posttoday
ช่วยกันทำมาหากิน

ช่วยกันทำมาหากิน

09 เมษายน 2559

รายได้ที่ภวัฒน์หามาได้ในแต่ละวันอาจจะไม่มาก ไม่ได้ทำให้ครอบครัวร่ำรวย แต่เป็นรายได้ที่สามารถช่วยเหลือแบ่งเบา

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

รายได้ที่ภวัฒน์หามาได้ในแต่ละวันอาจจะไม่มาก ไม่ได้ทำให้ครอบครัวร่ำรวย แต่เป็นรายได้ที่สามารถช่วยเหลือแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ได้ อีกทั้งเป็นการฝึกทำการค้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ภวัฒน์ฝึกฝนมา ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจของตระกูลได้เป็นอย่างดี

บรรดาน้องๆ ของภวัฒน์ก็ใช่ย่อย เด็กๆ ไม่ดูดาย เห็นพี่ทำงานก็อยากทำบ้าง ช่วยกันออกไปขายไอศกรีม โดยแยกย้ายแบ่งสายกันไปขาย เพื่อไม่ให้แย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ทำให้มีรายได้เข้ามาหลายทาง ลูกสาวที่โตแล้วสามคนของผมก็ไม่ยอมน้อยหน้า เปิดร้านขายของที่หน้าบ้าน สินค้าที่พวกเขาขายเป็นของกินเล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำแข็งไส และขนมหวานหลายชนิด

ทุกคนเอาแบบอย่างดีๆ จากพี่ชาย ช่วยกันทำ ช่วยกันขาย ตัวเป็นเกลียวทั้งๆ ที่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ กันทั้งนั้น โดยที่พวกเขาต่างมีความรู้สึกสนุกกับการทำงานแล้วได้เงิน นำเงินมาให้พ่อแม่

นี่เป็นวิธีหารายได้เข้าบ้านของพวกเขา ที่ผมเห็นว่าเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง แม้รายได้จะไม่มาก แต่พวกเขาตั้งใจ มีจิตใจดีและคิดช่วยเหลือครอบครัว ลูกๆ ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยหาเงินเข้าบ้าน ส่วนผมปลื้มใจกับการกระทำของลูกๆ แม้เงินที่ลูกๆ หามาได้จะมีค่าไม่มาก แต่มีคุณค่าทางจิตใจมหาศาล ผมบอกกับตัวเองว่า ผมต้องสู้ ต้องทำชีวิตให้ดีขึ้น เพื่อลูกๆ จะได้ไม่ลำบาก สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมย้ำกับลูกๆ ทุกคนคือ

“ต้องเรียนหนังสือ ห้ามทิ้งการเรียนเด็ดขาด!”

และนี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขามุมานะเรียนกันจนสุดความสามารถทุกคน

ผมอาจแตกต่างจากพ่อบางคน ที่เรียนน้อยแล้วไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา คิดว่าเรียนไปทำไม พ่อไม่ได้เรียนยังอยู่มาได้ไม่อดตาย ซึ่งเป็นความคิดที่แตกต่างจากผมอย่างสิ้นเชิง

การเรียนหนังสือเป็นเรื่องฝังใจผมมาตั้งแต่เล็กๆ สมัยเป็นเด็กผมอยากเรียนแต่ไม่มีโอกาส จึงอยากให้โอกาสนั้นกับลูกๆ เพราะมองเห็นว่าการเรียนทำให้เราฉลาด รู้ทันโลก ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่ติดขัด และทำให้ไม่มีใครดูถูกเราได้

ผมให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ แม้ไม่มีเงิน ต้องอดมื้อกินมื้อบ้าง แต่จะกัดฟันดิ้นรนส่งให้ลูกเรียน ซึ่งคงมาจากค่านิยมตามวัฒนธรรมขงจื๊อที่ถือว่า “การทั้งปวงล้วนต่ำต้อย สูงส่งแต่การศึกษา”

