posttoday
เคล็ดลับสู้ยักษ์ค้าปลีก

เคล็ดลับสู้ยักษ์ค้าปลีก

10 เมษายน 2559

จากการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกอย่างพัทยาและระยอง

จากการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกอย่างพัทยาและระยอง ส่งผลให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกท้องถิ่นอย่างห้างสรรพสินค้าแหลมทอง ต้องออกมาปรับเกมรุกเพื่อรับมือกับสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรง เริ่มต้นด้วยการปรับภาพลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าแหลมทองระยอง ซึ่งมีพื้นที่ค้าปลีก 1.5 ตารางเมตร ให้เป็นศูนย์การค้าที่ทันสมัย ด้วยการใช้งบ 600 ล้านบาท รีโนเวตพื้นที่ค้าปลีกใหม่ทั้งหมด พร้อมกับเปลี่ยนชื่อจากห้างสรรพสินค้าแหลมทองระยอง เป็น “แพชชั่น บาย แหลมทอง ระยอง”

นอกจากนี้ ยังได้ใช้งบลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท สร้างโรงแรมขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าศูนย์แพชชั่น บาย แหลมทอง ระยอง สูง 32 ชั้น จำนวน 288 ห้อง เพื่อสร้างความครบวงจรให้กับธุรกิจค้าปลีก ซึ่งในส่วนของโรงแรมดังกล่าวได้มีการว่าจ้างเชนอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป เข้ามาบริหารโรงแรม

สาเหตุที่ทำให้ สมควร นกหงษ์ ต้องปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ของห้างสรรพสินค้าแหลมทองระยอง เนื่องจากการแข่งขันเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น ภายหลังจากยักษ์ค้าปลีกรายใหญ่อย่างบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น เข้ามาเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ระยอง และผู้ที่ต้องมารับหน้าที่สานต่อธุรกิจห้างสรรพสินค้าแหลมทองระยองและธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้ คือ ปัทมาพร นกหงษ์ บุตรสาว

อีกหนึ่งพื้นที่ค้าปลีกที่ทำให้สมควรต้องออกมาปรับเกมรุกธุรกิจค้าปลีกท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง คือ พัทยา ด้วยการเปิดตัว “ฮาร์เบอร์ พัทยา” ศูนย์การค้ามหาสนุกที่มาพร้อมฮาร์เบอร์ แลนด์ สวนสนุกในร่มใหญ่ที่สุดในเอเชีย ชูจุดเด่นของการเป็นช็อปปิ้งมอลล์สำหรับครอบครัว ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้กลุ่มครอบครัวเข้ามาเดินช็อปปิ้งและใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ได้นำแบรนด์ฮาร์เบอร์เข้าไปแทนที่ห้างสรรพสินค้าแหลมทอง แหลมฉบัง เมื่อปี 2552 เพื่อให้ภาพของห้างสรรพสินค้าแหลมทองมีความทันสมัยตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ซึ่งผู้ที่เข้ามารับหน้าที่บริหารศูนย์การค้าฮาร์เบอร์ ต่อจากสมควร คือ ปราการ นกหงษ์ บุตรชาย

การออกมาปรับแผนการทำธุรกิจค้าปลีก ด้วยการสร้างความแตกต่างในด้านของบริการและสินค้า โดยเฉพาะในพื้นที่พัทยา เพราะสมควรมองว่า การแข่งขันของห้างค้าปลีกในพัทยามีความรุนแรง เนื่องจากมีศูนย์การค้าขนาดเข้ามาเปิดให้บริการจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าฮาร์เบอร์มอลล์ ศูนย์การค้าไมค์ช็อปปิ้ง มอลล์ พัทยา ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างเทสโก้ โลตัส  หรือห้างแม็คโคร

นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ยังจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ของบริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือศูนย์ค้าปลีกขนาดใหญ่ในเครือบริษัทของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

แม้ว่าการแข่งขันจะรุนแรง แต่ธุรกิจค้าปลีกของสมควรในแต่ละแห่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ ในเครือบริษัท ซึ่งจากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ส่งผลให้สมควรได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจจาก American Coastline University สหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จดีเด่นในด้านการบริหารธุรกิจจนเป็นที่ยอมรับของวงการนักบริหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะได้มีการบุกเบิกกิจการของของตัวเองตั้งแต่กิจการเล็กๆ จนกระทั่งสามารถขยายกิจการบริษัทในเครือออกไปถึง 7 บริษัท มีพนักงานในความรับผิดชอบกว่า 3,000 คน มีเงินลงทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานหลายพันล้านบาท

จากความสำเร็จดังกล่าว จึงนับได้ว่า สมควร  นกหงษ์ เป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านการจัดการธุรกิจในกลุ่มบริษัททั้ง 7 แห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปัจจุบันก็ยังคงมีการขยายกิจการออกไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ดิน หมู่บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม คอนโดเทล รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ หรือศูนย์การค้าต่างๆ

ด้วยความสำเร็จและความสามารถที่มี ยังทำให้สมควรได้รับการยกย่องให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาจังหวัด นายกสโมสรไลอ้อนศรีราชา ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดชลบุรี และตำแหน่งอื่นๆ อีกมากมาย

นอกเหนือจากการบริหารบริษัทในเครือและตำแหน่งสำคัญต่างๆ ภายใน จ.ชลบุรี สมควรยังได้อุทิศตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการเข้าไปช่วยเหลืองานของสมาคม กิจการการกุศล สถาบันการศึกษาหลายแห่งในรูปแบบต่างๆ  รวมทั้งการบริจาคเงินเพื่อการกุศล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท