
อียูค้านคำสั่งคสช. พท.จี้ให้ยุติคุกคาม
สหภาพยุโรปเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นเสรีภาพค้านใช้ “มาตรา 44-ปรับทัศนคติ” ชี้ขัดหลักประชาธิปไตย
โพสต์ทูเดย์ - สหภาพยุโรปเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นเสรีภาพค้านใช้ “มาตรา 44-ปรับทัศนคติ” ชี้ขัดหลักประชาธิปไตย
คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยได้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ว่าได้เข้าพบกับนายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยึดมั่นในหลักการของเสรีภาพในการแสดงออกและความคิดเห็นและยอมรับฟังเสียงต่างๆ ทุกเสียง
นอกจากนี้ อียูยังเห็นว่าการเรียกปรับทัศนคติเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการนี้และเป็นสิ่งที่น่ากังวล รวมถึงกังวลต่อคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 เพราะสามารถถูกตีความได้กว้างและละเมิดหลักนิติธรรมและลิดรอนสิทธิในการได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งนี้ สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกขอเรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพต่อหลักการและค่านิยมทางประชาธิปไตยในระหว่างช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี้
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ฝ่ายไทยได้ชี้แจงว่ารัฐบาลยังยึดมั่นการทำตามโรดแมป โดยจะมีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 2559 ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในปี 2560 ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช. มีเพื่อให้ทหารช่วยสนับสนุนตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพล
สำหรับแนวคิดการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ สำหรับผู้นำหรือแกนนำประชาชนทั่วไปนั้น เนื่องจากขณะนี้ไทยอยู่ในช่วงการปฏิรูป เพื่อนำสู่ความปรองดองภายในประเทศ และอาจมีการเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ คสช.ยุติการกระทำใดๆ รวมทั้งประกาศ/คำสั่ง อันเป็นการคุกคาม ขัดขวาง การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 โดยเร็ว และเร่งสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปรองดองอย่างเร่งด่วน และให้ทุกภาคส่วนสามารถรณรงค์และแสดงความเห็นเกี่ยวกับการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามติได้อย่างเต็มที่