คนจีนส่วนใหญ่ใฝ่การศึกษา จะยากจนอย่างไรต้องให้ลูกได้เรียนหนังสือ ดั่งขุนนางหวังต้าเป่าทูลตอบพระเจ้าซ่งเกาจงว่า “ดินเลวปลูกสน คนจนเรียนหนังสือ” หรือมักมีคำกล่าวว่า “เลี้ยงลูกไม่อบรมสั่งสอน (ให้ความรู้หรือการศึกษา) มิสู้เลี้ยงหมูเสียดีกว่า”

ลูกๆ จะช่วยทำการค้า ผมก็ไม่ว่า แต่ผมมักสอนลูกเสมอว่า “ขอให้เป็นการค้าที่สุจริต ไม่คดโกงใคร ไม่เล่นการพนัน”

เมื่อพูดถึงเรื่องการพนัน ผมก็นึกถึง “เฉลียว” เฉลียวเป็นลูกคนเดียวที่ถูกผมลงโทษด้วยการตี เพราะเรื่องที่เขาหาเงินจากการพนัน

เฉลียวเป็นเด็กฉลาด ใจใหญ่ กล้าได้ กล้าเสีย ในบรรดาลูกทั้งหมดของผม เขาเป็นลูกที่มักจะมีความคิดแปลกแหวกแนวกว่าคนอื่น เป็นตัวของตัวเอง ใจกล้า ไม่ค่อยกลัวอะไร

วันที่เขาถูกตี เป็นวันเดียวกับที่เขานำเงินมายื่นให้ผม 140 บาท ตอนแรกที่รับเงินจากเฉลียวผมก็งงว่า ทำไมเฉลียวจึงหาเงินได้มากนัก เพราะเงินที่ลูกคนอื่นขายของมาได้จำนวนไม่มากเท่านี้ ผมจึงถามเขาว่า “ไปขายอะไร ทำไมถึงได้กำไรเยอะนัก”

คำตอบที่ได้รับทำให้ผมแทบหงายหลัง

“ผมไปขายแผ่นสลากจับเบอร์ กำไรดีกว่าขายไอติมอีก”

คำตอบอย่างภาคภูมิใจของเฉลียว ทำให้ผมถึงกับอึ้งไปด้วย นึกไม่ถึงการขายแผ่นสลากที่เฉลียวพูดถึงคือการพนันรูปแบบหนึ่ง โดยมีแผ่นกระดาษเป็นรูปภาพ ให้คนเล่นวางเงินแทงตามที่ต้องการ แล้วคนซื้อต้องเปิดสลากที่อยู่ในแผงซึ่งถูกปิดเอาไว้ เพื่อลุ้นว่าในเบอร์ดังกล่าวจะมีภาพที่ตัวเองแทงไว้หรือไม่ โดยจะได้รับรางวัลอาจเป็นเงินจำนวน 3-4 เท่าของเงินที่แทง

ความรู้สึกผิดหวังระคนกับความคาดไม่ถึงเกินกว่าจะบรรยาย นึกไม่ถึงว่าเฉลียวจะหาเงินด้วยวิธีเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ผมย้ำนักย้ำหนากับลูกๆ เสมอว่า ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการพนัน แต่เฉลียวยังฝ่าฝืน ถึงขั้นเป็นเจ้ามือ

ผมยืนหน้าเครียด มองดูเฉลียวด้วยแววตาขุ่นเคือง เฉลียวยืนมองผม ใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนหน้านี้หุบลง เขารับรู้โดยสัญชาตญาณว่าพ่อไม่พอใจ ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง

“พ่อเคยสอนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ทำไมแกยังดื้อไปทำ”

“ผมไม่ได้เล่น ผมแค่ขาย” เฉลียวค้านหน้าซื่อๆ

“จะเล่นหรือจะขายก็ไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้พ่อต้องทำโทษแกให้หลาบจำ พี่น้องคนอื่นดูไว้เป็นตัวอย่าง อย่าทำอย่างเฉลียวอีก ไม่งั้นจะต้องถูกพ่อตีแบบนี้”

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง