
เซนได สวยดี 1
จากเหตุ Tsunami เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 ที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จังหวัดฟูกุชิมา
จากเหตุ Tsunami เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 ที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จังหวัดฟูกุชิมา จนถึงปัจจุบันก็ 5 ปีแล้ว ผลกระทบต่างๆ ก็ได้รับการแก้ไขฟื้นฟูจนกลับคืนสู่สภาวะปกติ จะมีที่ยังต้องแก้ไขกันต่อไป ก็คือความเดือดร้อนจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยของประชาชน และการจำกัดวงความเสียหายของโรงไฟฟ้าที่ฟูกุชิมา ผมจำได้ว่าในช่วงก่อนเกิดสึนามินั้น “เมืองเซนได” ถือเป็นดาวเด่นของการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นในยุคนั้นเลยทีเดียว ถึงขนาดที่สายการบินไทยตัดสินใจทำการบินไปลง เพราะเห็นช่องทางในเชิงธุรกิจท่องเที่ยว สนามบินที่ใกล้ที่สุดที่เครื่องบินจากไทยไปถึง คือ นาริตะ และจากนาริตะไปเซนไดก็ต้องเดินทางอีกประมาณ 350 กิโลเมตร นับว่ายากลำบากเอาการ จะเช่ารถขับหรือใช้บริการรถบัส ก็ต้องหายไปครึ่งวันเป็นอย่างต่ำ จะต่อเครื่องในประเทศหรือนั่งรถไฟชิงกังเซน รวมๆ เวลาแล้วก็ต้องมี 3-4 ชั่วโมง พอการบินไทยเปิดเที่ยวบินตรง ทั้งบริษัททัวร์และนักท่องเที่ยวต่างกระดี๊กระด๊ากันมาก แต่ยังไม่ทันไรก็เกิดเหตุสึนามิขึ้นเสียก่อน การลงทุนลงแรงของทั้งการท่องเที่ยวเซนไดที่เป็นหัวหอกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ และสายการบินไทย จึงเป็นอันต้องสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย แต่หลังจาก 5 ปีผ่านไป การท่องเที่ยวโทโฮคุและเซนได ได้กลับมาฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยเชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลับไปเยี่ยมเยือนและสำรวจเส้นทาง พร้อมสร้างความมั่นใจว่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ปลอดภัย ผมมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับทริปนี้ด้วย เลยได้ข้อมูลดีๆ มาฝากท่านผู้อ่านกันครับ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเมืองเซนไดกันก่อน Sendai เป็นเมืองเอกหรืออำเภอเมืองของจังหวัด Miyagi เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุหรือภาคอีสานของญี่ปุ่น มีสมญานามว่า เมืองแห่งต้นไม้ (City of Tree) เนื่องจากความร่มรื่นของต้นไม้ โดยเฉพาะใจกลางเมืองอย่างถนนอาโอบะ (Aoba dori) และถนนโจเซนจิ (Jozenji dori) ที่ปลูกต้น Zelkova หรือ Keyaki ตลอดสองข้างทาง ถนนทั้งสองสายยังใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะมากมาย อาทิ จัดงานเทศกาลแห่เกี้ยว Sendai Aoba ในเดือน พ.ค. เทศกาลหน้าร้อน Tanabata ในเดือน ส.ค. เทศกาลดนตรีแจ๊ซในเดือน ก.ย. เทศกาลเต้น Michinoku Yosakoi ในเดือน ต.ค. และเทศกาลประดับดวงไฟ Sendai Pageant of Starlight ในเดือน ธ.ค.เป็นต้น มีอาหารการกินขึ้นชื่ออย่างลิ้นวัวย่าง เนื้อวัวเซนได ลูกชิ้นปลาซาสะคามาโบโกะ และที่พลาดไม่ได้เลยคือ หอยนางรม ขนมอร่อยๆ ก็มาก โดยเฉพาะ Hagi no tsuki ขนม เค้กสอดไส้คัสตาร์ดที่ติดอันดับของฝากลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่น และ Zunda Mochi แป้งโมจิเคลือบถั่วแระบด งานศิลปะก็เด่น เช่น ตุ๊กตาไม้โคเคชิ และ Sendai Tansu หีบหรือตู้เก็บข้าวของเครื่องใช้ของซามูไร
นอกจากนี้แล้ว ย่านช็อปปิ้งของเซนไดก็ถือได้ว่ายอดเยี่ยมเช่นกัน อาจจะไม่ใหญ่เยอะเหมือนโตเกียว โอซากา แต่ก็ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าย่านชินไซบาชิ โดยเฉพาะที่ Ichibancho ย่านช็อปปิ้งที่เชื่อมต่อกันหลายถนนเป็นรูปตัว T และมีหลังคาปกคลุมตลอด สะดวกซื้อแม้มีฝนหรือหิมะตกหนัก มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สารพัดสารพัน และยังทะลุไปจนถึงสถานีรถไฟเซนไดได้อีกด้วย
ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ ในญี่ปุ่น ผมขอฝากเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุไว้ในอ้อมใจด้วย ช่วงกลางเดือน เม.ย.ไปแล้ว ซากุระน่าจะบานเต็มที่ครับ







