posttoday
สนช.เห็นชอบกฎหมายประชามติแล้วรอส่งครม.ทูลเกล้าฯ

สนช.เห็นชอบกฎหมายประชามติแล้วรอส่งครม.ทูลเกล้าฯ

07 เมษายน 2559

สนช.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรธน. เพิ่มหน้าที่สนช.ลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วง ตัดทางฝ่ายต้าน ห้ามรณรงค์คว่ำร่าง

สนช.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรธน. เพิ่มหน้าที่สนช.ลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วง ตัดทางฝ่ายต้านห้ามรณรงค์คว่ำร่าง

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติ171 ต่อ 1 คะแนน เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้ได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย

ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาปรากฎว่าได้มีสมาชิกสนช.หลายคนนำโดย นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และนายตวง อันทะไชย อภิปรายท้วงติงการแก้ไขเนื้อหาของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญที่มีพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช.เป็นประธาน โดยเฉพาะในมาตรา 7 เพราะเดิมทีร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาระบุว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและรณรงค์เกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย" แต่คณะกมธ.วิสามัญได้ตัดคำว่า "รณรงค์" ออกไป ทำให้สมาชิกสนช.แสดงความคิดเห็นว่าการตัดคำว่ารณรงค์ออกไปอาจเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน จึงอยากให้คณะกมธ.ทบทวนในประเด็นนี้

"หากมีคำว่ารณรงค์เอาไว้ในกฎหมายจะเกิดความเสียหายอะไร ในทางกลับกันการให้มีคำว่ารณรงค์น่าจะมีประโยชน์มากกว่าหรือไม่ เพราะจะเป็นการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน" นายตวง กล่าว

พล.อ.สมเจตน์ ชี้แจงว่า คณะกมธ.ยืนยันที่จะให้ตัดคำว่ารณรงค์ออกไปจากมาตรา 7 โดยสาเหตุที่ต้องตัดออกไป เพราะคณะกมธ.ไม่ต้องการให้การทำประชามติในครั้งนี้เป็นประเด็นในทางการเมือง และฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาใช์ประโยชน์ตรงนี้เพื่อสร้างความขัดแย้ง โดยผูัที่จะทำการรณรงค์ได้จะมีเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้น กกต.ต้องออกไปรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงมาใช้สิทธิให้มากที่สุด ฝ่ายอื่นไม่สามารถทำได้แม้แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

"การแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนสามารถทำได้อย่างรอบด้าน แต่เรามองว่าการรณรงค์นั้นหมายถึงการร่วมกันชักจูงกันออกมาที่จะไปดำเนินการว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เราจึงคิดว่าการรณรงค์นั้นมันจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีกครั้งหนึ่ง" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ได้สั่งพักการประชุม ภายหลังคณะกมธ.มีความประสงค์จะปรับถ้อยในมาตรา 7 โดยเปลี่ยนเป็น "มาตรา 7 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคลสามารถเผยแพร่ความคิดเห็นของตนเองที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องเป็นไปโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยที่ประชุมสนช.มีมติ 181 เสียงเห็นชอบกับการแก้ไขดังกล่าว

ขณะเดียวกัน คณะกมธ.ได้ปรับแก้ถ้อยคำในมาตรา 9/1 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของคณะกรธ.ในการเผยแพร่และทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และอำนาจหน้าที่ของสนช.ในการชี้แจงคำถามประชามติที่สนช.ตั้งเพิ่มเติมด้วย โดยแก้เป็น "ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบัญญัติและสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติเสนอประเด็นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงเพิ่มเติม ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาระสำคัญของประเด็นให้แก่ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป" ซึ่งที่ประชุมมีมติ 184 เสียงเห็นชอบกับการแก้ไขมาตรานี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท