posttoday
กลุ่มไบค์เกอร์ขู่ฟ้องศาล เสนอ4ทางปรองดองขึ้นสะพาน

กลุ่มไบค์เกอร์ขู่ฟ้องศาล เสนอ4ทางปรองดองขึ้นสะพาน

08 เมษายน 2559

แผนกำราบ “กลุ่มรถจักรยานยนต์” ของบช.น. ล่าสุดมาในรูปแบบที่ห้ามเด็ดขาด ไม่ให้สัญจรในสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอดแห่งต่างๆ

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

แผนกำราบ “กลุ่มรถจักรยานยนต์” ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ล่าสุดมาในรูปแบบที่ห้ามเด็ดขาด ไม่ให้กลุ่มรถจักรยานยนต์สัญจรในสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอดแห่งต่างๆ รวมจำนวน 39 สะพาน และอุโมงค์ทางลอดทั่วกรุงเทพมหานคร 6 แห่ง

ใครฝ่าใครฝืนข้อบังคับนี้ จัดไปเต็มที่กับค่าปรับ 500-1,000 บาท ทำให้กลุ่มผู้ขับมอเตอร์ไซค์เตรียมรวบรวมรายชื่อฟ้องศาลปกครอง เพราะสร้างผลกระทบกับผู้ขับขี่ ที่เสียภาษีเหมือนคนขับรถยนต์

ล่าสุด ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยื่น 4 ข้อเสนอแก่ผู้การจังหวัดสมุทรปราการ แก้ปัญหาห้ามรถมอเตอร์ไซค์วิ่งข้ามสะพานภูมิพล

อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาคำสั่งของ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานภูมิพล รวมทั้งประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถจักรยานต์ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่น้อยกว่า 3,000 คัน/วัน

1.ขอให้สะพานภูมิพลมีเลนสำหรับรถจักรยานยนต์ 2. ขอให้จัดโครงการทดลองเร่งด่วน 15 วัน 3.เรือข้ามฟากที่คลองลัดโพธิ์ ใต้สะพานภูมิพล ถือเป็นการใช้สถานที่ไม่เหมาะสม 4.เรือข้ามฟากไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ อาจก่อให้เกิดอันตราย 

พล.ต.ต.อดุลย์ ระบุว่า เป็นนโยบายของ บช.น. ดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558 กวดขันจับกุมรถจักรยานยนต์ที่ขึ้นบนสะพานเพื่อลดอุบัติเหตุ สำหรับสะพานข้ามแยกที่ห้ามเดินรถทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้น 39 สะพาน อาทิ สะพานข้ามแยกคลองตัน สะพานข้ามแยกอโศกเพชร สะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดง สะพานข้ามแยกตึกชัย สะพานข้ามแยกประตูน้ำ สะพานข้ามแยกยมราช สะพานข้ามแยกไทยเบลเยียม สะพานข้ามแยกบางพลัด สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง สะพานข้ามแยกราชเทวี เป็นต้น

ส่วนอุโมงค์ลอดแยกที่ห้ามเดินรถมีทั้งหมด 6 อุโมงค์ ได้แก่ อุโมงค์วงเวียนบางเขน อุโมงค์พัฒนาการรามคำแหง 24 อุโมงค์ศรีอุดม อุโมงค์บรมราชชนนี อุโมงค์บางพลัด และอุโมงค์ท่าพระ

39 สะพาน กับ 6 อุโมงค์กลายเป็นข้อห้ามของเหล่านักบิดแล้ว แน่นอนว่าแรงต้านย่อมตามมา เพราะถือว่าเป็นการปิดทางสัญจรของกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่เคยใช้ประจำ แต่เมื่อต้องการความเรียบร้อย ลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตำรวจยอมให้ถูกมองในแง่ลบอีกคำรบ

คำโต้แย้งและข้อสงสัยต่างๆ ของกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ถูกแพร่และแชร์กันอย่างหลากหลายในโลกออนไลน์ บ้างก็ว่า ถ้าไม่ต้องการให้รถขึ้นสะพาน หรือลงอุโมงค์ ตำรวจจราจรก็ควรมาเตือนหรือห้ามกันบริเวณทางขึ้นสะพาน หรือทางลงอุโมงค์ ดีกว่าต้องมาดักกันหลังกระทำความผิดแล้ว

“หรือหวังใบสั่งจากค่าปรับกันแน่” หนึ่งเสียงในโลกออนไลน์ที่ทักท้วง สำทับด้วยอีกเสียงว่า “เพราะรถจักรยานยนต์เป็นพลเมืองชั้นสอง ตำรวจเลยจ้องจะเล่นงาน”

แต่เมื่อมองถึงกำลังตำรวจจราจรทั้งในส่วนของกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) และท้องที่อีก 88 สน. พบว่ามีอยู่ราว 3,000 นาย จำนวนที่ว่าหากต้องไปดูแลรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพฯ ที่มีมากถึง 3.3 ล้านคัน แน่นอนว่าไม่เพียงพอ ข้อสังเกตในข้างต้น ถูก พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร. ให้คำตอบว่า ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ดีควรจะต้องเคารพป้ายบังคับจราจร หาใช่มาเกรงกลัวตัวบุคคลอย่างตำรวจจราจร

“จะให้ตำรวจไปประจำในทุกจุดขึ้นสะพาน หรือทางลงอุโมงค์เลยหรือไม่ คำตอบคือมันมีความเหมาะสมหรือเปล่า หากคนมีวินัยจริงทุกอย่างจะง่ายไม่มีปัญหาเลย แต่ยืนยันได้ว่านโยบายเข้มงวดนี้เป็นไปก็เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่มีเจตนาอื่นใดแน่นอน” พ.ต.อ.เอกรักษ์ ย้ำ

ขณะที่แหล่งข่าวจากตำรวจจราจร เสริมว่า อุบัติเหตุที่เกิดจากการขี้นสะพานและลงอุโมงค์ที่มีป้ายห้ามของรถจักรยานยนต์บ่อยครั้งก็สร้างอุบัติเหตุ เช่น เมื่อขับขึ้นสะพานหรือลงอุโมงค์ แล้วพบว่ามีตำรวจตั้งด่านเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด รถจักรยานยนต์บางคันจะกลับรถและขับย้อนศรทันที ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากเพราะเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุได้ หรือรถจักรยานยนต์ลงอุโมงค์ ทั้งๆ ที่อุโมงค์มีไว้ระบายรถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ก็ต้องชะลอความเร็วเพราะมีรถจักรยานยนต์อยู่

ส่วนการแสดงออกถึงแรงต้านกับข้อบังคับนั้น แหล่งข่าวผู้นี้ยืนยันว่า ทางออกน่าจะอยู่ที่การพูดคุยกัน หรือแม้แต่ข่าวที่ว่ากลุ่มจักรยานยนต์จะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้าน ส่วนตัวคิดว่ากระทำได้เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ถึงผลกระทบเพื่อหาทางแก้ไข อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าป้ายห้ามต่างๆ มีความจำเป็นในการรักษากฎระเบียบบนท้องถนน ซึ่งเป็นกฎหมู่ที่ต้องเคารพร่วมกัน

ทั้งหมดอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แม้อุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานมีไม่น้อย แต่อย่าลืมว่า ปริมาณจักรยานยนต์และรถยนต์ นับวันต่างเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อจำนวนรถมากก็ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69