
ยางไทยแพงลิ่วสิงคโปร์รวยเละ
ราคายางพาราไทยพุ่งเฉียด 110 บาทต่อ กก. โบรกเกอร์สิงคโปร์กินส่วนต่างพุงกาง 7 บาทต่อ กก.
ราคายางพาราไทยพุ่งเฉียด 110 บาทต่อ กก. โบรกเกอร์สิงคโปร์กินส่วนต่างพุงกาง 7 บาทต่อ กก.
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 109.23 บาทต่อ กก. แต่กลับสร้างผลกำไรให้กับบรรดาบริษัทโบรกเกอร์ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งกินส่วนต่าง 7 บาทต่อ กก.
ทั้งนี้ บรรดาบริษัทโบรกเกอร์เหล่านี้ยังสามารถสร้างผลกำไรจากการซื้อน้ำยางสดมาผลิตเป็นน้ำยางข้น สามารถกินส่วนต่างสูงถึง 8 บาทต่อ กก. จากต้นทุนการผลิตประมาณ 12 บาทต่อ กก. ดังนั้น กลุ่มชาวสวนยางภาคใต้ควรที่จะรวมกลุ่มกันดำเนินการเองได้ โดยไม่ต้องผ่านเครือข่ายบริษัทแปรรูปจากประเทศสิงคโปร์
นายวิทย์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี สกย.มุ่งเน้นสนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางพาราให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ผ่านเงินสงเคราะห์ที่จ่ายเป็นเงินทุนแบบให้เปล่าตามระบบสงเคราะห์ให้เกษตรกรนำไปปลูกยางพันธุ์ดีทดแทนสวนยางเก่า อัตราสงเคราะห์ไร่ละ 1.1 หมื่นบาท ซึ่งปัจจุบันภาคใต้มีพื้นที่ปลูกยาง 17.2 ล้านไร่สร้างรายได้มูลค่า 4 แสนล้านบาท”นายวิทย์ กล่าว
นายนิรุธ รักษาเสรี ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ จ.สงขลา กล่าวว่า ราคาซื้อขายยางพาราในไตรมาส 3 ของปีนี้ เฉลี่ยยังคงอยู่ที่ประมาณ 109.23 บาทต่อ กก. หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วเฉลี่ยประมาณ 52.74 บาทต่อ กก. เพราะเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ทำให้ความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ปีหน้าคาดว่าราคายางจะทะลุถึง 120 บาทต่อ กก. เนื่องจากตลาดโลกจะกลับมาฟื้นตัวปกติ ทำให้มีความต้องการยางสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งมีตัวเลขการใช้ยางล้อรถยนต์เพิ่มขึ้นเพราะเป็นตลาดใหญ่ของโลก







