น การสร้างสันติในความสัมพันธ์กับผู้อื่นไปด้วยพร้อมกัน การดูแลรักษา ใส่ใจตนเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัวแต่คือ กระบวนการเรียนรู้ไม่เบียดเบียนตนเอง ขณะที่ความเห็นแก่ตัว คือ การเบียดเบียนตนเอง
ดอกไม้มอบความสวยงาม ความรื่นรมย์ให้กับโลก กับผู้พบเห็นที่มองเห็นและชื่นชมความงามด้วยคุณค่าในความเป็นดอกไม้ของตนเอง สิ่งสำคัญของดอกไม้คือ การมีชีวิต เติบโตและเบ่งบานของตนเอง โดยที่ดอกไม้ไม่ต้องทำสิ่งอื่นใดเกินไปกว่านี้ นี่คือ สิ่งเรียบง่ายที่หลายคนมองข้าม แต่ในส่วนของเราทุกคนการเติบโตของเรานั้น มาจากการเรียนรู้และสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงในทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต จิตใจของตน หากเปรียบชีวิตของตัวเราเป็นเหมือนพรวิเศษที่มีคุณค่าในตนเอง โจทย์ข้อเดียวที่เราพึงทำการบ้านของตนเองคือ เราจะฉายภาพ หรือเบ่งบานพรวิเศษเพื่อเกื้อกูลโลกใบนี้ ผู้คนที่พบพานได้อย่างไรบ้าง เหมือนเช่นดอกไม้ทำหน้าที่ของตนเองที่เบ่งบานความสวยงาม ความรื่นรมย์ให้กับโลกนี้
เราแต่ละคนต่างมีบทบาทหน้าที่ สิ่งนี้เปรียบเหมือนภาชนะที่บรรจุพรวิเศษให้มีโอกาสได้แสดงออกผ่านบทบาทในทางสังคม เช่น พ่อแม่ หน้าที่การงาน หรือแสดงออกด้วยการดำเนินชีวิตในฐานะที่เรามีชีวิต ดังนั้นการช่วยเหลือผู้อื่น กรณีที่ผู้อื่นตกทุกข์ได้ยาก หรืออยู่ในภาวะมืดมน จึงไม่ใช่การเข้าไปกระทำแทนหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งภายนอกอะไรให้กับคนผู้นั้น แต่เราช่วยเหลือด้วยการช่วยเหลือให้อีกฝ่ายพบ และสามารถใช้ศักยภาพ ทรัพยากร ความสามารถภายในตัวเขา ช่วยเหลือตนเองได้ ในที่นี้ ตัวเราผู้ช่วยเหลือก็ต้องเรียนรู้และทำงานกับการเติบโตเปลี่ยนแปลงภายในของตนเอง ความแตกต่างระหว่างเรากับดอกไม้คือ เราสามารถเบ่งบาน เติบโตและสื่อสารพรวิเศษให้กับผู้อื่น
ปราศจากความเข้าใจการเติบโต การเปลี่ยนภายในเช่นนี้ ความปรารถนาดีที่มอบให้ผู้อื่นก็จะเป็นเพียงการครอบงำ บังคับผู้อื่นด้วยความถือตัว ถือดี เบียดเบียนผู้อื่นด้วยข้ออ้างหลอกลวง
การเกื้อกูลผู้อื่นที่แท้จึงต้องมาจากการเติบโต เรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงภายในของเราเอง







