
ปัญหาที่แก้ไขได้
ประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 51 ของโลก มีเนื้อที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 20
ประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 51 ของโลก มีเนื้อที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก คือ ประมาณ 67-68 ล้านคน ถือว่าประเทศไทยไม่ได้มีประชากรหนาแน่นจนทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้กับประชากร
แต่ประเทศไทยเกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างหนักจนน่าตกใจ องค์การอนามัยโลก จัดให้ไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน และอันดับ 1 ของเอเชีย นับว่าเป็นประเทศที่เกิดความสูญเสียสูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในช่วงปี 2554-2557 พบว่ามีผู้เสียชีวิต 57,926 คน เฉลี่ยปีละ 14,482 คน หรือ 40 คน/วัน หรือเกือบ 2 คน/ชั่วโมง โดยปี 2557 เสียชีวิต 15,045 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เฉลี่ยปีละ 1,687 คน (วันละเกือบ 5 คน) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือกลุ่มเจเนอเรชั่นแซด
เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและต้องการให้แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหา และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อลดปริมาณการเกิดอุบัติเหตุ ลดจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือทุพพลภาพลงให้ได้
ต้องยอมรับว่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่วนใหญ่มาจากการไม่เคารพกฎจราจร ซึ่งเป็นกฎแห่งความปลอดภัย เมื่อไม่เคารพก็จะไม่ปฏิบัติตาม จึงเห็นผู้ขับขี่รถยนต์ขับด้วยความเร็วเกินกำหนด แซงในที่ห้ามแซง ขับรถย้อนศร ปาดซ้ายแซงขวา ผู้ขับขี่ที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม
เมื่อความไร้ความรับผิดชอบมาผสมกับความย่อหย่อนของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เข็ดหลาบ ยังคงทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปัญหาจึงยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย
และเมื่อนายกฯ สั่งการให้กระทรวงคมนาคม (คค.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงเห็นเจ้าหน้าที่กวดขันห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นไปวิ่งบนสะพานสูง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกประกาศข้อบังคับห้าม “มอเตอร์ไซค์” หรือจักรยานยนต์ ใช้สะพานข้ามแยก 39 จุด และอุโมงค์ลอดใต้ทางแยก 6 จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร ด้วยเหตุผลว่าสะพานและอุโมงค์ดังกล่าวไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับการใช้งานของมอเตอร์ไซค์ เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุและเกิดปัญหาการจราจร ส่งผลกระทบต่อการใช้รถใช้ถนนโดยรวม
แต่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ก็รวมตัวประท้วงข้อความดังกล่าว โดยเหตุว่าไม่ยุติธรรม ทั้งที่การออกกฎดังกล่าวเพื่อเป็นการคุ้มครองชีวิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่อาจจะได้รับอันตรายจากการใช้เส้นทางที่ไม่ปลอดภัย แต่ผู้ใช้ถนนกลับรู้สึกว่าถูกลิดรอนสิทธิ ทั้งที่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาและมีผู้เสียชีวิตจะเป็นความสูญเสียที่ร้ายแรงมากกว่าการขับรถไปอ้อมสะพานที่แค่เสียเวลา
การแก้ไขให้ผู้ใช้ถนนเคารพกฎจราจรนั้น หัวใจหลักอยู่ที่เจ้าหน้าที่ หากพบผู้กระทำผิดต้องจับจริง ปรับจริง ยึดรถ หรือใบขับขี่ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎไม่กล้าทำผิดอีก ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องร้ายแรง พร้อมกับดึงประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เปิดช่องทางรับแจ้งข้อมูลและส่งเจ้าหน้าที่ไประงับเหตุอย่างทันท่วงที ส่วนการสอบเพื่อออกใบอนุญาต ยึด หรือคืนใบขับขี่จะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ตรงไปตรงมา เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้สังคมยอมรับก็กลับไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่รถ







