
1 ปีที่เหลืออยู่
เหลือเวลา 1 ปี ปมปราสาทพระวิหารจะเวียนมาอีกครั้งหลังจากคณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารพื้นที่ออกไปตามความต้องการของไทย
เหลือเวลา 1 ปี ปมปราสาทพระวิหารจะเวียนมาอีกครั้งหลังจากคณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารพื้นที่ออกไปตามความต้องการของไทย
อีก 1 ปี มีสิ่งที่ต้องทำมากมาย
และงานนี้จะต้องทำอย่างจริงจัง
เมื่อเขมรประสบความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียวแล้ว ก้าวต่อไปก็คือจะต้องจัดทำแผนการบริหารพื้นที่รอบๆ ให้ได้
นั่นหมายถึงเงิน ธุรกิจมหาศาลที่จะตามมา และยังรวมถึงเป็นการประกาศชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเหนือไทย
แต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับพวกเราเอง จะเดินไปทางไหน
แน่นอน ไม่มีใครยอมให้เขมร หรือชาติใดๆ เข้ามารุกล้ำพื้นที่แต่ทว่าสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยก็คือการสร้างสันติ ทั้งระหว่างประเทศและในประเทศ
ประเด็นปราสาทพระวิหารจึงสมควรกำหนดให้เป็นวาระสาธารณะ
วาระสาธารณะ หมายถึงให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ร่วมตรวจสอบ ไม่ผูกขาดความถูกผิดอยู่เฉพาะกลุ่มใดเพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ไม่เช่นนั้นปมปราสาทพระวิหาร จะบานปลายเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนสุดท้ายแล้วไม่รู้ว่าจะสะสางอย่างไร ตีกันตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปถึงพนมเปญ
ปราสาทพระวิหารจะต้องมีคณะ หรือผู้รับผิดชอบอย่างจริงจังทั้งในแง่การปฏิบัติการและในแง่กฎหมาย โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามมีตามเกิด หรือแล้วแต่รัฐบาลจะว่ากันไม่ได้อีก
คณะผู้ดูแลปัญหาจำเป็นจะต้องรายงานผล หรือเปิดประเด็นต่อสาธารณะเป็นระยะๆ ไม่เงียบหาย โดยเฉพาะจะต้องทำให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมรับรู้ เป็นเจ้าของปัญหา มีส่วนเสนอแนะการตัดสินใจ เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันปัญหาเมื่อการเมืองเปลี่ยน นโยบายต่างๆจะเปลี่ยนไปตาม
อย่าลืม การที่เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวได้ ก็เนื่องจากการเมืองของไทยสนับสนุน และการที่เกิดปัญหางัดข้างกับเขมรก็เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง
การประชุมคราวต่อไปในอีก 1 ปี จะเผชิญปัญหาที่ยากกว่าเดิม เพราะเกี่ยวพันข้อกฎหมายระหว่างประเทศ พัวพันกับเขตแดนที่ทับซ้อน และความรู้สึกคุกรุ่นของคนในชาติ
ทั้งหมดเป็นเงื่อนปมที่ต้องค่อยๆ แก้ ต้องสร้างความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นจะถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างความร้อนระอุได้ตลอด
และระวังศึกในจะซัดกันแหลกยิ่งกว่าต้องรับมือกับเขมรเสียอีก







